พระเครื่อง

พระนั่งพัด ปรกโพธิ์

พระนั่งพัด ปรกโพธิ์
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

สาระสังเขปพระเนื้อชิน : พระนั่งพัด ปรกโพธิ์ กรุวัดราชบูรณะ เนื้อชินเงิน อยุธยา : ชาติ วิศิษฎ์สรอรรถ

                    กรุงศรีอยุธยา ที่ผ่านมาปกครองด้วยราชวงศ์ต่างๆ หลายราชวงศ์ กำเนิดขึ้นครั้งแรกในสายราชวงศ์เชียงราย เมื่อ พ.ศ.๑๘๙๓ โดยพระเจ้าอู่ทอง (สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑) ต่อมามีการสลับสับเปลี่ยนกันไปมาระหว่างราชวงศ์สุวรรณภูมิ และราชวงศ์เชียงราย จนถึงยุค สมเด็จพระนครอินทราธิราช แห่งราชวงส์สุวรรณภูมิ ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ.๑๙๕๒-๑๙๖๗

                    พระองค์มีราชโอรส ๓ พระองค์ คือ เจ้าอ้ายพระยา, เจ้ายี่พระยา และ เจ้าสามพระยา ทรงโปรดให้พระโอรสองค์แรก ครองเมืองสุพรรณบุรี องค์ที่ ๒ ครองเมืองแพรกศรีราชา (สรรคบุรี) และองค์ที่ ๓ ครองเมืองชัยนาท

                    ต่อมาเมื่อพ.ศ.๑๙๖๗ พระองค์เสด็จสวรรคต โดยยังมิได้โปรดให้พระโอรสองค์ใดขึ้นเป็นกษัตริย์ ทำให้เกิดการแย่งราชสมบัติกันขึ้น ระหว่างพระโอรสองค์โตกับพระโอรสองค์รอง ทั้ง ๒ พระองค์กระทำการชนช้างเพื่อชิงราชสมบัติกันเอง คมของ้าวของทั้งคู่ฟาดฟันพระศอซึ่งกันและกันขาดสิ้นพระชนม์คาคอช้าง ดังนั้นพระโอรสองค์ที่ ๓ เจ้าสามพระยา จึงได้เสด็จขึ้นครองราชย์ มีพระนามว่า สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ โปรดให้สร้างเจดีย์ ๒ องค์ ครอบบริเวณที่ชนช้างของพระเชษฐาธิราชทั้ง ๒ พระองค์ ที่ตำบลป่าถ่าน ส่วนที่ถวายพระเพลิงให้สถาปนาพระมหาธาตุ และพระวิหาร เป็นพระอารามชื่อว่า วัดราชบูรณะ

                    พระปรางค์ และวัดราชบูรณะ เป็นถาวรวัตถุที่โปรดให้สร้างขึ้นในพ.ศ.๑๙๖๗ สิ่งของที่นำเข้าบรรจุไว้ภายในกรุ มีมากมาย อาทิ พระพุทธรูป พระพิมพ์ ปฏิมากรรมเครื่องทอง และสิ่งของมีค่าอื่นๆ ที่สร้างขึ้นอย่างต่ำในสมัยนั้น นับถึงปัจจุบัน มีอายุมากกว่า ๕๘๘ ปี

                    ตอนเปิดกรุวัดราชบูรณะอย่างเป็นทางการ เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๒ พบว่าพระพุทธรูป และพระพิมพ์ต่างๆ มีจำนวนมากมาย ส่วนใหญ่เป็นพระเนื้อชินถึง ๘๐% นอกจากนี้ยังมีพระเนื้อดิน ที่มีพุทธศิลป์สมัยอยุธยาแท้ๆ จัดได้ว่าเป็นพระร่วมสมัย เพราะได้รับอิทธิพลของพระหลายยุคมาผสมผสานกัน วงการเรียกว่า พระย้อนศิลป์ คือ นายช่างในสมัยนั้นได้สร้างแม่พิมพ์ขึ้นใหม่ โดยเลียนแบบพระยุคเก่าก่อน เป็นต้นแบบทางด้านศิลปะและจินตนาการ ไม่ได้นำองค์จริงของเดิมมาถอดพิมพ์แต่ประการใด พระย้อนศิลป์บางพิมพ์จึงมีความสวยงามโดดเด่น ในอีกรูปแบบหนึ่ง

                    กรุวัดราชบูรณะ มีพระจำนวนมากมายมหาศาล หลากหลายประเภท รวมถึงมากชนิดของพิมพ์พระที่อยู่ในกรุ พระบางชนิดมีขนาดค่อนข้างใหญ่พอสมควร ซึ่งเป็นพระที่ไม่ใช่พระย้อนศิลป์ เช่น พระซุ้มร่มโพธิ์ สร้างขึ้นมาแบบพุทธศิลป์อยุธยาบริสุทธิ์ เน้นองค์พระในรูปแบบภาพลายเส้น นอกจากนี้ยังมีพระองค์ใหญ่บางพิมพ์สร้างในรูปแบบพุทธศิลป์นี้เช่นกัน โดยใช้จินตนาการจริงๆ ของช่างฝีมืออยุธยา โดยสื่อความหมายออกมาเต็มรูปแบบ เน้นถึงพระอิริยาบถของพระพุทธเจ้า ซึ่งมิได้เลียนแบบพุทธศิลป์สมัยใดๆ มาก่อนเลย คือ พระพิมพ์นั่งพัด ปรกโพธิ์

                    ในวงการพระตั้งชื่อพระพิมพ์นี้ตามพุทธลักษณะที่เห็นจากพิมพ์พระอย่างง่ายๆ ว่า พระพิมพ์นั่งพัด ปรกโพธิ์ คือ พระพุทธองค์ทรงพัดในพระหัตถ์ และทรงประทับนั่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์ จึงเรียกขานชื่อพระพิมพ์นี้ มาจนถึงทุกวันนี้

                    ถ้าพิจารณาจากพิมพ์พระโดยละเอียด อาจกล่าวได้ว่า ภาพลักษณ์ และพุทธลักษณะของ พระพิมพ์นั่งพัด ปรกโพธิ์ ควรเป็นพระปางหนึ่งในการแสดงธรรมของพระพุทธเจ้า ในพระหัตถ์ขวาของพระองค์ที่แสดงถึงพระอิริยาบถ ไม่น่าจะเป็นพัด ดูแล้วจะคล้ายกับ ตาลปัตร ของพระสงฆ์ที่ใช้ในการแสดงพระธรรมเทศนามากกว่า

                    พระพุทธองค์ทรงประทับโดยพระบาทขวาทับพระบาทซ้าย ในลักษณะที่แข็งตรงมาก รวมถึงพระหัตถ์ขวาที่จับตาลปัตรไว้แน่น และตั้งตรง ส่วนพระหัตถ์ซ้ายวางแนบแน่นที่กลางพระอุระ สื่อได้ถึงพลังมุ่งมั่นของพระองค์ขณะทรงโปรดแสดงธรรม ทั้งๆ ที่พระพักตร์กำลังแย้มพระสรวล ให้ผู้ที่พบเห็นและกำลังฟังธรรมในขณะนั้นได้ชื่นชมในพระมหาบารมี

                    ต้องขอชมเชยนายช่างโบราณผู้สร้างพระพิมพ์นี้ว่า ท่านคงได้รับมหาบุญกุศลในงานฝีมือ เพื่อการสืบทอดพระพุทธศานาในครั้งนี้ ที่ท่านได้แกะแม่พิมพ์พร้อมเทหล่อออกมาได้องค์พระอย่างมีมิติลึกนูนต่ำคล้ายกับภาพลายเส้น โดยบ่งบอกย้อนถึงพุทธประวัติที่สวยงาม สื่อเข้าถึงอารมณ์ได้อย่างละเอียดเหลือเชื่อจริงๆ

                    ส่วนประกอบอื่นๆ ในพิมพ์พระ ยังมีอีกมากมายที่วางรูปแบบศิลป์อย่างลงตัวและสวยงามมาก อาทิ ทั้ง ๒ ด้านของพระพุทธองค์ ดุจดั่งเทวดา ๒ องค์จากเบื้องบนลงมานั่งพนมมือฟังธรรม โดยดูได้จากเหนือพระเศียรของทั้ง ๒ มีกรอบวงโค้งที่เป็นรัศมีครอบคลุมอยู่ บ่งบอกได้ว่ามิใช่มนุษย์เดินดินธรรมดาอย่างแน่นอน นักเลงพระสมัยก่อนเล่าขานกันว่า เทวดาทั้งคู่นี้น่าจะเป็น พระโมคลา และ พระสารีบุตร ซึ่งเป็นพระอัครสาวกขวาซ้ายในพระพุทธเจ้า

                    ขณะเดียวกันพระพิมพ์นี้ยังงดงามอลังการในการออกแบบสร้าง โดยเนรมิตให้พระพุทธเจ้าประทับบนฐานดอกบัว ๒ ชั้น องค์พระอยู่ในซุ้มเรือนแก้วที่เป็นลายกนกโค้ง ๒ ชั้น ที่ฐานประทับเป็นลายกลีบดอกบัวมากกว่า ๒๐ ดอก  เน้นตรงกลางด้วยดอกบัว ๒ ดอกคู่ใหญ่ บนและล่างได้อย่างลงตัวสวยงาม รับกับลวดลายของเส้นซุ้มกนกใหญ่ที่พลิ้วไหวอยู่ที่ซุ้มส่วนบนให้เห็น ไล่เรียงลงมาเป็นลายเล็กๆ ดูเด่นชัดเจน ตรงบริเวณของเสาซุ้มด้านล่าง

                    ส่วนเหนือด้านบนสุดประดับด้วยลายกิ่งก้านสาขา พร้อมใบไม้เล็กใหญ่ที่น่าจะสื่อถึง ต้นโพธิ์ ที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับและตรัสรู้นั่นเอง พระพิมพ์นั่งพัด ปรกโพธิ์ จัดอยู่ในประเภทพระแผงที่มีขนาดใหญ่ มีความกว้าง ๗.๕ ซม. สูง ๘.๕ ซม. บางองค์มีทองเก่าปรากฏให้เห็นทั่วทั้ง ๒ ด้าน ในบริเวณด้านหลังมีลายผ้าแบบลายเล็กเป็นคลื่นๆ ปรากฏรอยเบาๆ บางจุดให้เห็น องค์พระมีน้ำหนักมากพอสมควร เนื่องจากเป็นพระที่ตอนเทหล่อเนื้อพระมีมากและค่อนข้างหนา แต่ก็มีร่องรอยของการระเบิดเฉพาะแห่ง ที่เกิดออกมาจากข้างในของเนื้อพระ ให้เห็นชัดเจนทั้ง ๒ ด้าน เป็นสิ่งบ่งบอกถึงความเก่าแท้ของเนื้อพระที่มีอายุมากกว่า ๕๐๐ ปี

                    ราคาเช่าหาพระพิมพ์นี้ไม่สูงมากนัก หลักพันปลายๆ ถึงหลักหมื่นกว่าบาท เหมาะสำหรับไว้สักการบูชาประจำบ้านเรือน เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของทุกคนในครอบครัว

-----------------------------

(สาระสังเขปพระเนื้อชิน : พระนั่งพัด ปรกโพธิ์ กรุวัดราชบูรณะ เนื้อชินเงิน อยุธยา : ชาติ วิศิษฎ์สรอรรถ)

 

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด