พระเครื่อง

 วิจารณ์อย่างไรไม่ให้ร้อนใจตน

วิจารณ์อย่างไรไม่ให้ร้อนใจตน

12 มิ.ย. 2555

วิจารณ์อย่างไรไม่ให้ร้อนใจตน : วิสัชนา กับพระไพศาล วิสาโล

               จตุภูมิ ภูมิบุญชู : กราบนมัสการพระอาจารย์ครับ กระผมใคร่อยากขอคำแนะนำพระอาจารย์บางประการ กระผมเป็นครูสอนกฎหมายครับ คิดว่าหนึ่งในหน้าที่ของนักวิชาการ คือ การเป็นมันสมองให้สังคม คอยแนะนำสิ่งที่ถูกให้ แต่จากกระแสการเมืองไทยในปัจจุบัน ทำให้หลายครั้งเฝ้ามองดูตัวเอง พบว่าการดูการทำงานของรัฐบาลและฝ่ายค้าน หรือการวิเคราะห์การทำงานของภาครัฐ และเอกชน หลายครั้งรู้สึกเหมือนตนเองกำลังเพ่งโทษผู้อื่นครับ ซึ่งทำให้จิตใจร้อน ซึ่งอาจจะเป็นด้วยว่า กระผมยังมีอคติอยู่สูง อยากกราบขอแนวทางในการทำงานในฐานะนักวิชาการที่ถูกครับ เพื่อให้ได้ทั้งประโยชน์ตนเอง แล้วสังคมครับ กราบขอบพระคุณครับ
 
                วิสัชนา:  หน้าที่ของนักวิชาการหรืออาจารย์ส่วนหนึ่งก็คือ การชี้ให้เห็นความถูกความผิดตามหลักวิชา (ซึ่งแยกไม่ออกจากความถูกความผิดตามหลักธรรม) แต่ก็พึงระวังอย่ามัวหมกมุ่นกับความผิดของคนอื่น จนเกิดความโกรธเกลียด เพราะนั่นจะทำให้เกิดอคติ ไม่สามารถมองเห็นเขาอย่างถูกต้องรอบด้านตามความเป็นจริงได้ ดังนั้นในขณะที่เพ่งมองหรือวิจารณ์คนอื่นนั้น สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ การย้อนกลับมาดูใจของตน ว่ามีอคติไหม หรือกำลังเป็นทุกข์เพราะความโกรธเกลียดเผาลนจิตใจ หาไม่แล้วจะกลายเป็นการเพ่งโทษคนอื่นอย่างที่คุณได้ตั้งข้อสังเกตกับตัวเอง
 
                การย้อนกลับมาดูใจของตน รู้เท่าทันอารมณ์และความคิดนั้น ต้องอาศัยสติ หากไม่มีสติ จิตก็จะถูกครอบงำด้วยอารมณ์ได้ง่าย ซึ่งทำให้ปัญญาไม่แจ่มใส ทำงานได้ไม่เต็มที่ หรือเห็นความจริงได้อย่างไม่รอบด้าน เป็นอุปสรรคไม่น้อยต่อการทำงานทางวิชาการ ยังไม่ต้องพูดถึงการไม่ยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ เพราะทนไม่ได้ที่ตัวตนถูกกระทบกระแทก ทำให้ขาดโอกาสที่จะพัฒนาตนหรือปรับปรุงความคิดความเห็นให้ดีขึ้น นักวิชาการที่ไม่ยอมรับความเห็นที่แตกต่างจากตน หรือปฏิเสธคำวิพากษ์วิจารณ์ ย่อมเป็นนักวิชาการที่ดีได้ยาก
 
เมื่อเจ็บป่วย จะมีสติดูความเจ็บป่วยอย่างไร
 
                ศิริวรรณ ประพันธ์ธุรกิจ : กราบเรียนถามค่ะ เวลาที่เจ็บป่วยเล็กน้อย ปวดหัว ตัวร้อน การรักษาจิตให้เป็นปกติ ไม่เป็นไปกับเวทนายังพอทำได้ แต่เวลาเจ็บป่วยมากๆ มีเวทนาแรงกล้า ทำอย่างไรก็แยกกายออกจากจิตไม่ได้เลย เวลาเจ็บปวดมากๆ พยายามดูความเจ็บปวดนั้นอยู่ แต่ดูยังไงก็เป็นกูเจ็บกูปวดไปหมด วางใจให้เป็นกลางไม่ไหวเลย กราบเรียนถามวิธีวางจิตอย่างถูกต้องขณะที่กำลังเจ็บปวดอย่างหนักด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ
 
                วิสัชนา : ถ้าสติยังไม่ว่องไวปราดเปรียว การดูหรือรู้เวทนาเฉยๆ เป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก เพราะดูทีไรใจก็ปักตรึงหรือจมอยู่ในเวทนาทุกที ทำให้เกิดความรู้สึกว่ากูเจ็บกูปวด เป็นทุกข์ยิ่งกว่าเดิม
 
                สำหรับผู้ที่สติยังไม่กล้าแข็ง ควรฝึกดูกายหรือใจก่อน คือ ดูอาการของกายขณะเจ็บปวด เช่น รู้ตัวเมื่อกล้ามเนื้อเกร็ง กัดฟันแน่น หรือไม่ก็ดูอาการของจิตขณะเกิดเวทนา เช่น เห็นจิตที่กำลังบ่น โวยวาย ตีโพยตีพาย หรือเกิดโทสะ พอเห็นอาการของกายและใจ เพียงแค่รู้เฉยๆ ร่างกายก็จะผ่อนคลาย ใจก็จะสงบลง ทำให้ความทุกข์ลดลง แม้ความเจ็บปวดจะยังคงอยู่ พูดง่ายๆ ก็คือ กายปวด แต่ใจไม่ปวด

"}])