พระเครื่อง

ร่วมบุญถวายค่ารักษาโรคหัวใจ'พ่อท่านชื่น'

ร่วมบุญถวายค่ารักษาโรคหัวใจ'พ่อท่านชื่น'

07 มิ.ย. 2555

ร่วมบุญถวายค่ารักษาโรคหัวใจ 'พ่อท่านชื่น' วัดในปราบ อ.เคียนซา : บุญนำพา

               พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน จ.นครศรีธรรมราช ท่านได้รับการยกย่องให้เป็นอมตะเถราจารย์รูปหนึ่งของเมืองไทย เรื่องราวของท่านตลอดจนประสบการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้ที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสท่านยังคงมีการกล่าวขานอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ปัจจุบันท่านจะมรณภาพไปแล้วก็ตาม แต่ด้วยความเป็นปูชนียบุคคลที่เสมือนเสาหลักของหมู่พระสงฆ์ในภาคใต้ ทำให้หน้าประวัติศาสตร์วงการพระสงฆ์ต้องจารึกและจดจำชื่อของท่านไปตลอดกาล
  
               พระครูมงคลสมณกิจ (พ่อท่านชื่น อินทปัญโญ) วัดเจริญประชาธรรม (วัดในปราบ) ต.บ้านเสด็จ อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี เป็นหนึ่งในพระเกจิอาจารย์ยุคปัจจุบันที่ดำรงคุณธรรมและวิชาอาคมของพ่อท่านคล้ายไว้อย่างมั่นคง
  
               พ่อท่านชื่น เกิดเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๔๖๗ เมื่ออายุ ๗ ขวบ บิดาได้นำตัวไปฝากเป็นศิษย์ พ่อท่านคล้าย ด้วยฐานะที่พ่อท่านคล้ายมีศักดิ์เป็นคุณตาของท่าน ทำให้ท่านได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคมต่างๆ จากพ่อท่านคล้าย ตั้งแต่เยาว์วัย จวบจนท่านได้บรรพชาอุปสมบทเมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๒๒
  
               ย้อนหลังไปเมื่อปี ๒๕๓๒ อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี ถูกจัดเป็นเขตพื้นที่สีแดง ที่เต็มไปด้วยภยันตรายต่างๆ นานา ทั้งจากสัตว์ป่าและคอมมิวนิสต์ “พระชื่น อินทปัญโญ” ในวันนั้นได้ใช้คุณธรรมและคาถาอาคมเป็นตัวเชื่อม นำศรัทธาชาวบ้านจนสามารถเปลี่ยนแปลงแนวความคิดและทัศนคติที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ชาวบ้านและคอมมิวนิสต์ในพื้นที่หันมาให้ความร่วมมือช่วยกันพัฒนาชาติ เคารพสถาบันพระมหากษัตริย์ และเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา ได้เป็นผลสำเร็จ
  
               ที่พักสงฆ์เล็กๆ กลางป่าเขา อ.เคียนซา ได้รับการพัฒนายกฐานะขึ้นเป็นวัด คำว่า “ในปราบ” ที่เดิมตามความหมายของชาวบ้านว่า “ปราบเซียน” ต้องพ่ายแพ้ต่อคุณงามความดีของพ่อท่านชื่น ดังที่ปรากฏให้เห็นประจักษ์ตามชื่อของวัดคือ “วัดเจริญประชาธรรม (วัดในปราบ)”
  
               ทุกวันนี้ แม้ว่าพ่อท่านชื่นจะมีอายุสูงถึง ๘๘ ปี แต่ท่านก็ยังคงใช้ชีวิตใต้ร่มเงาผ้ากาสาวพัสตร์อย่างสง่างาม ไม่มีด่างพร้อยแม้แต่น้อย ท่านได้อุทิศชีวิตในสมณเพศของท่านมุ่งพัฒนาสังคม เพื่อประโยชน์ของสาธารณะต่างๆ โดยไม่เคยละทิ้งหรือหย่อนยานในพระธรรมวินัย อันถือเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา จนกล่าวได้ว่า ปฏิปทาและคุณธรรมของท่านทำให้พุทธศาสนิกชนที่มีโอกาสได้กราบไหว้ท่าน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ท่านคือ “หน่อเนื้อนาบุญ” ของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง
  
               ปัจจุบันด้วยสังขารร่างกายที่เริ่มโรยรา พ่อท่านชื่นได้อาพาธด้วยโรคหัวใจและโรคปอด ท่านได้เข้าพักรักษาอาการอาพาธอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กทม.มานานกว่า ๒ เดือนแล้ว จึงขอแจ้งข่าวมายังพุทธศาสนิกชนผู้ใจบุญ ได้ร่วมกันสร้างบุญใหญ่ ด้วยการถวายปัจจัยค่ารักษาอาการอาพาธแด่ “พ่อท่านชื่น อินทปัญโญ” โดยการโอนปัจจัยทำบุญเข้าบัญชีธนาคารออมสิน สาขาเคียนซา เลขที่บัญชี ๐๒๐-๐-๔๘๔๗๑๖๐-๙ ชื่อบัญชี “พระชื่น อินทปัญโญ” หรือติดต่อสอบถามได้ที่ พระอาจารย์ธนากร (พระอุปัฏฐาก) โทร.๐๘-๘๕๐๘-๙๔๘๒
  
               เมื่อครั้งสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า “โย ภิกขเว มํ อุปฏฐเหยย โส คิลานํ อุปฏฐเหยย” อันมีความหมายว่า “ผู้ใดปราถนาจะอุปปัฏฐากเราตถาคต ผู้นั้นพึงรักษาภิกษุป่วยไข้" ดังนั้นเมื่อพระพุทธเจ้าทรงตรัสเช่นนี้แล้ว การให้การพยาบาลหรือบำบัดโรคภัยไข้เจ็บของพระสงฆ์ จึงเท่ากับการได้อุปัฏฐากพระพุทธองค์เลยทีเดียว
  

"}])