พระเครื่อง

ดร.นริศ'มีแม่เป็นหมอดูคอยเช็กดวง'

ดร.นริศ'มีแม่เป็นหมอดูคอยเช็กดวง'
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ดร.นริศ ชัยสูตร ในวันที่..."มีแม่เป็นหมอดูคอยเช็กดวง" : สรณะคนดัง เรื่อง / ภาพ ไตรเทพ ไกรงู


             “กรมธนารักษ์” ตั้งขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้โปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง "กรมเก็บ" ขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวังเพื่อดูแลและจัดเก็บทรัพย์สินแผ่นดิน ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "กรมพระคลัง มหาสมบัติ" และภายหลังการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๕ ได้มีประกาศใช้พระราชบัญญัติจัดตั้งกระทรวงและกรม พ.ศ.๒๔๗๖
 
             ในรัชกาลที่ ๗ โปรดเกล้าฯ ให้รวมกรมพระคลัง มหาสมบัติ กรมเงินตรา กรมรักษาที่หลวงและกัลปนา และกรมกระษาปณ์สิทธิการ เข้าด้วยกันเรียกว่า “กรมพระคลัง” และเปลี่ยนชื่อมาเป็น “กรมคลัง” ต่อมาเปลี่ยนเป็น “กรมธนารักษ์” เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๙๕ ปัจจุบันมี ดร.นริศ ชัยสูตร เป็นอธิบดี
 
             กว่าจะได้รับแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมธนารักษ์ และเป็นโฆษกกระทรวงการคลัง เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๔ ดร.นริศ ชัยสูตร เคยดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในระหว่าง พ.ศ ๒๕๓๖-๒๕๓๗ ในปีต่อมาจึงได้รับตำแหน่งคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้รับแต่งตั้งเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๑-๒๕๔๗ ภายหลังจากพ้นจากตำแหน่งอธิการบดีแล้ว จึงได้โอนย้ายมารับราชการในสังกัดกระทรวงการคลัง โดยมีความเชื่อว่า "ทุกตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผลพวงมาจากกรรมดีที่สร้างไว้ในชาติปัจจุบันและส่วนหนึ่งสะสมมาเมื่อชาติก่อนๆ"
 
             ทุกๆ เช้า เมื่อมาถึงห้องทำงานที่กรมธนารักษ์ ดร.นริศ จะสวดมนต์ไหว้พระ จนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่งไปแล้ว โดยเขาให้เหตุผลว่า "การสวดมนต์เป็นมงคลอย่างหนึ่ง สิ่งที่ได้ระหว่างการสวดมนต์ คือ สมาธิที่เกิดขึ้นระหว่างการเปล่งเสียง และเมื่อเกิดสมาธิการตัดสินใจใดๆ ทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่จึงไม่มีข้อผิดพลาดให้คนตำหนิ หรือเป็นเหตุมาทำร้ายเราในภายหลัง"
 
             เมื่อถามถึงความเชื่อเกี่ยวกับการดูดวง นายนริศ พูดอย่างติดตลกว่า “ตลอดชีวิตที่ผ่านมาผมไม่เคยเสียเงินค่าดูหมอเลยสักบาท มีแต่ได้เงินจากหมอดูโดยตลอด และได้มาตั้งแต่เด็กแล้วด้วย ผมไม่ต้องถามว่าดวงผมจะเป็นอย่างไร เมื่อถึงเวลาหมอดูท่านนี้จะคอยบอกคอยเตือนผมตลอดเวลา ทุกเรื่องที่ท่านทัก ทุกเรื่องที่ท่านบอกผมเชื่อโดยไม่มีข้อสงสัยใดๆ เลย และท่านไม่เคยรับงานดูหมอที่ไหนเลย นอกจากดูให้ผมเพียงคนเดียว หมอดูท่านนั้น คือ แม่ผมเอง”
 
             สำหรับพระสงฆ์ที่นายนริศ บอกว่า กราบได้อย่างสนิทใจ คือ พระธรรมภาวนาวิกรม หรือ เจ้าคุณธงชัย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม ทั้งนี้ ท่านไดจัดทำโครงการเพชรยอดมงกุฎ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ ซึ่งเป็นโครงการที่เพิ่มการพัฒนาศักยภาพเยาวชนด้วยการจัดแข่งขันภาษาจีน ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ พระพุทธศาสนา ภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่น ด้วยเหตุนี้ โครงการเพชรยอดมงกุฎจึงเป็นโครงการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เยาวชนไทยมีความมุ่งมั่นเพื่อความสำเร็จในอนาคต และเป็นไปตามหลักการจัดการศึกษาในยุคใหม่ คือการพัฒนาชาวไทย ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม
 
             อย่างไรก็ตาม เพื่อสนับสนุนโครงการเพชรยอดมงกุฎ โอกาสที่กรมธนารักษ์ครบรอบ ๘๐ ปี ในการจัดสร้างเหรียญพระคลัง ในพระคลังมหาสมบัติ นอกจากนำรายได้ไปดูแลรักษาทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน ให้คงอยู่สืบไปให้คนรุ่นหลังทั้งคนไทยและชาวต่างชาติได้มีโอกาสศึกษา และรายได้อีกส่วนหนึ่งจะนำไปสนับสนุนด้านการศึกษาในโครงการ “เพชรยอดมงกุฎ” ซึ่งเป็นโครงการที่สร้างนักเรียนเพื่อให้เกิดความเป็นเลิศในด้านการศึกษา ๑๐ สาขาวิชา
 
             ทั้งนี้ ดร.นริศ พูดไว้อย่างน่าคิดว่า “ในการพิจารณาให้ใครดำรงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งนั้น นอกจากความรู้ความสามารถแล้ว ส่วนหนึ่งผมเชื่อว่าต้องมาจากกรรมดีที่เราสร้างสมไว้ในอดีตชาติ และกรรมดีที่เราสร้างขึ้นมาใหม่ในชาติปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่ากรรมเก่า มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ผมทำมาตั้งแต่เด็กและปัจจุบันก็ยังคงทำอยู่ คือ ไปกราบไหว้ขอพรพระแก้ว ที่วัดพระแก้ว และผมก็แขวนพระแก้วเพียงองค์เดียว ตั้งแต่เล็กจนปัจจุบันก็ยังคนแขวนอยู่"

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง