พระเครื่อง

เมื่อ‘หนูอยากเรียน’จึงมี‘ครูอยากสอน’

เมื่อ‘หนูอยากเรียน’จึงมี‘ครูอยากสอน’

10 พ.ค. 2555

เมื่อ‘หนูอยากเรียน’จึงมี‘ครูอยากสอน’ ที่มาของ‘โรงเรียนศิลปะแห่งชีวิต : มองนอกดูใน โดย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

              ณ วันนี้ ผู้บวชพุทธสาวิกาสองแผ่นดินครั้งประวัติศาสตร์ ทั้ง ณ ประเทศอินเดียและประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๒-๒๒ เมษายน ๒๕๕๕ จำนวน ๑๓๘ คน ได้กลับคืนครอบครัว...สู่การดำเนินชีวิตปกติตามบทบาท
 
              ทว่า ‘บทเรียน’ ที่ได้รับขณะ ‘บวชเรียน’ มิได้จบลงตามไปด้วย เนื่องเพราะมีผลต่อเนื่องที่น่าชื่นใจ...จากเสียงเล็กๆ แห่งความต้องการประสาซื่อของพุทธสาวิกาตัวน้อยนาม ‘บีน่า’ ระหว่างการเดินทางที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย
 
              “เมื่อสึกออกไปแล้ว หนูอยากเรียนเรื่องชีวิตต่ออีก แต่ที่โรงเรียนไม่ได้สอน จะทำอย่างไรดี”
 
              ข้าพเจ้าจึงตอบว่า “ถ้ามีคนอยากเรียน ก็ต้องมีคนอยากสอน”
 
              แล้วเด็กๆ ก็นัดประชุมกันอย่างเอาจริงเอาจังอยู่เนืองๆ โดยมีผู้ใหญ่คอยเป็นพี่เลี้ยงเพิ่มเติมสิ่งที่พร่องให้ และเมื่อ คุณกนกวรรณ์ เล็กดำรงศักดิ์ ศิลปินนักวาด ทราบข่าวการสร้างโรงเรียนด้วยจิตที่คิดจะให้ จึงได้นำภาพวาดเทคนิคสีน้ำและสีน้ำมัน จำนวน ๒๐ ภาพของเธอจากงาน ‘กาลครั้งหนึ่ง หรือ Once upon a time’ มามอบให้เสถียรธรรมสถาน สำหรับการระดมทุนให้โรงเรียนแห่งนี้
 
              หลังจากการคิดที่จะเรียน ๑ เดือน ในวันฉัตรมงคลที่ ๕ เดือน ๕ ปี ๒๕๕๕ โรงเรียนศิลปะแห่งชีวิต (อริยะสร้างได้) ก็ถือกำเนิดขึ้นที่เสถียรธรรมสถาน จากความคิดของเด็ก โดยเด็กและเพื่อเด็ก เด็กๆ นัดหมายกันกลับบ้านหลังที่สองด้วยความแช่มชื่น มากด้วยความกระตือรือร้นที่จะศึกษาธรรม รู้ธรรมอันเป็นเครื่องออกจากทุกข์ ได้พบกับความเป็นอิสระ โดยมีหนทางอันประกอบไปด้วยปัญญา ศีล และสมาธิ ที่รวมเรียกว่า อริยมรรค คือหนทางที่เป็นทางสายเอก และเป็นทางสายเดียวเท่านั้น ที่จะทำให้เราเข้าถึงความเป็นอิสรชนได้
 
              ในเรื่องของหลักสูตรวิชาชีวิต เกิดขึ้นจากเด็กๆ พ่อแม่ของเด็กๆ ครูชีวิต และนักบวช ช่วยกันร่างขึ้น รวมทั้งการนำหลักสูตรเมื่อครั้งทำโครงการ ‘บวชพุทธสาวิกาสองแผ่นดินครั้งประวัติศาสตร์’ มาขยายผลต่อ
 
