
พุทธ-มุสลิมสมานฉันท์ที่ร.ร.วัดลาดบัวหลวง
สมานฉันท์พุทธ-มุสลิม ที่...ร.ร.วัดลาดบัวหลวง (สหมิตรศึกษา) : เรื่อง / ภาพ ไตรเทพ ไกรงู
ข่าวห้ามใส่ “ฮิญาบ” หรือ ผ้าคลุมหน้า, คลุมศีรษะตามหลักศาสนาอิสลามไปโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก เมื่อปลาย พ.ศ.๒๕๕๔ ต่อเนื่องกับ พ.ศ.๒๕๕๕ ถือว่าเป็นประเด็นใหญ่ของวงการศึกษาและพุทธศาสนา ในครั้งนั้นมีการเดินขบวนเรียกร้องที่ทำเนียบรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งคณะกรรมการเครื่อข่ายผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา และศิษย์เก่า โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกได้ร่วมกันจัดการอภิปราย "กรณีนักเรียนคลุมฮิญาบมาเรียนในโรงเรียมมัธยมวัดหนองจอก" ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ปกครอง และประชาชนชาวหนองจอกเข้าร่วมรับฟังการอภิปรายเป็นจำนวนมาก
ในที่อภิปรายมีความเห็นพ้องกันว่า "เป็นการไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่นักเรียนจะคลุมฮิญาบเข้ามาเรียนในโรงเรียน เนื่องจากโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกตั้งอยู่บนพื้นที่วัดหนองจอกอันเป็นที่ธรณีสงฆ์ ซึ่งทางโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกมีวัฒนธรรม จารีตประเพณี และระเบียบการแต่งกายของนักเรียนตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๔๙๗ เป็นเวลากว่า ๕๗ ปีมาแล้ว และได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข สมานฉันท์ระหว่างพี่น้องไทยพุทธ และไทยมุสลิมมาช้านาน"
ทั้งนี้ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวภายหลังประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ว่า มส.รับทราบกรณี โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ไม่อนุญาตให้นักเรียนคลุมฮิญาบมาเรียนในโรงเรียนวัด "เมื่อเราไปสถานที่ของชาวมุสลิม เราก็ต้องเคารพสิทธิของเขา เราก็มีกติกา และขนบธรรมเนียมปฏิบัติของเรา ก็อยากให้ทุกฝ่ายเปิดใจกว้าง อย่างมองว่าเป็นเรื่องลิดรอนสิทธิเสรีภาพเพียงอย่างเดียวอยากให้มองบริบทอื่นประกอบเข้าไปด้วย"
อย่างไรก็ตาม ยังมีโรงเรียนวัดอีกหลายแห่งมีลักษณะเช่นเดียวกับโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก คือ มีนักเรียนที่นับถือศาสนาอิสลามเรียนที่โรงเรียนวัด แต่ได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข สมานฉันท์ระหว่างพี่น้องไทยพุทธ และไทยมุสลิมมาช้านาน โดยหนึ่งในจำนวนนี้ คือ โรงเรียนวัดลาดบัวหลวง (สหมิตรศึกษา) ตั้งอยู่บ้านลำรางหนองปลาหมอ ต.สามเมือง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี นายยืนยง หนูนุรักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งเดิมทีนั้นโรงเรียนแห่งนี้ใช้ศาลาวัดเป็นอาคารเรียน
ผอ.ยืนยง บอกว่า โรงเรียนวัดลาดบัวหลวงมีนักเรียนนับถือศาสนาอิสลามประมาณ ๖๐ คน หรือคิดเป็นร้อยละ ๑๐ ของนักเรียนทั้งหมด กระจายอยู่ทุกระดับชั้นละ ๔-๕ คน ซึ่งในอดีตนั้นตั้งแต่แรกเริ่มของการตั้งโรงเรียนนักเรียนเหล่านนี้จะต้องเรียนภายในวัดเช่นเดียวกับนักเรียนที่นับถือพุทธศาสนา โดยไม่ได้จัดให้มีห้องเรียนแยกออกมาเป็นพิเศษ ภาพนักเรียนนับถือศาสนาอิลามเรียนอยู่ในวัดเป็นภาพที่ปกติของชุมชนวัดลาดบัวหลวง และภาพหนึ่งที่คนจำนวนไม่เคยได้เห็น คือ ภาพโต๊ะอิหมามยกมือไหว้พระในวันประชุมคณะกรรมการบริหารการศึกษา โดยถือว่าการไหว้นั้นเป็นการไหว้บุคคลที่ควรเคารพ ไม่ได้ผิดหลักศาสนาแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ด้วยความผูกพันของผู้ปกครองที่นับถือศาสนาอิสลามกับโรงเรียนวัดลาดบัวหลวง แม้ว่าจะมีโรงเรียนของศาสนาอิสลามโดยเฉพาะ ก็ยังส่งลูกหลานมาเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยไม่คิดว่าเป็นเรียนวัด และกิจกรรมทางพุทธศาสนาทุกเช้าหลังเคารพธงชาติ คือ สวดมนต์ ในขณะที่นักเรียนที่นับถือศาสนาอิสลามจะยืนสงบนิ่งอยู่เฉยๆ เมื่อถึงชั่วโมงเรียนทางพุทธศาสนาจะมีครูพระมาสอนสัปดาห์ละ ๑ ชั่วโมง โดยมิได้ปิดกั้นนักเรียนที่นับถือศาสนาอิสลามเข้าเรียน ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้าเรียนกับพระ เพราะถือว่าเป็นความรู้อย่างหนึ่ง
นอกจากการเรียนแล้ว กิจกรรมอย่างหนึ่งที่นักเรียนทั้ง ๒ ศาสนาทำร่วมกันได้เป็นอย่างดี คือ การร่วมมือกันทำความสะอาดศาสนสถาน เมื่อใกล้ถึงความสำคัญทางศาสนา โดยนักเรียนที่นับถือพุทธศาสนาก็จะไปช่วยทำความสะอาดสุเหร่า เมื่อใกล้ถึงความสำคัญทางศาสนาพุทธนักเรียนที่นับถือศาสนาอิสลามก็มาช่วยกันทำความสะอาดวัดลาดบัวหลวง ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียน ส่วนการแต่งตัวตามธรรมเนียมประเพณีนั้น ทางโรงเรียนอนุญาตให้แต่งทุกวันศุกร์ และจัดให้มีการเรียนอิสลามศึกษา โดยครูสอนศาสนาอิสลาม ขณะเดียวกันทางโรงเรียนยังจัดแม่ครัวมาประกอบอาหารตามหลักศาสนาอิสลามโดยเฉพาะ
ผอ.ยืนยง ยังบอกด้วยว่า นักเรียนที่จบจากโรงเรียนที่มีนักเรียนต่างศาสนาจะได้เปรียบโรงเรียนที่นับถือพุทธศาสนาเพียงอย่างเดียว ยิ่งประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน หรือ การรวมกันเป็นหนึ่งของภูมิภาคเอเชีย ใน พ.ศ.๒๕๕๘ โรงเรียนหลายแห่งมักจะเน้นเรื่องภาษา แต่เรื่องศาสนาก็มีความสำคัญไม่น้อยกว่ากัน นักเรียนของโรงเรียนวัดลาดบัวหลวงทั้งที่นับถือพุทธศาสนาและศาสนาอิสลามต่างได้เรียนรู้วัฒนธรรมทางศาสนาของกันและกัน โดยโรงเรียนไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่ม เช่น การแสดงดีเกฮูลู ที่มีนักเรียนทั้ง ๒ ศาสนาร่วมแสดง
ทั้งนี้ ผอ.ยืนยง พูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า "เราต่างก็รู้ดีกันว่า เราไม่ได้อยู่ในโลกนี้ลำพังเพียงตัวคนเดียว ผมมักจะพร่ำสอนนักเรียนเสมอว่า เราล้วนเป็นคนไทยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดเราก็ต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามหลักการศาสนาที่ตนนับถือ โรงเรียนวัดแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนจากพระ โต๊ะอิหม่าม รวมทั้งพี่น้องชาวไทยพุทธไทยมุสลิมเป็นอย่างดี"
โลกอยู่ได้ด้วยธรรมและสามัคคี
ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้มีพระราชปรารภให้จัดตั้งโรงเรียนขึ้นหลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นโรงเรียนสำหรับราชนิกูลหรือบุตรหลานของข้าราชการ พระองค์จึงโปรดให้พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร ตั้งโรงเรียนหลวงขึ้น เพื่อให้บุตรหลานของเหล่าราษฎรได้เล่าเรียนขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๒ ได้มีการจัดตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับให้เหล่าราษฎรได้เล่าเรียนแห่งแรกขึ้นในวัดมหรรณพาราม ตั้งอยู่ในวัดมหรรณพารามวรวิหาร จากนั้นก็กระจายสู่วัดต่างๆ ด้วยเหตุที่ว่า การอาศัยที่วัดหรือศาลาวัดทั้งนี้เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณแผ่นดิน ประเพณีของคนไทยก็ให้บุตรหลานเข้าเรียนหนังสือในวัดมาช้านานแล้ว
โรงเรียนวัดมหรรณพ์ สถานที่เรียนเดิมนั้นให้หอสวดมนต์ คณะ ๑ ของวัดเป็นที่เรียน ต่อมาย้ายไปอาคารข้างหอระฆังด้านข้างของอุโบสถ อาคารนี้ได้ทรุดโทรมลง พระวิสุทธิโสภณ (โพธิ) เจ้าอาวาสในขณะนั้นได้ย้ายไปยังด้านหน้าพระวิหารทางทิศใต้ของศาลาการเปรียญเป็นอาคารแบบชั้นเดียวยกพื้นขึ้น หลังคามุงด้วยสังกะสี
"พุทธศาสนิกชนและมุสลิมที่นี่เรียนรวมกันมาตั้งแต่ใช้ศาลาวัดเป็นห้องเรียน ไม่มีการแบ่งว่าใครจะนับถือศาสนาอะไร ที่อำเภอลาดบัวหลวงมีโรงเรียนอยู่ ๒ แห่งที่มีนักเรียน ๒ ศาสนาเรียนรวมกันมีสัดส่วนแตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ ร.ร.ไพโรจน์วิทยา และ ร.ร.วัดลาดบัวหลวง ซึ่งที่ผ่านมาอาตมากับโต๊ะอิหม่ามได้เจอกันบ่อยๆ ทั้งในเรื่องการสอน และการประชุมกรรมการโรงเรียน สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันของพุทธและอิสลาม คือ การสอนให้เด็กนักเรียนมีคุณธรรม เป็นเด็กดีของสังคม" นี่เป็นคำยืนยันของ พระครูวิศาพัฒนกิจ หรือ หลวงพ่อหยวก เจ้าคณะตำบลคู้สลอดและเจ้าอาวาสวัดลาดบัวหลวง



