พระเครื่อง

เงินงอกงามธรรมงอกเงย(๒)โจรกับชาวนา

เงินงอกงามธรรมงอกเงย(๒)โจรกับชาวนา

05 พ.ค. 2555

เงินงอกงามธรรมงอกเงย(๒)โจรกับชาวนา : คันฉ่องและโคมฉาย โดยว.วชิรเมธี

              ในคัมภีร์พระธรรมบทมีเรื่องเล่าที่แสดงว่า “เงิน คือ อสรพิษ” ดังต่อไปนี้
 
              “ชาวนาคนหนึ่ง ไถนาอยู่ไม่ไกลกรุงสาวัตถี คืนนั้นพวกโจรหมู่หนึ่งขโมยทรัพย์ของตระกูลมั่งคั่งตระกูลหนึ่งได้ทรัพย์มากก็แบ่งทรัพย์กันที่นาของชาวนาคนนั้น (เวลากลางคืน) บังเอิญถุงเงินถุงหนึ่งตกอยู่ รุ่งเช้าชาวนาไปไถนาตามปกติ ไม่เห็นถุงเงินนั้น
 
              เช้าวันนั้น พระตถาคตเจ้าแผ่ข่ายพระญาณไปตรวจดูหมู่สัตว์ที่พระองค์ควรโปรด ได้เห็นอุปนิสัยแห่งโสดาปัติมรรคของชาวนานั้นและเหตุทั้งปวงอันจักเกิดขึ้นแก่ชาวนา พระองค์ทรงเห็นว่าไม่มีใครอื่นที่จะเป็นพยานของชาวนาได้นอกจากพระองค์ จึงมีพระอานนท์เป็นปัจฉาสมณะเสด็จไปยังที่นั้น
 
              ชาวนาเห็นพระศาสดาก็มาถวายบังคม แล้วไปไถนาอย่างเดิม พระศาสดาเสด็จไปที่ถุงเงิน ตรัสกับพระอานนท์ว่า
 
              “อานนท์ เธอเห็นอสรพิษนั่นหรือไม่?”?
 
              “เห็นพระเจ้าข้า อสรพิษร้าย” พระอานนท์ทูลตอบ
 
              พระศาสดาตรัสเพียงเท่านี้แล้วหลีกไป ชาวนาได้ยินเสียงนั้นจึงคิดว่า “ที่นี่ เราไป-มาอยู่เสมอทั้งกลางวันกลางคืน อสรพิษจักเป็นอันตรายแก่เรา” ดังนี้แล้ว ถือด้ามปฏักไปหมายจะตีงู เห็นถุงทรัพย์บรรจุทรัพย์ไว้พันหนึ่ง ดีใจว่าพระศาสดาตรัสบอกทรัพย์ให้โดยนัย จึงถือเอาทรัพย์นั้นไป เอาฝุ่นกลบไว้แล้วไถนาต่อไป
 
              เจ้าของทรัพย์ตื่นขึ้นเวลาเช้า เห็นว่าทรัพย์หายไปจึงชวนกันเดินตามรอยเท้าของโจร เห็นรอยเท้ามาหยุดที่นาของชาวนาคนนั้น และมีร่องรอยการแบ่งทรัพย์กัน เห็นรอยเท้าของชาวนา จึงเดินตามรอยเท้าไป เห็นรอยเท้าไปหยุดอยู่ ณ ที่แห่งหนึ่ง มีรอยขุดคุ้ยดิน เอาฝุ่นกลบไว้ จึงคุ้ยฝุ่นดูก็เห็นถุงทรัพย์?พวกเขา โบยตีชาวนาด้วยท่อนไม้แล้วนำตัวไปแสดงแด่พระราชาในฐานะขโมยทรัพย์เป็นอันมาก
 
              พระราชาทรงสดับเรื่องราวโดยตลอดเวลา รับสั่งให้ประหารชีวิตชาวนานั้นเสีย
 
              พวกราชบุรุษมัดชาวนานั้นไพล่หลัง เฆี่ยนด้วยหวาย นำไปสู่ที่ประหาร ชาวนากล่าว อยู่อย่างเดียวว่า
 
              “อานนท์ เห็นอสรพิษนั่นไหม?”
 
              “เห็นพระเจ้าข้า อสรพิษร้าย”
 
              พวกราชบุรุษสงสัยในคำของเขา จึงถามว่า เหตุไรจึงกล่าวคำของพระศาสดาและพระอานนท์ เขาบอกว่าต้องได้เฝ้าพระราชาเสียก่อนแล้วจักบอก พวกราชบุรุษนำเขาไปเฝ้าพระราชา เมื่อพระราชาตรัสถามจึงทูลเล่าเรื่องทั้งปวงถวาย พระราชาทรงดำริว่า “ชาวนานี้อ้างพระศาสดาและพระอานนท์เป็นพยาน น่าจะมีเหตุอะไรสักอย่างหนึ่ง” ดังนี้แล้วให้พักการลงโทษชาวนาไว้ก่อน ทรงพาเขาไปเฝ้าพระศาสดาในเวลาเย็น ทูลถามเรื่องราวต่างๆ พระศาสดาตรัสตอบตรงตามที่ชาวนาเล่าถวายทุกประการ
 
              พระราชาตรัสว่า
 
              “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หากชาวนานี้ไม่อ้างพระองค์คงตายไปแล้ว แต่เพราะเขากล่าวคำที่พระองค์ตรัสกับพระอานนท์ครั้งแล้วครั้งเล่า เขาจึงได้ชีวิตรอดมา”
 
              พระศาสดามีพระประสงค์จะเทศนาโปรดทั้งพระราชาและชาวนาจึงตรัสว่า “มหาบพิตร อาตมภาพกล่าวคำเพียงเท่านั้นแล้วหลีกไป มหาบพิตร กรรมใดทำแล้วเดือดร้อนภายหลัง บัณฑิตย่อมไม่ทำกรรมนั้น”
 
              ดังนี้แล้วตรัสพระคาถาความว่า “บุคคลทำกรรมใดแล้ว ต้องเดือดร้อนภายหลัง” เป็นอาทิ มีนัยดังพรรณนามาแล้วแต่ต้น
 
              นี่คือที่มาและความหมายของคำว่า “เงิน คือ อสรพิษ”
(ติดตามตอนต่อไปวันพระหน้า)

"}])