คำสอนที่'ยุทธนา วงศ์กนกสิน'จดจำขึ้นใจ
'อย่าขายพระเก๊ อย่าเอากำไรมาก' คำสอนที่ 'ยุทธนา วงศ์กนกสิน' จดจำขึ้นใจ : เส้นทางนักพระเครื่อง โดย...ตาล ตันหยง
คอลัมน์ เส้นทางนักพระเครื่อง ได้หายหน้าไป ๒ สัปดาห์ เนื่องจากเนื้อที่ไม่เพียงพอ วันนี้ได้กลับมาตามปกติแล้ว ด้วยเรื่องราวของ ยุทธนา วงศ์กนกสิน คนหนุ่มสายเลือดใหม่ของวงการพระเครื่องอีกคนหนึ่ง ผู้มีเส้นทางการเดินเข้าสู่วงการนี้ที่น่าสนใจ และน่าเอาแบบอย่าง หากรักชอบอาชีพวงการพระ
"ผมเป็นชาวบางบอน เรียนหนังสือที่โรงเรียนสิงหราชวิทยาคม เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ อยู่ในบริเวณวัดสิงห์ ใกล้กับวัดกำแพง (หลวงพ่อไปล่) และวัดไทร (หลวงพ่ออ๋อย) ซึ่งสมัยก่อนเป็นละแวกที่มีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายท่าน ตอนเด็กๆ ผมมักจะได้ยินได้ฟังผู้ใหญ่พูดคุยถึงความเก่งกล้าสามารถของพระเกจิอาจารย์แต่ละท่านอยู่บ่อยๆ จนเกิดความสนใจ จึงหาซื้อหนังสือพระเครื่องมาอ่านตั้งแต่สมัยนั้น พอโตขึ้นหน่อยก็เที่ยวหาซื้อพระที่วางตามแผงพระทั่วๆ ไป โดยไม่รู้ว่าเป็นพระแท้หรือปลอม แต่ส่วนใหญ่มารู้ภายหลังว่าเป็นพระปลอมมากกว่า" ยุทธนา กล่าวถึงจุดเริ่มต้นที่สนใจพระเครื่อง
พอเรียนหนังสือจบชั้นมัธยมปลาย ยุทธนา ได้ทำงานเกี่ยวกับการออกแบบลายเย็บปักด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นเสื้อผ้าที่ผลิตส่งขายต่างประเทศ ด้วยเหตุที่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน พอมีเวลาว่างก็จะพักผ่อนด้วยการเข้าไปดูเว็บไซต์พระเครื่อง โดยเฉพาะเว็บยูอะมูเล็ท เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวในวงการพระ และศึกษาภาพพระจากในเว็บนั้น
"เมื่อดูเว็บพระบ่อยๆ ทำให้ผมสนใจที่จะซื้อขายพระในเว็บบ้าง โดยเริ่มจากพระออกใหม่ และพระเก่าบ้างเล็กน้อย จนต่อมาได้รู้จักกับ พี่วิรัตน์ กังวานวานิชกุล (วิรัตน์ เอไอเอ) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญพระหลายประเภท ผมศรัทธาเลื่อมใสพี่วิรัตน์มาก จึงขอคำแนะนำจากพี่วิรัตน์ พี่เขาถามผมว่า เล่นพระมานี่มีใครดูแลอยู่ (หมายถึงพี่เลี้ยงในการดูพระ) ผมบอกว่าไม่มี จึงขอฝากตัวให้พี่ช่วยสอนผมด้วย พี่วิรัตน์ถามว่า เล่นการพนันไหม? เพราะส่วนใหญ่จะตายเพราะเรื่องการพนัน ผมตอบว่าไม่ได้เล่น พี่วิรัตน์บอกว่า ถ้าไม่เล่นการพนันก็ดีแล้ว จะแนะนำวิธีดูพระให้ พร้อมกับบอกว่า อาชีพพระโตได้เร็วกว่าอาชีพที่ผมทำอยู่ หากทำตัวให้ดีๆ จะหาเงินได้มากกว่า และมั่นคงกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเล่นแต่พระแท้เท่านั้น สำคัญที่สุด คือ อย่าขายพระเก๊และอย่าเอากำไรมาก จะได้ซื้อง่ายขายคล่อง มีพระหมุนเวียนบ่อยๆ โอกาสที่จะได้ศึกษาพระแท้จากองค์จริงมีมากขึ้นด้วย ผมถามว่า ถ้าผมจะขอแบ่งพระพี่เอาไปขายบ้างจะได้ไหม พี่วิรัตน์ตอบว่า ได้ จึงได้จัดพระจำนวนหนึ่งให้ผมนำไปขายทางเว็บ โดยเริ่มจากพระราคาพื้นๆ ก่อน เพราะผมมีเงินทุนไม่มากนัก พี่วิรัตน์ยังบอกด้วยว่า หากพระที่เอาไปนี้ขายไม่ออก หรือออกได้ช้า ให้เอามาเปลี่ยนองค์อื่นไปแทน จะได้ขายออกเอาเงินมาซื้อพระองค์อื่นไปหมุนเวียนขายต่อได้อีก เพราะพระที่ให้ไปนี้รับรองว่าแท้ทุกองค์ นี่คือน้ำใจของพี่วิรัตน์ เอไอเอ ผู้มีพระคุณต่อผมมาก ถือเป็นครูคนแรกที่ผมเคารพนับถือเสมือนหนึ่งเป็นพ่อคนที่สองของผมก็ว่าได้" ยุทธนา กล่าวด้วยความภูมิใจ ยุทธนา กล่าวว่า ในระหว่างที่พระซึ่งได้มาจาก