พระเครื่อง

เงินงอกงาม ธรรมงอกเงย (๖ )

เงินงอกงาม ธรรมงอกเงย (๖ )

04 มิ.ย. 2555

เงินงอกงาม ธรรมงอกเงย (๖ ) สิ่งที่มีค่ามากกว่าเงิน : คอลัมน์คันฉ่องและโคมฉาย : โดย...ว.วชิรเมธี

                      วันรุ่งขึ้นเศรษฐีขอให้ลูกชายไปฟังธรรมอีก และให้จำพระพุทธพจน์ให้ได้สักบทหนึ่ง โดยยืนฟังต่อพระพักตร์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หากทำได้ดังนั้นจะได้รางวัล ๑,๐๐๐ กหาปณะ นายกาละรับด้วยความยินดี

                       เขาไปยืนฟังธรรมเฉพาะพระพักตร์พระศาสดา พระพุทธองค์ทรงทราบเรื่องที่นาย กาละรับจ้างบิดามาฟังธรรม จึงทรงบันดาลให้เขาจำไม่ได้แม้แต่บทเดียว เขาจึงตั้งใจฟังมากขึ้น เพื่อจำให้ได้สักบทหนึ่ง ฟังไปๆ บรรลุโสดาปัตติผล

                      พอรุ่งขึ้น เขากลับบ้านพร้อมภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าทรงเป็นประมุข มหาเศรษฐีเห็นแล้วรำพึงว่า "วันนี้ลูกเราน่ารักจริง  เราชอบใจ"

                      เมื่ออังคาส*พระสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข เศรษฐีก็สั่งให้อาหารแก่บุตรชายเหมือนกัน นายกาละนั้นคิดอยู่ตลอดเวลาว่า ขอบิดาอย่าได้ให้ทรัพย์แก่ตนเฉพาะพระพักตร์ของพระศาสดาเลย และขอพระศาสดาอย่าได้ทรงล่วงรู้ถึงเรื่องที่ตนรักษาอุโบสถและฟังธรรมเพื่อค่าจ้าง แต่ความจริงเรื่องนี้พระศาสดาทรงทราบแล้วตั้งแต่วันวาน

                      เมื่อพระศาสดาเสวยเสร็จแล้ว มหาเศรษฐีให้คนวางห่อกหาปณะพันหนึ่งตรงหน้าบุตร พร้อมพูดว่า

                      "กาละ นี่ค่าจ้างสำหรับเจ้าที่รักษาอุโบสถและฟังธรรม"

                      นายกาละรู้สึกละอายอย่างยิ่ง จึงพูดว่า "พ่อ ผมไม่รับกหาปณะเหล่านี้ดอก" แม้บิดาจะอ้อนวอนหลายครั้ง ก็หารับไม่

                       เศรษฐีได้ทูลเล่าเรื่องทั้งปวงให้พระศาสดาทรงทราบ พระพุทธองค์ตรัสว่า "ที่เป็นอย่างนั้นเพราะบุตรของท่านได้รับแล้วซึ่งสิ่งอันประเสริฐกว่าสมบัติแห่งจักรพรรดิราช ประเสริฐกว่าความเป็นใหญ่ในโลกทั้งปวงนั่นคือ โสดาปัตติผล" ดังนี้แล้วตรัสพระคาถาว่า

                      "โสดาปัตติผลประเสริฐกว่าความเป็นจักรพรรดิ กว่าการไปสู่สวรรค์และกว่าความเป็นใหญ่ในโลกทั้งปวง"

                       เรื่องบุตรของอนาถปิณฑิกเศรษฐีที่ใช้กุศโลบาย "จ้างลูกไปฟังธรรม" (เพราะเขารู้ดีว่า คนทั้งโลกนั้นเห็นเงินล้วนตาโต รวมทั้งลูกของเขา) จนลูกได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าแล้วบรรลุธรรมกลายเป็นพระอริยบุคคลระดับโสดาบัน และในที่สุด เขาก็มีจิตหลุดพ้นจากการเห็นแก่เงินอย่างสิ้นเชิง

                       นี่คือตัวอย่างหรือคือที่มาของคำกล่าวที่ว่า "เงินงอกงาม เพื่อธรรมงอกเงย" (ถ้ามีเงิน จงเปลี่ยนเงินเป็นคุณภาพชีวิต ซึ่งในกรณีนี้ ท่านเศรษฐีใช้เงินซึ่งเป็นโลกิยทรัพย์ เป็นรางวัลจูงใจให้ลูกได้อริยทรัพย์ คือ มรรค ผล นิพพาน ซึ่งเป็นแก่นสารอันแท้จริงของชีวิต)

                      มรรค ผล  นิพพาน ทำให้ลูกของเศรษฐีกลายเป็นคนใหม่ มีชีวิตใหม่ ได้คุณภาพชีวิตใหม่อย่างสิ้นเชิง

                      นี่เอง เราถึงเรียกกันว่า "เงินงอกงาม เพื่อธรรมงอกเงย"

หมายเหตุ : อังคาส* หมายถึง การเลี้ยงพระ การหยิบส่งอาหารถวายพระ การดูแลปรนนิบัติพระในขณะฉัน

(ติดตามตอนต่อไป วันพระหน้า )

..................................
( เงินงอกงาม ธรรมงอกเงย (๖ ) สิ่งที่มีค่ามากกว่าเงิน : คอลัมน์คันฉ่องและโคมฉาย : โดย...ว.วชิรเมธี )

"}])