
พระครูพิทักษ์นันทคุณ สานสัมพันธ์วัดกับชุมชนด้วย...ขยะ
ปัญหาการเพิ่มปริมาณของขยะ และวิธีการกำจัดที่ไม่ถูกต้อง ได้ก่อให้เกิดมลพิษต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่เพียงแต่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนต่างๆ จะได้รับผลกระทบแล้ว แม้กระทั่งในวัดเองก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
วัดอรัญญาวาส ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน ซึ่งมี พระครูพิทักษ์นันทคุณ เจ้าอาวาสวัด เป็นอีกวัดหนึ่งที่ในอดีตก็เคยประสบกับปัญหาขยะสะสมกองโตจนล้นวัด ใช้วิธีการขุดหลุมฝังก็แก้ปัญหาไม่ได้ เผายิ่งเลวร้าย ก่อมลพิษทั้งกลิ่นและควัน ต่อคนในวัดและชุมชนโดยรอบ
พระครูพิทักษ์นันทคุณ ได้จัดทำโครงการศูนย์การเรียนรู้ครอบครัวเข้มแข็งจังหวัดน่าน ทั้งนี้ได้เปิดเวที “ครอบครัวอรัญญาวาสเรียนรู้จุลินทรีย์กู้วิกฤติขยะในวัด” ขึ้นมาเพื่อให้สมาชิกที่อาศัยอยู่ในวัดอรัญญาวาสซึ่งเปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่ ที่ประกอบไปด้วยพระภิกษุ สามเณร และลูกศิษย์กว่า ๕๐ ชีวิต ได้มีโอกาสสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และต่อชุมชนโดยรอบ ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งไปสู่การแก้ปัญหาขยะภายในวัด ที่สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ปัจจุบัน สมาชิกภายในวัดประกอบด้วยพระภิกษุ ๘ รูป สามเณร ๑๘ รูป และลูกศิษย์วัดอีก ๑๘ คน อาศัยอยู่รวมกัน แต่ละคนก็มาจากครอบครัวที่แตกต่างกัน โดยมาอาศัยที่วัดเพื่อศึกษาเล่าเรียน
และเนื่องจากวัดแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของ มูลนิธิฮักเมืองน่าน จึงเป็นเสมือนศูนย์กลางของชุมชน เครือข่าย และองค์กรต่างๆ ที่มักจะใช้สถานที่ของวัดอันร่มรื่น เป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ แทบทุกอาทิตย์ ไม่นับรวมกับงานบุญต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ
วิธีการทำปุ๋ย ของวัดอรัญญาวาสเรียกว่า “การทำปุ๋ยหมักแบบไม่กลับกองปุ๋ย” พระครูพิทักษ์นันทคุณ อธิบายให้ฟังว่า
เริ่มจากการนำเศษไม้ใบไม้นำไปเทใส่ในหลุมที่ขุดเตรียมไว้ พอเพิ่มจำนวนมากขึ้นพอสมควร ก็จะนำมูลสัตว์อย่างหมู วัว ควาย เทกลบทับ แล้วรดน้ำให้ชุ่มทุกๆ ๒-๓ วัน สลับกับการใส่เศษขยะไปเรื่อยๆ ทิ้งไว้ประมาณ ๑ ปี ก็จะตักขึ้นมาร่อนเอาแต่ผงละเอียดของปุ๋ย แล้วราดด้วยน้ำจุลินทรีย์อีเอ็ม หมักทิ้งไว้อีกราว ๑๕ วัน ถึง ๑ เดือน ก็สามารถนำปุ๋ยที่ได้ไปใช้ในการปลูกพืชผักได้ทุกชนิด
โดยปุ๋ยหมักที่ได้ส่วนหนึ่งก็จะนำไปใช้ในแปลงปลูกพืชผักสวนครัวของวัด เพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารให้แก่ลูกศิษย์ ที่อาศัยอยู่ในวัด หรือเลี้ยงญาติโยมที่มาร่วมทำบุญ จัดกิจกรรมหรือทำงานต่างๆ ภายในวัด
ปุ๋ยหมักอีกส่วนหนึ่ง จะแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านและชุมชนโดยรอบ ให้นำไปใช้กับพืชผักผลไม้ภายในสวน ซึ่งปรากฏว่า พืชผักของชาวบ้านรอบๆ วัด ได้ผลผลิตดีจนมีชาวบ้านหลายรายติดใจ ขอบริจาคเงินเพื่อซื้อปุ๋ยของทางวัดเพื่อนำไปใช้ ทำให้วัดมีรายได้สำหรับจ่ายค่าน้ำค่าไฟในกิจกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้น
“การจัดกิจกรรมต่างๆ ได้ก่อให้เกิดขยะเพิ่มมากขึ้น เมื่อรวมสภาพของวัด ซึ่งมีต้นไม้ขึ้นอย่างหนาแน่น จะมีใบไม้ที่ร่วงหล่นเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ทำให้เกิดปัญหาขยะล้นวัด จนหาวิธีกำจัดไม่ได้ เดิมทางวัดใช้การขุดหลุมฝัง แต่ขุดจนรอบวัดก็ไม่พอ ผ่านไปหลายปี กลับไปขุดที่หลุมเดิม ก็พบว่า ขยะมันยังอยู่ไม่เสื่อมสลาย จึงเปลี่ยนมาใช้การเผา ซึ่งก็พบว่าทำให้เกิดกลิ่นและควัน เดือดร้อนทั้งวัดและชาวบ้าน จึงเริ่มคิดหาทางออก และพบว่า ขยะพวกเศษใบไม้สามารถนำมาผลิตเป็นปุ๋ยได้ จึงเริ่มให้ลูกศิษย์คัดแยกขยะที่ขายได้ ก็คัดแยกเอาไปขาย ที่ขายไม่ได้ก็รวบรวมส่งให้เทศบาลนำไปทิ้ง ส่วนพวกเศษใบไม้ กิ่งไม้ กระดาษ ก็จะนำไปใส่ลงในบ่อ เพื่อหมักโดยวิธีธรรมชาติให้กลายเป็นปุ๋ย” เจ้าอาวาสวัดอรัญญาวาส กล่าว
เรื่อง - ภาพ... "ไตรเทพ ไกรงู"
ชาติภูมิและผลงาน
สงวน พันธ์ชา เป็นชื่อและสกุลเดิมของ พระครูพิทักษ์นันทคุณ (สงวน จารุวณโณ) เกิดเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๐๑ ในครอบครัวเกษตรกร พ่อมีอาชีพเป็นพรานป่า จึงได้พบประสบการณ์ที่ทำให้เกิดความเมตตา สงสารสัตว์มาตั้งแต่เด็ก จนทำให้เกิดความคิดที่ต้องการจะดูแลให้มีป่าที่อุดมสมบูรณ์ เพื่อสัตว์ป่าจะอยู่อย่างสงบสุข มีพี่น้อง ๑๒ คน บวชเรียนอยู่กับเจ้าคณะตำบล ตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ สอบได้บาลี ๒ ประโยค และได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดอรัญญาวาส พ.ศ.๒๕๒๖ และเจ้าคณะอำเภอสันติสุข
นอกจากนี้ ยังเป็น ประธานมูลนิธิฮักเมืองน่าน หัวหน้าศูนย์ประสานงานพระธรรมทายาท จ.น่าน และเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งและกรรมการมูลนิธินันทวุฒิคุณ
ผลงานด้านเผยแผ่พระพุทธศาสนา ได้ตั้งศูนย์ประสานงานพระธรรมทายาทประจำ จ.น่าน ที่วัดอรัญญาวาส เริ่มออกประกาศเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปตามโรงเรียน หมู่บ้าน และชุมชนต่างๆ ใน จ.น่าน ได้ขยายหน่วยประสานงานพระธรรมทายาทประจำอำเภอ ที่มีพระธรรมทายาทประจำอยู่ โดยมีการจัดกิจกรรม พิธีกรรม และโครงการต่างๆ ร่วมกันอยู่เสมอ เช่น
โครงการบรรพชา อุปสมบท อบรมพระภิกษุ สามเณรฤดูร้อน เป็นประจำทุกปี จัดปริวาสกรรม จัดธุดงควัตรปฏิบัติธรรม จัดโครงการเข้าค่ายเยาวชนตามอำเภอต่างๆ โดยขอความอุปถัมภ์ จากคณะสงฆ์ ส่วนราชการ พ่อค้า และประชาชน ได้รับการสนับสนุนด้วยดีเสมอมา
ผลงานด้านการพัฒนา ได้จัดตั้งกลุ่มองค์การพัฒนา โดยรวบรวมบุคคลและหน่วยงานต่างๆ เช่น ส่วนราชการ องค์กรชาวบ้าน องค์กรสงฆ์ เข้าเป็นส่วนเดียวกัน ตั้งชื่อว่า "กลุ่มฮักเมืองน่าน" โดยมีพระครูพิทักษ์นันทคุณ เป็นประธานดำเนินกิจการด้านต่างๆ เช่น
การอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้าน วัฒนธรรมภาษา การละเล่นพื้นบ้าน สนับสนุนให้มีการตั้งชมรมอนุรักษ์ดนตรีพื้นบ้าน ตั้งกลุ่มยุวเกษตร กลุ่มเยาวชนต่อต้านเอดส์ กลุ่มเยาวชนต่อต้านยาเสพติด กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มสมุนไพร กลุ่มทำเกษตรปลอดสารพิษ ส่งเสริมอาชีพหัตถกรรม เช่น ทอผ้าลายลื้อ ลายน้ำไหล ย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ ตั้งศูนย์ฟื้นฟู ผู้ติดยาเสพติด เป็นต้น
นอกจากนี้ พระครูพิทักษ์นันทคุณ ยังจัดตั้ง มูลนิธินันทวุฒิคุณ เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ พระครูนันทวุฒิคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดอรัญญาวาส เพื่อนำดอกผลส่วนหนึ่งเป็นทุนบูรณะ วัดอรัญญาวาส ส่วนหนึ่งเป็นค่าอุปโภค บริโภค ของพระภิกษุ สามเณร และศิษย์วัดอรัญญาวาส รับอุปการะพระภิกษุ สามเณร และศิษย์วัดให้ได้รับการศึกษา ปีละไม่น้อยกว่า ๕๐ รูป และดอกผลอีกส่วนหนึ่งเพื่อเป็นสาธารณกุศล



