พระเครื่อง

พล.อ.เอกชัยประสบการณ์'เฉียดตาย!'

พล.อ.เอกชัยประสบการณ์'เฉียดตาย!'

05 พ.ค. 2555

พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ แขวนพระ ๘ องค์กับประสบการณ์ "เฉียดตาย!" : สรณะคนดัง โดย เรื่อง พิมพ์นารา ประดับวิทย์ / ภาพ สกล สนธิรัตน

              พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ เป็นประธานนักเรียนเตรียมทหารรุ่น ๑๐ (ต.ท.๑๐) รุ่นเดียวกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยทำงานด้านเศรษฐกิจพอเพียงที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ก่อนจะมาเป็น ผอ.สำนักสันติวิธี และธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า 
 
              ภายหลังหันมาสนใจเรื่อง “ยุทธศาสตร์ของประเทศ” โดยมองว่าการพัฒนาระบบทุนนิยมตามแบบตะวันตก โดยไม่เข้าใจลักษณะเฉพาะของประเทศไทย จึงนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำและความไม่สงบทางสังคม ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน พลเอกเอกชัยจึงได้เสนอ “เศรษฐกิจวิถีที่มีชีวิต” ยุทธศาสตร์การพัฒนาทุนนิยมที่สอดคล้องกับความเป็นไทย
   
              พล.อ.เอกชัย เท้าความให้ฟังถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง และยังเล่าให้ฟังว่า มีพระหลายพันองค์ที่ได้รับมา ส่วนใหญ่คนเอามาให้ แล้วก็จะบอกว่าพระดีนะ เก็บไว้ให้ดีคงกลัวเราจะไปวางทิ้ง และที่ผ่านมาเรายังไม่เคยเปิดกรุให้ใครดู  ส่วนพระที่ห้อยคอมีทั้งหมด ๘ องค์ มีคนให้ทั้งหมด ประกอบด้วย
  
              คือ ๑.พระสมเด็จจิตรลดา ๒.เหรียญกรมหลวงชุมพร ๓.เหรียญ ๑๐๐ ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ๔.พระสมเด็จวัดพลับ ๕.พระยอดธง ๖.พระหลวงปู่ทวด พิมพ์ใหญ่ ปี ๒๔๙๗  ๗.หลวงปู่ทวดองค์เล็ก รุ่นพิมพ์ใหญ่แจกกรรมการ ปี ๒๔๙๗ และ ๘.พระสมเด็จนางพญา 
  
              พระทั้ง ๘ องค์ นี้ พล.อ.เอกชัย บอกว่า ไม่ได้ชอบองค์ไหนเป็นพิเศษ แต่ถ้าเมื่อไหร่ออกจากบ้านแล้วลืมพระ ก็จะใจไม่ดีตลอด แต่สิ่งที่ทำเสมอเวลาจะไปไหน จะพูดอะไร คือ สวดบทรัชกาลที่ ๕ ให้ท่านทรงปกป้องคุ้มครอง แม้จะที่ไม่ได้สวดมนต์เป็นประจำทุกวันเช้าเย็น แต่บางครั้งก็จะใช้วิธีสวดมนต์ในรถเสมอ
 
              ส่วนหลังจากแขวนพระองค์ไหน แล้วทำให้เหตุการณ์วิกฤติในชีวิตคลี่คลายบ้างหรือไม่นั้น พล.อ.เอกชัย บอกว่า บางทีในชีวิตเราเจอเรื่องอะไรที่เราคิดว่าวิกฤติ แย่กับเราแล้ว แต่เราอยู่มาถึงตอนนี้เราคิดว่ามีทางออกเสมอ จะเรียกว่าละวางแล้วหรือไม่ก็ไม่แน่ใจ แต่คิดอยู่เสมอว่า พรุ่งนี้เราจะตายแล้วเพราะฉะนั้นวันนี้ต้องทำให้ดีที่สุด เพราะพรุ่งนี้เราจะตายก็คิดอย่างนี้เสมอ ฉะนั้นจะไม่ไปทำร้ายทำลายใครแน่นอน จะคิดดีคิดบวกต่อทุกคน         
 
              “ชีวิตเคยจะรถคว่ำตาย จำได้ว่าเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๕ สมัยเป็นทหารไปรบอยู่แถวอีสานใต้ แล้วขับรถจาก อ.ละหานทราย จ.สุรินทร์ จะไปตัวเมืองจังหวัดเดียวกัน กับลูกน้องทั้งหมดรวม ๓ คน ขณะขับรถไปฝนตกถนนลื่น รถพลิกคว่ำตกลงไปในน้ำ ตอนนั้นคิดว่าตัวเองเสียชีวิตแน่นอนแล้ว ลูกน้องคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างหลังก็ถูกเบาะทับ สุดท้ายชาวบ้านมาช่วยยกรถ ก็รอดหมดไม่มีใครเป็นอะไร หรือหลายครั้งขับรถแล้วเกิดหลับในกำลังจะตกถนน ก็เหมือนมีใครมาสะกิด หรือเวลาลืมของก็เหมือนมีใครมาสะกิด หรือลืมอะไรก็เหมือนมีใครมาเตือนปุ๊บ ก็ทำให้ต้องรีบเขียนซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญด้วย ถ้าลืมก็จะทำให้เสียงานเสียการ หรือบางทีไปไหนลำบากรถแน่นมากเลย แต่ก็ปุ๊บเหมือนกับมีทางออกให้เราเห็นโดยที่เราไม่ได้คาดคิดไว้ก่อน แบบนี้หลายครั้งมากเลย” พล.อ.เอกชัย กล่าว
 
              พร้อมกันนี้พล.อ.เอกชัย ยังบอกด้วยว่า ชีวิตเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ จากที่เดิมเป็นคนใจร้อนมาก และชอบโต้ตอบ แต่วันนี้จะนิ่งตลอด  ใครว่าอะไรจะนิ่งเฉย เราจะได้คำสอนของพระโพธิญาณเถร หรือ หลวงพ่อชา สุภัทโท อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี ยึดเหนี่ยวจิตใจเสมอว่า “เวลาเราถูกใครว่าหรือมองเราไม่ดี ถ้าไม่จริงก็นิ่งเสียแต่ถ้าจริงก็แก้ไขตัวเองใหม่” และ “เวลามองนอกกายขอให้มองสิ่งดีๆ เวลามองตัวเองให้มองสิ่งไม่ดี” เพื่อนำมาปรับปรุงตัวเอง และก็จะไม่มองคนอื่นร้าย หรือทำร้ายใคร คิดอย่างนี้แล้วมีความสุขมากเลย ส่วนคติประจำใจคือ “ไม่ตอบโต้ ไม่ต่อว่า โดยที่เราก็ต้องมีความอดทนและนิ่งพอสมควร  จะทิ้งเวลาแล้วความจริงจะเปิดเผยเอง”

 

"}])