พระเครื่อง

'หลวงปู่มหาเจิม'พระอรหันต์ที่ยังดำรงขันธ์

'หลวงปู่มหาเจิม'พระอรหันต์ที่ยังดำรงขันธ์
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

'หลวงปู่มหาเจิม' พระอรหันต์ที่ยังดำรงขันธ์อยู่ในปัจจุบัน : เรื่อง/ภาพ ไตรเทพ ไกรงู

                    พระครูภาวนาปัญญาดิลก หรือ หลวงปู่พระมหาเจิม ปญฺญาพโล เจ้าอาวาสวัดสระมงคล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เป็นหนึ่งในพระอริยสงฆ์ที่พระธรรมวิสุทธิมงคล หรือ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าเกษรศีลคุณ หรือ วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ได้กล่าวไว้ว่า "เป็นพระอรหันต์ที่ยังดำรงขันธ์อยู่ในปัจจุบันนี้"

                    การศึกษาของหลวงปู่ในวัยเด็กต้องศึกษากับวัดที่อยู่ใกล้บ้าน โดยเรียนหนังสือมูลบทบรรพกิจของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) พออ่านออกเขียนได้เท่านั้น เพราะยังไม่มีโรงเรียนประชาบาลตั้งอยู่ในวัดสมัยนั้น และยังต้องย้ายออกจากบ้าน ห่างจากบิดามารดาและญาติพี่น้องมาอยู่ที่วัดตั้งแต่อายุประมาณ ๘ ขวบ

                    หลวงปู่ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อปี ๒๔๗๐ อายุได้ ๑๒ ขวบ กับหลวงพ่อทองซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดแสนภุมมาวาส และได้อยู่กับท่าน ๑ พรรษา ในปี ๒๔๗๑ หลวงปู่เดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ และมาอยู่ที่วัดบรมนิวาส ถนนรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยคุณย่าอิ่ม รัดสกุล เป็นผู้นำมาฝากฝังกับท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) และได้ญัตติเป็นธรรมยุต กับท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ อีกด้วย

                    การศึกษาบาลีและนักธรรม ได้เริ่มศึกษาเมื่อปี ๒๔๗๑ หลวงปู่สอบบาลีไวยากรณ์ได้ที่ ๔ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๒ และ ในปี พ.ศ. ๒๔๗๗ สอบได้นักธรรมเอก และหลวงปู่ยังสามารถสอบได้เปรียญธรรม ๕ ประโยค ได้ในปีเดียวกัน

                    สหธรรมิกของท่านที่เคยอยู่ร่วมกันมามีมากมายหลายท่าน เช่น หลวงปู่เทศก์ เทสรังษี วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ วัดอรัญญบรรพต ต.บ้านหม้อ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย หลวงปู่สิม พุทธาจาโร สำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี หลวงปู่มหาเนียม สุวโจ วัดเจริญสมณกิจ หรือวัดหลังศาล อ.เมือง จ.ภูเก็ต รวมทั้งหลวงปู่จันทร์แรม เขมสิริ วัดระหาร หรือ วัดเกาะแก้ว ธุดงคสถาน บ้านระหาร อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ เป็นต้น

                    หลวงปู่มหาเจิม เป็นพระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ในสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และหลวงปู่เจิมท่านเคร่งครัด ในธรรมวินัย เป็นที่สุด พูดน้อย พูดแต่ความจริง ไม่พูดเล่น เป็นผู้รักสันโดษ ไม่ยินดีในลาภยศ สรรเสริญ ท่านสละไม่ยอมรับแม้ตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด ลูกศิษย์ถามว่า "ทำไมหลวงปู่ไม่ไปอยู่ภาคอีสาน จะได้โด่งดังเหมือนกับพระคณาจารย์อื่นๆ" ท่านตอบว่า "เราไม่อยากดัง มาอยู่ตรงนี้ก็ดีแล้ว จะได้ใช้กรรมให้หมดไป"