พี่วิรัตน์ ยังอยู่ในมือ รอผู้มาซื้อทางเว็บ จะเอาพระทุกองค์ขึ้นมาส่องดูอย่างละเอียดทุกซอกมุมเป็นประจำ เพื่อเป็นข้อมูลของพระแท้ โดยพยายามซื้อพระพิมพ์เดียวกันรุ่นเดียวกันให้ได้มากกว่า ๒-๓ องค์ นำมาเปรียบเทียบกัน จนจดจำจุดสำคัญๆ ขององค์พระได้อย่างดีแล้ว จึงค่อยขายพระองค์ใดองค์หนึ่งออกไป ทำอยู่อย่างนี้เป็นประจำ จนทำให้ดูพระได้แม่นยำขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นก็เปลี่ยนไปดูพระรุ่นอื่นพิมพ์อื่นต่อไป
ยุทธนา กล่าวว่า "ความเมตตาของพี่วิรัตน์มีต่อผมมาก จนถึงขั้นให้ผมไปเฝ้าร้านพระของพี่เขาบนชมรมพระเครื่องมณเฑียรพลาซ่า สุรวงศ์ ชื่อร้าน 'มงคลรัตน์' ซึ่งผมได้อาศัยเอาพระของผมไปวางตู้ขายอยู่ด้วย ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ต่อมาได้ย้าย "ร้านมงคลรัตน์" ไปที่ห้างตั้ง ฮั่ว เซ็ง ธนบุรี เปิดอยู่หลายปี จนถึงทุกวันนี้ได้ย้ายไปเปิดร้านที่ห้างพาต้า ปิ่นเกล้า โดยมีผมเป็นคนดูแลร้านตลอดเวลา พี่เขาจะสอนผมเสมอว่า การซื้อขายแต่พระแท้ จะเป็นการสร้างศรัทธาเชื่อถือให้กับลูกค้าเป็นอย่างดี จากปากต่อปากของลูกค้าเองที่บอกกันต่อๆ ไปในหมู่พรรคพวกเพื่อนฝูง เท่ากับเป็นการเพิ่มลูกค้าให้เรามากขึ้นด้วย ความซื่อสัตย์สุจริตและจริงใจต่อลูกค้า จะทำให้เรายืนอยู่ในวงการนี้ได้อย่างมั่นคงตลอดไป" ต่อมา ยุทธนา ได้ขึ้นไปซื้อขายพระบนห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน จนได้รู้จักกับ แจ็ค พรหม ๙๙ และ ต้น ท่าทราย ได้เรียนรู้ดูนิสัยกันนานพอสมควร จนเกิดความสนิทสนมกันมาก ถึงได้รู้ว่า ๒ คนนี้เป็นนักพระเครื่องไม่ธรรมดา มีหลักการดูพระที่ถูกต้องและแม่นยำ อีกทั้งยังมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ที่สำคัญคือ ๒ คนนี้ซื้อขายแต่พระแท้ และราคาไม่แพง โดยมีการรับประกันพระแท้ทุกองค์ที่ขายให้ด้วย
"ผมจึงได้ติดตามพี่แจ็คและพี่ต้นไปไหนมาไหนเสมอๆ โดยเฉพาะตามงานประกวดพระ ไม่ว่าที่ไหนจะไปพร้อมๆ กัน จากนั้นจะแยกกันหาพระตามแผงพระต่างๆ ที่วางขายในงาน ซึ่งมีพระแท้ปะปนอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน อาศัยสายตาเราเองก็ต้องเฉียบขาดด้วย โอกาสพลาดจะมีน้อย หากองค์ไหนไม่มั่นใจจริงๆ ก็จะเรียกกันมาช่วยกันพิจารณา หลังจากนั้นจะเอาพระทั้งหมดที่ซื้อได้มาแชร์กัน องค์ไหนใครอยากได้ก็แบ่งกันไป ด้วยหลักเกณฑ์ที่เหมือนกัน คือ แบ่งกันกินแบ่งกันใช้ ไม่เอากำไรมาก ผมเห็นว่าการมีเพื่อนที่ดีเป็นสิ่งสำคัญมาก สำหรับสังคมคนวงการพระ การเล่นพระแบบโดดเดี่ยวเป็นคนเดียวเก่งคนเดียว โอกาสพลาดย่อมมีมาก เพราะคนเราไม่ได้รู้ไปหมดทุกอย่าง อะไรที่ไม่รู้ดูไม่เป็นก็ต้องถามคนที่เขาเป็น ย่อมดีกว่าเสี่ยงซื้อเพราะความไม่ชำนาญในพระประเภทนั้น" ยุทธนา กล่าวตอนหนึ่ง
ทุกวันนี้ ยุทธนา ซื้อขายพระได้แทบทุกหน้า อาศัยแนวทางที่ได้พบเห็นมาจาก วิรัตน์ เอไอเอ ผู้เป็นครูคนแรก ซึ่งนอกจากจะสอนวิธีเรียนรู้จนดูพระเป็นแล้ว ยังได้แนะนำแนวทางการวางตัวในสังคมวงการพระอีกด้วย โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่อวดรู้อวดเก่ง และที่สำคัญสุดคือ ให้เล่นแต่พระแท้ 'อย่าขายพระเก๊ อย่าเอากำไรมาก' ซึ่งเป็นคำสอนที่ ยุทธนา จดจำขึ้นใจจนถึงทุกวันนี้...และได้ยึดปฏิบัติตามมาโดยตลอด
--------------------------
( 'อย่าขายพระเก๊ อย่าเอากำไรมาก' คำสอนที่ 'ยุทธนา วงศ์กนกสิน' จดจำขึ้นใจ : เส้นทางนักพระเครื่อง โดย...ตาล ตันหยง)