              ห้องเรียนชีวิตของโรงเรียนศิลปะแห่งชีวิต ตั้งอยู่ ณ อาคารสิกขาลัย เป็นการตั้งวงคุยด้วยหัวใจ ฟังกันด้วยหัวใจ และเรียนรู้ที่จะปลุกหัวใจของเด็กๆ ให้งดงามต่อไป อาทิ ศิลปะของการฟังให้เป็น การจับประเด็น การใช้ศิลปะกายเคลื่อนไหว ใจตั้งมั่น การทำงานเป็นฐานแห่งการภาวนา และการภาวนากับความรัก
 
              ตกตอนบ่าย ผลงานของคุณกนกวรรณ์ ก็ถูกจัดวางในบรรยากาศของการประมูล บรรดาเด็กๆ และผู้ปกครองสนุกสนานกับการเตรียมงานประมูล สำหรับข้าพเจ้าแล้ว อะไรจะน่าชื่นใจไปกว่าการได้เห็นเด็กที่ขอเรียน มาช่วยกันสร้างโรงเรียน และช่วยกันใช้ศิลปวิทยาในอันที่จะหาช่องทางการสนับสนุนโรงเรียนชีวิตของพวกเขา ทำให้ข้าพเจ้านึกย้อนไปถึงคำกล่าวของ ท่านเจ้าคุณอาจารย์ พระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เมื่อครั้งข้าพเจ้าและคณะได้ขอเข้าพบเพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการก่อตั้งสาวิกาสิกขาลัย ที่ว่า “สาวิกาสิกขาลัย แปลว่าแหล่งการศึกษาของสาวิกา...โดยสาวิกา...เพื่อสาวิกา” ดังนั้น “โรงเรียนศิลปะแห่งชีวิต จึงคือโรงเรียนชีวิตของเด็ก...โดยเด็ก...เพื่อเด็ก”
 
              โรงเรียนแห่งนี้มีเพลงประจำโรงเรียน คือเพลง ‘อาวุธอันศักดิ์สิทธิ์’
 
              “อยู่กับโลกเข้าใจโลกอย่างเป็นสุข มองเห็นทุกข์ต้องไม่ลืมหมั่นฝึกฝน  ฝึกจ๊ะเอ๋...บ๊ายบาย กับใจตน กายและใจเป็นอย่างไรในปัจจุบัน อกุศลหรือกุศล กิเลสใด เมื่อแย้มกรายเข้ามา ไม่สำคัญ เรามั่นคง ไม่หวั่นไหว ใจตั้งมั่น เพราะเรานั้นมีเครื่องอยู่ ดูลมหายใจ มีอาวุธคือ ศีลเป็นอาภรณ์ อารักขา ด้วยสติ ไม่หลงใหล ไว้ต่อสู้กับกิเลส กับมารร้าย สมาธิอันยิ่งใหญ่ เป็นผู้ดู...จิตตื่นรู้ เกิดปิ๊งแวบ เป็นปัญญา...จิตตื่นรู้ เกิดปิ๊งแวบ เป็นปัญญา ปิ๊งๆ แวบ ปิ๊งๆ แวบ เอ้า! เห็นอะไร...เห็นไตรลักษณ์ เห็นไตรลักษณ์ ไตรลักษณ์นั่นไง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา...อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จิตตื่นรู้ เกิดสติ เกิดปัญญา...จิตตื่นรู้ เกิดสติ เกิดปัญญา อนิจจัง ไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา...ทุกขัง ทนอยู่ได้ยาก อนัตตา ไม่มีตัวตน...อนัตตา ไม่มีตัวตน”
 
              ขอขอบคุณ สายการบินแอร์เอเชีย ที่สนับสนุนการเดินทาง ‘บวชพุทธสาวิกาสองแผ่นดินครั้งประวัติศาสตร์’ ณ แดนพุทธภูมิ สำหรับผู้ที่สนใจเรียนชีวิตใน โรงเรียนศิลปะแห่งชีวิต สอบถามได้ที่โทร.๐-๒๕๑๙-๑๑๑๙ หรือที่ www.sdsweb.org
 
       ธรรมสวัสดี

"}])