                    หลวงปู่ท่านเป็นพระที่ชอบสันโดษไม่หวังลาภยศใดๆ มีลูกศิษย์มาถามท่านว่าทำไมท่านไม่เทศน์บ้าง ท่านตอบว่า "ธรรมมีมากมาย พระเทศน์เก่งๆ ก็มีเยอะ แต่คนเอาธรรมไปใช้มีน้อย มีลูกศิษย์ท่านหนึ่งขอธรรมะจากท่าน ท่านได้ให้ธรรมะสั้นๆ แต่ออกจากใจท่านแท้ๆ ท่านเขียนไว้ว่า ปล่อยว่าง วางเบา เอาหนัก ท่านบอกว่าใครทำได้ถึงตรงนี้พ้นทุกข์ได้แน่นอน"

                    นอกจากนี้แล้วยังมีหัวข้อธรรมที่ท่านมักบอกกับลูกศิษย์เสมอๆ ว่า "ท่านไม่เคยมีความลังเลสงสัยในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม ในพระอริยสงฆ์ ในมรรคผลนิพพาน ความสงสัยเหล่านั้นได้หมดไปจากใจของหลวงปู่อย่างสิ้นเชิง เพราะได้รู้ได้เห็นด้วยปัญญา ในการปฏิบัติภาวนาอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่า พระพุทธเจ้ามีอยู่จริง พระธรรมเมื่อนำมาปฏิบัติแล้วได้รับผลจริง พระอริยสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าเมื่อปฏิบัติตามพระธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์จริง"

                    หลวงปู่จะยึดคติในการครองตนว่า "เป็นพระอย่างสะสม ทำให้จนๆ ไว้อยู่สบาย เมื่อสมัยที่ออกปลีกวิเวกนั้นมีแต่อัฐบริขารเท่านั้น เงินทองไม่เคยมี เพราะผู้คนก็ยากจน ไปไหนก็เดินไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน เดินไปก็ภาวนาไป จนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง และด้วยเหตุที่หลวงปู่เป็นพระที่พูดน้อยมาก วาจาท่านศักดิ์สิทธิ์ เพราะท่านพูดแต่ความจริง ไม่พูดเล่น ไม่พูดเพ้อเจ้อ เวลาที่ท่านพูดท่านจะมีสติบริบูรณ์ มีสัจจะ มีธรรมะ เมื่อท่านพูดถึงเรื่องอะไรมักจะเป็นอย่างนั้นเสมอ ลูกศิษย์หลายรายที่ท่านให้พรจะมีโชคมีลาภ บางคนมีทุกข์มีหนี้สินมากราบขอพรจากท่านก็พากันพ้นทุกข์ไปหลายคน

                    ในจำนวนผู้ที่มากราบไหว้ขอพรหลวงปู่มหาเจิมนั้นมีทุกระดับ ตั้งแต่ชาวบ้านทั่วๆ ไป จนไปถึงเศรษฐีระดับประเทศ และหนึ่งในจำนวนนี้มีคนหนึ่งที่มากราบขอพรเป็นประจำคือ "นายเฉลียว อยู่วิทยา" เจ้าพ่อกระทิงแดง อดีตมหาเศรษฐีอันดับ ๓ ของไทย ในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่นั้น นายเฉลียวได้แวะเวียนไปกราบไหว้ สนทนาธรรม รวมทั้งฝึกปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่พระมหาเจิมเป็นประจำ ซึ่งครั้งหนึ่งหลวงปู่มหาเจิมท่านเคยเทศน์สอนว่า "การขายเหล้าเป็นกรรมสะสม" ส่งผลให้นายเฉลียวตัดสินใจขายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำเมาทั้งหมด เหลือเพียงเครื่องดื่มชูกำลังเพียงอย่างเดียวเท่านั้น พร้อมร่วมเป็นเจ้าภาพใหญ่ในการสร้างพระมหาเจดีย์บรรจุอัฐิธาตุของวัดสระมงคล

-------------------------

('หลวงปู่มหาเจิม' พระอรหันต์ที่ยังดำรงขันธ์อยู่ในปัจจุบัน : เรื่อง/ภาพ ไตรเทพ ไกรงู)

 

 

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง