พระเครื่อง

เมตตาคือกำลังใจให้ก้าวเดินต่ออย่างมั่นคง

เมตตาคือกำลังใจให้ก้าวเดินต่ออย่างมั่นคง
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

คือเมตตา...คือกำลังใจ...ให้ก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง : ส่องนอกดูใน โดย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

             เสถียรธรรมสถาน...จากวันแรกของการทำงาน...จวบจนวันที่เสี้ยวศตวรรษแห่งการทำงานผ่านพ้น ชุมชนแห่งธรรมแห่งนี้มิเคยร้างไร้ซึ่งความเมตตา ดังเช่นโครงการ ‘บวชพุทธสาวิกาสองแผ่นดินครั้งประวัติศาสตร์’ ที่ผ่านมา ครูบาอาจารย์...พระสงฆ์ผู้เป็นดั่งพี่ ได้ให้โอกาส ได้แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนเสถียรธรรมสถาน และได้ให้กำลังใจอยู่เนืองนิตย์ ด้วยจิตที่มีเมตตาเต็มเปี่ยม

              พระสุธีธรรมานุวัตร คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์การบวชพุทธสาวิกา ณ เสถียรธรรมสถาน ได้เมตตาให้กำลังใจว่า
 
              “...คุณแม่ชีทำงานใหญ่ ผู้ที่ยิ่งใหญ่ คนใหญ่จะทำงาน ต้องประกอบด้วย ๓ ส่วน คือ ๑.มีปัญญา คือมีความรู้ ๒.มีบารมี บารมีต้องอาศัยเวลา ตอนนี้ถือว่าท่านบารมีเต็มแล้ว และสิ่งสำคัญมากที่ผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้มีทุกคน คือ ๓.ความกล้า ปัญญามี ความรู้มีบารมีพร้อม แต่ถ้าไม่กล้า ก็ทำงานใหญ่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นข้อ ๓ เป็นตัวเชื่อมที่สำคัญที่สุด คุณแม่มี ๓ ข้อ…เมื่อ ๒๕ ปีที่แล้วที่มาจากวัดศิริพงษ์ธรรมนิมิตมาอยู่ที่นี่...ผู้หญิงตัวน้อยๆ อายุ ๓๐ เศษๆ มาตั้งสำนักป่ากลางกรุงในสมัยนั้น มีหลายท่านไม่เห็นด้วย...แต่พอมาถึงวันนี้ถือว่าท่านกล้า กล้าบุกเบิก และนอกจากนั้นที่ว่ากล้าคือ เอาพวกเราเป็นแม่ชีน้อยในประเทศไทย ถือว่าคุณแม่เป็นคนแรกที่จัดบวชพุทธสาวิกาภาคฤดูร้อน อาตมาตั้งแต่บวชมา ๔๐ ปี ยังไม่เคยมี นอกจากบวชชีพราหมณ์ บวชชีอะไรก็ว่ากันไป…ถือว่าท่านก็กล้า และนอกจากนี้ยังพาพวกเราไปแสวงบุญ ได้รับบุญกุศลกันถ้วนหน้า ถวายเป็นพุทธบูชา อันนี้ต้องขออนุโมทนาคุณแม่...” 
 
              พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ อดีตเจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติ ได้เมตตามาให้กำลังใจ รับฟังการรายงานการเดินทางไปยังแดนพุทธภูมิ และให้โอวาทแก่เหล่าพุทธสาวิกา เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน ซึ่งเป็นวันบวชพุทธสาวิกา ณ เสถียรธรรมสถาน
 
