
จากการสูญเสีย...สู่การอาสา
จากการสูญเสีย...สู่การอาสา : มองนอกดูใน โดย แม่ชีศันสนี
สิบปีแห่งการทำงาน The Global Peace Initiative of Women (GPIW) ในฐานะที่เป็นนักบวชสตรีในนามแม่ชี และเป็นประธานร่วมจัด GPIW ข้าพเจ้าได้เดินทางไปในโลกนี้อย่างมากมาย เพื่อทำให้คนได้รู้จักการปลุกหัวใจของตัวเองให้ตื่นขึ้น ผ่านการพัฒนาจิตใจของมนุษย์ เพื่อความสงบ สันติของโลก
และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าเพิ่งเดินทางกลับจากการประชุมที่ประเทศเคนยา (๒-๗ มีนาคม ๒๕๕๕) โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ ๑๐ ปี ของการก่อตั้ง Global Peace Initiative of Women’s ซึ่งก่อตั้งขึ้นที่ the Palais des Nations in Geneva ตั้งแต่ปี ๒๐๐๒ จากการสนับสนุนของอดีตเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ Mr. Kofi Annan
การประชุมครั้งนี้จัดที่เขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่าไลคีเปีย ซึ่งเป็นบ้านของเพื่อนคนหนึ่งนามว่า คุกกี้ กัลล์แมนน์ (Kuki Gallmann) นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและนักเขียนที่มีชื่อเสียง
เขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่าไลคีเปีย มีพื้นที่ประมาณ ๑ แสนเอเคอร์ หรือเกือบสองแสนไร่ เป็นพื้นที่ที่มีสัตว์ป่ามาพึ่งพิงเป็นจำนวนมาก เช่น ช้างป่าหลายโขลง ฮิปโปโปเตมัส ม้าลาย สิงโต และสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย
ในวงสนทนากลุ่มย่อย คุกกี้ได้เล่าให้ฟังว่าเธอและสามีเป็นชาวอิตาเลียนที่มาตั้งรกรากที่ประเทศเคนยา สามีของเธอเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุขณะขับรถจากไนโรบีมายังเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่าไลคีเปีย ขณะนั้นเธอกำลังตั้งครรภ์ลูกสาวคนที่สอง และไม่นานหลังจากนั้น ลูกชายคนโตอายุ ๑๕ ปีถูกงูกัดเสียชีวิต ขณะนั้นเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มีการล่าสัตว์ป่ากันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะช้างป่า เพราะต้องการงาของมัน คุกกี้และลูกสาว ชื่อสวีวา จึงตัดสินใจอยู่ที่ประเทศเคนยา เพื่อปกป้องชีวิตช้างป่าให้ปลอดภัยจากการรุกรานของคน
มีหลายเสียงถามเธอว่า คุณเหงาไหมที่ต้องอยู่ในป่าอันกว้างใหญ่แห่งนี้ตามลำพัง
“ฉันไม่เคยเหงา เพราะพวกเขายังอยู่กับฉันตลอดเวลา ร่างของสามีและลูกชายที่รักมากของฉันถูกฝังอยู่ในแผ่นดินแห่งนี้ที่พวกเขารัก จิตวิญญาณที่รักป่ารักธรรมชาติของพวกเขาได้เป็นหนึ่งเดียวกับต้นไม้ ดอกไม้ และสัตว์ป่าทั้งหลาย มีนกหลายชนิดมากินดอกไม้ที่เกิดจากพื้นดินตรงนั้น...ตรงที่ที่ร่างกายของสามีและลูกชายของฉันถูกฝังอยู่ ฉะนั้น สามีกับลูกชายของฉันก็อยู่ในสัตว์ป่าเหล่านั้น บางทีที่ฉันเห็นกวางมากินหญ้าบริเวณนั้น ฉันก็ได้ตระหนักว่าร่างกายของพวกเขาได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสรรพสิ่งในธรรมชาติ ดังนั้น เมื่อไรที่ฉันเห็นสัตว์ป่า ฉันจึงรู้ว่าจิตวิญญาณและร่างกายของคนที่ฉันรักยังอยู่...อยู่ร่วมกับธรรมชาติบนแผ่นดินแห่งนี้
“ความตั้งใจของฉัน...คือการอุทิศตนเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติอันเป็นบ่อเกิดและที่พักพิงของสรรพชีวิตทั้งหลาย รวมทั้งสัตว์ป่าที่หายากขึ้นเรื่อยๆ ทุกชีวิตมีสิทธิ์เท่าเทียมกันที่จะอยู่บนโลกใบนี้ ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาธรรมชาติเหล่านี้ไว้ให้เป็นสมบัติของเด็กๆ ทุกคนในโลกนี้ และสวีวา ลูกสาวของฉันจะเป็นคนอีกรุ่นหนึ่งที่จะสืบสานงานนี้พร้อมกับคนรุ่นเดียวกับเขาและเหล่าชนเผ่าในเคนยา เพื่อดูแลผืนป่านี้ให้เป็นมรดกของโลก
“ป่าผืนนี้ไม่ใช่ของฉัน ไม่ใช่เพื่อตัวฉัน แต่เพื่อเด็กๆ ในโลก และเป็นมรดกของโลก”
ประสบการณ์ของคุกกี้ถูกถ่ายทอดสู่คนฟังด้วยน้ำเสียงที่เรียบเรื่อย ทว่าสำหรับผู้ฟังส่วนใหญ่...มันปฏิเสธไม่ได้ที่จะเรียกน้ำตาให้ขึ้นมาคลอเบ้า
ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้มีใจที่ยิ่งใหญ่นัก
เธอแปร ‘การสูญเสีย’ ส่วนตัว สู่ ‘การอาสา’ เพื่อส่วนรวม ได้อย่างน่าสรรเสริญ
ในช่วงเวลาที่มีการประชุม คุกกี้ไม่ได้เข้าร่วมประชุมมากนัก เพราะต้องใช้เวลาไปกับการเฝ้าระวัง ป้องกันภัยให้แก่ช้างป่าที่กำลังถูกตามล่าเพื่อเอางา พวกเราได้ยินเรื่องราวเป็นระยะๆ ว่าการป้องกันไปถึงไหนแล้วบ้าง แต่ในเช้าสุดท้ายของการอยู่เขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่าไลคีเปีย เราได้รับข่าวที่น่าสลดใจว่า ทีมงานได้พบซากช้างพังตัวหนึ่งในป่า โดยแน่นอนว่างาช้างคู่ยาวได้หายไป หลายคนในที่ประชุมได้มีโอกาสเข้าร่วมพิธีภาวนาให้ช้างที่เพิ่งตายอย่างโหดร้าย
โปรดติดตามเรื่องของคุกกี้ และการประชุมครั้งนี้ได้ในนิตยสาร ‘ธรรมสวัสดี’ ฉบับเดือนเมษายน และ www.sdsweb.org
ธรรมสวัสดี



