พระเครื่อง

โกหกเพื่อไม่ให้ลำบากใจจะผิดศีลไหม

โกหกเพื่อไม่ให้ลำบากใจจะผิดศีลไหม

05 พ.ค. 2555

โกหกเพื่อไม่ให้ลำบากใจจะผิดศีลไหม: ปุจฉา -วิสัชนา กับพระไพศาล วิสาโล

              ณรงค์ศักดิ์ สุวรรณ ปุจฉา : พระอาจารย์ครับ รบกวนถามเรื่องการพูดโกหกแบบต่างๆ หน่อยครับ ว่าจะผิดศีลและบาปมั้ยครับ การพูดโกหกแบบให้คนอื่นสบายใจ เช่น โกหกผู้ป่วยโรคมะเร็ง / โกหกแบบตัดบท เช่น เจ้านายชวนไปกินเหล้า ต้องโกหกว่ามีนัดสำคัญแล้ว ไม่งั้นเจ้านายไม่ยอม หรือมีโทรศัพท์มาขายของ โกหกว่าไม่สะดวกประชุมอยู่ / โกหกเพื่อให้ผู้อื่นทำดีหรือไม่ต้องทำบาป เช่น แม่ให้ไปซื้อปูเป็นๆ มานึ่งกิน เราโกหกว่าปูหมด เพราะไม่อยากให้แม่ทำบาป / การพูดความจริงไม่หมด ขอบพระคุณครับ
 
              วิสัชนา :  การพูดโกหกนั้น แม้จะมีเจตนาดี ถ้าตั้งใจโกหก ก็ถือว่าผิดศีลทั้งนั้น แต่ก็ยังมีส่วนดีตรงที่มีเจตนาดี ต้องมองแยกเป็นส่วนๆ จะให้ดีก็ควรมีทั้งเจตนาดีและพูดความจริง
 
              การพูดความจริงโดยไม่ก่อผลร้ายต่อผู้ฟังนั้น ทำได้เสมอ อยู่ที่ว่าจะพูดอย่างไร อันนี้เป็นเรื่องทักษะและปฏิภาณ จะเรียกว่าเป็นทักษะทางสังคม อย่างหนึ่งก็ได้ ตอนเริ่มใหม่ๆ ยังทำได้ไม่ถนัด ก็อย่าท้อถอย หมั่นทำไปเรื่อยๆ ก็จะทำได้ดีขึ้นๆ
 
              การโกหกด้วยเจตนาดีนั้น หากทำบ่อยๆ จะติดนิสัย และโกหกง่ายขึ้น แม้แต่เรื่องเล็กน้อย ก็โกหกเพียงเพื่อความสะดวกของผู้พูดเท่านั้น แต่อาจจะเอาความปรารถนาดีต่อผู้อื่นมาเป็นข้ออ้างก็ได้ พอเป็นนิสัยแล้วจะแก้ยากมาก
 
              ผิดเป็นครู
 
              ศิลาภา นพเจริญกุล ปุจฉา :  นมัสการครับหลวงพ่อ ผมได้หลงไปตามกิเลสโดยขาดความยับยั้งชั่งใจไปชั่วขณะ ขาดสติเป็นทุกข์กับสิ่งที่รุมเร้า กระผมยังไม่สามารถจัดการกับเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเอง เพียงแต่พยายามหาผู้อื่นมาเตือนสติ ตอนนี้ผมตั้งใจจะจัดการกับปัญหานี้ได้ กระผมขอกราบ เรียนหลวงพ่อช่วยแนะทางด้วยครับ
 
              วิสัชนา :  คุณเริ่มต้นถูกแล้วที่ตั้งใจจะจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ปล่อยปละละเลย นิ่งดูดาย หรือโทษคนอื่น วิธีจัดการกับปัญหานั้น จะต้องเริ่มต้นจากการตั้งสติให้ดี จะได้เกิดปัญญาในการใคร่ครวญหาทางออก สตินั้นยังช่วยให้ใจไม่จมอยู่กับเหตุการณ์ในอดีต (ซึ่งอาจทำให้คุณรู้สึกแย่กับตัวเองจนไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไร) หรือกังวลในเรื่องอนาคต (ซึ่งอาจทำให้คุณท้อและรนจนทำอะไรไม่ถูก) พยายามตั้งจิตให้อยู่กับปัจจุบัน และแก้ปัญหาทีละเปลาะๆ เปลาะไหนที่ยังแก้ไม่ได้ หรือยังไม่ถึงเวลาที่จะแก้ ก็วางเอาไว้ก่อน อย่าแบกเอาไว้ให้หนักใจหรือเป็นกังวล
 
              ปัญหานั้นสามารถคลี่คลายได้เสมอ ถ้าคุณมีความเพียรพยายามและจริงใจกับการแก้ปัญหา ซึ่งหมายถึงการพร้อมรับผลร้ายจากการกระทำที่ผ่านมาของตน (เช่น พร้อมรับคำตำหนิ หรือพร้อมที่จะถูกต่อว่า) หากคุณตั้งใจแก้ปัญหานี้ด้วยความเพียรพยายามและอย่างมีสติ มันจะเป็นบทเรียนช่วยให้คุณไม่เผลอไผลหลงทำผิดพลาดอีกในอนาคต อีกทั้งยังจะเป็นการฝึกฝนให้คุณมีจิตใจเข้มแข็งและมีปัญญามากขึ้นในการจัดการกับปัญหาต่อๆ ไป ซึ่งอาจจะรุนแรงกว่าที่คุณเจอในครั้งนี้ก็ได้
 
              อีกสิ่งหนึ่งที่อยากให้คุณพิจารณา คือ สิ่งแวดล้อม หากผู้คนหรือสถานที่ที่แวดล้อมตัวคุณ คอยชักนำคุณไปในทางที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ขาดสติอยู่เสมอ ควรพาตัวออกจากสิ่งแวดล้อมดังกล่าว หาไม่ก็คงยากที่คุณจะทำความดีหรือกลัวตัวใหม่อย่างที่ตั้งใจไว้
 
              ที่สำคัญก็คือขอให้ถือว่าผิดเป็นครู คนเราผิดพลาดได้ แต่เมื่อผิดพลาดแล้วต้องฉลาดและมีสติกว่าเดิม จะได้ไม่ทำผิดซ้ำอีก หากทำเช่นนี้ได้คุณจะมีแต่กำไร ไม่ขาดทุน

ปัญหาทุกเรื่องคลี่คลายได้เสมอ แม้ในยามป่วย สายด่วนให้คำปรึกษาทางจิตใจผู้ป่วยระยะสุดท้าย โทร.๐-๒๘๘๒-๔๙๕๒

"}])