              “...พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า ความอดทนเป็นเครื่องเผากิเลสอย่างยิ่ง ในโอวาทปาฏิโมกข์ พระพุทธองค์ทรงเลือกคุณธรรม คือความอดทน ว่าเป็นคุณธรรมหลัก คุณธรรมใหญ่ในการบรรลุมรรคผลนิพพาน แต่คนเราส่วนมากไม่ค่อยจะให้เกียรติความอดทน มักจะมองความอดทนเหมือนเป็นรางวัลชดเชยมากว่า ถ้าไปที่ไหน แล้วมีคนถามว่า ได้อะไรบ้าง ก็ได้ความอดทนบ้าง เหมือนกับว่าไม่ได้สิ่งที่ต้องการ แต่ได้ความอดทนก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย จริงๆ ได้ความอดทนนี่นึกว่าได้กำไรมหาศาล แต่เวลาเราอยู่สะดวกสบาย เรามองไม่เห็นว่า ได้ความอดทน เพราะตอนนี้ไม่มีอะไรที่จะต้องทน จะรู้ได้ในกรณีที่เราเจอความลำบาก เช่น เจอความร้อน ความหิว ความกระหายน้ำ เจอยุง เจอสัตว์ต่างๆ เราก็เจอความลำบาก อาตมาเชื่อว่าผู้ที่ผ่านการเดินทางไปอินเดีย จะสังเกตว่าจิตใจจะเข้มแข็งมากขึ้น เพราะเราผ่านมาแล้ว เรื่องนี้สอนให้เห็นความสำคัญของประสบการณ์ บางอย่างถึงจะเชื่อ จึงจะเห็นด้วย ถ้าไม่ผ่านด้วยตัวเองมันยังไม่ถึงใจเรา แต่พอเราผ่านแล้วที่อินเดีย บางที ๔๐ องศาก็ผ่านแล้ว พอเราเจอ ๓๐ กว่าๆ ก็นี่อินเดียร้อนกว่านี้อีก เราก็ได้กำไรจากความทรงจำ เพราะรู้ว่าเราเคยผ่านยิ่งกว่านี้ แย่กว่านี้ ยากกว่านี้ก็ไม่เห็นตาย ไม่เห็นเป็นไร คราวที่แล้วก็ไม่เห็นเป็นไร ตอนนี้ทำไมจะทนไม่ได้ นี่ก็คือกำไร...”
 
              และเมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ น.ธ.เอก) เจ้าคณะภาค ๑๐ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ได้เมตตามาเยี่ยมเยียนเหล่าพุทธสาวิกา และให้กำลังใจว่า
 
              “มาเห็นวันนี้แล้วรู้สึกว่าปลื้มใจที่เด็กๆ ทั้งหลายอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา เป็นชีวิตที่เป็นแบบอย่างให้กับสังคมไทยของเราในอนาคต เพราะภาพอย่างนี้ยังไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย ที่จะมีเด็กๆ บวชตั้งแต่ ๕-๖ ขวบ เป็นภาพที่งดงามมาก จึงถือว่าทุกคนเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศให้เป็นแบบอย่างที่เยาวชนของประเทศไทยจะมีต่อไปในอนาคต ทุกท่านต้องภูมิใจว่า คนในประเทศไทย ๖๐ กว่าล้านคนที่เป็นเด็กด้วย ผู้ใหญ่ด้วย แต่ว่าหนูๆ ทั้งหลายได้เข้ามาเพียงแค่ ๑๐๐ กว่าคน ที่จะใส่ชุดแบบนี้ โกนศีรษะ และถือศีล ถ้านับเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ต่ำมาก ถึงได้บอกว่าในประเทศไทยไม่เคยมี แต่ว่าหนูๆ ทั้งหลายได้ทำเป็นแบบอย่างที่จะทำให้เกิดขึ้นในอนาคต ไม่ใช่เรื่องธรรมดา เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่สำหรับชีวิตของทุกๆ คนเลย  อันนี้จะเป็นที่ตราตรึง ซาบซึ้ง และเป็นที่กล่าวขานของคนอีกต่อๆ ไป...หลังจากบวชแล้วยังได้ไปในสถานที่สำคัญของพระพุทธเจ้า คือพ่อของเรา อันนี้สำคัญ เพราะว่าคนทั้งหลายที่ได้ไปยังที่ที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน น้อยมากเหมือนกัน ในประเทศไทยก็ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ที่ได้ออกไปดู ไปเห็น แต่ว่าหนูๆ หลังจากบวชแล้ว อายุนิดเดียวได้ไปเห็นแล้ว ถ้าเชื่อถึงเรื่องบุญ เรื่องกุศล อันนี้แหละเป็นเรื่องที่เราต้องเชื่อว่ามีจริง เพราะว่าถ้าเราไม่มีบุญ ไม่มีทุนเดิม คือ ไม่มีกุศลมาเดิมก็คงไม่มีโอกาส…หนูทั้งหลายได้ทำบุญมาดี กุศลส่ง และได้พบกับผู้นำที่ดี คือ ท่านอาจารย์แม่ชี ได้เป็นผู้ริเริ่มโครงการ จนกระทั่งเป็นผู้ที่ปรากฏทำให้หนูทั้งหลายได้กำลังส่งเสริม สนับสนุน จนกระทั่งได้บวช และได้ไปสถานที่เหล่านั้น และนำมาปฏิบัติ กุศลเหล่านี้ก็ยังส่งผลให้แก่ญาติ พ่อแม่พี่น้องอีกส่วนหนึ่งด้วย”
          ธรรมสวัสดี

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง