
'วัตรปฏิบัติคงเดิม'เจ้าคณะอำเภอบางคนที
"วัตรปฏิบัติคงเดิม"หลวงพ่อเลิศ เจ้าคณะอำเภอบางคนที : เรื่อง ไตรเทพ ไกรงู / ภาพ กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร
พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙ ราชบัณฑิต) เจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม ได้ให้ความหมายของคำว่า "วัตรปฏิบัติ" คือ การปฏิบัติกิจวัตร การปฏิบัติหน้าที่ การปฏิบัติตามธรรมเนียม
วัตรปฏิบัติ หมายถึงการปฏิบัติสิ่งที่พึงปฏิบัติอันเป็นวัตรประจำบ้าง อันเป็นหน้าที่บ้าง อันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ดีงามซึ่งปฏิบัติกันต่อมาบ้าง ในฝ่ายพระ เช่น การปฏิบัติดูแลพระอุปัชฌาย์ การปลงอาบัติ การรักษามารยาทในการขบฉัน การปฏิบัติตามธรรมเนียมในการนุ่งห่ม เป็นต้น
วัตรปฏิบัติ เป็นสิ่งที่ผู้เคร่งครัดในระเบียบปฏิบัติเต็มใจกระทำโดยไม่บกพร่อง เป็นเหตุนำมาซึ่งความเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม และนำให้เกิดศรัทธาปสาทะแก่ผู้พบเห็น
สำหรับวัตรปฏิบัติของพระรูปหนึ่งที่ต้องเขียนถึง คือ วัตรปฏิบัติของ พระครูปลัดปริยัตวรวัฒน์ หรือที่เราเรียกท่านจนติดปากว่า หลวงพ่อเลิศ พระเกจิอาจารย์ดังแห่งวัดปราโมทย์ ต.บ้านปราโมทย์ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ปัจจุบันนอกจากจะเป็นเจ้าอาวาสวัดปราโมทย์แล้ว ท่านยังได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอบางคนทีอีกด้วย
ทุกวันนี้ถึงแม้ว่าหลวงพ่อเลิศ จะมีตำแหน่งเป็นเจ้าคณะอำเภอ ท่านก็ยังปฏิบัติตนเหมือนเดิม นอนดึกตื่นเช้าเพื่อปฏิบัติกิจของสงฆ์ ตรวจตราบริเวณวัด ปัดกวาดใบไม้เพื่อความสะอาดตาแก่ผู้พบเห็น ทำวัตรเช้า-เย็นเป็นกิจวัตร จัดทำพิธี “ลอยเคราะห์ตัดกรรมรับโชค” ให้แก่ญาติโยมที่เดินทางไปถึงวัดจะกี่คนก็ตาม ถือว่าเป็นเจ้าคณะอำเภอต้นแบบของวงการปกครองคณะสงฆ์
หลวงพ่อเลิศ บอกว่า นอกเหนือจากสิกขาบท ๒๒๗ ข้อในพระปาฏิโมกข์แล้ว ข้อวัตรปฏิบัติทั้งหลายที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ก็มีอยู่ ๓ หมวดรวมเรียกว่า อภิสมาจาริกสิกขา ซึ่งประกอบด้วยทั้งข้อห้ามและข้ออนุญาต เป็นบทกำกับวิถีชีวิตของพระทุกแง่ทุกมุม ตั้งแต่เรื่องการรักษาความสะอาดของร่างกาย การแสดงความเคารพคารวะต่อกัน ตลอดถึงการบริโภคใช้สอยเครื่องบริขาร ศีลประเภทนี้หลวงพ่อพิถีพิถันมากโดยเฉพาะ กิจวัตร ๑๔ เป็นเรื่องที่ท่านเน้นเป็นพิเศษในการอบรมพระภิกษุสามเณร ข้อวัตรปฏิบัติทั้งสามหมวดนี้ ได้แก่ ๑.วิธีวัตร ว่าด้วยแบบอย่างต่างๆ ที่สมณะควรปฏิบัติ ๒.จริยาวัตร ว่าด้วยมารยาทที่สมณะควรประพฤติ และ ๓.กิจวัตร ว่าด้วยกิจที่สมณะควรกระทำ
ข้อวัตรทั้ง ๓ ประเภทนี้ ล้วนแต่เป็นอุบายส่งเสริมการเจริญสติปัฏฐาน และช่วยให้พระภิกษุมีความละเอียดรอบคอบ และเอาใจใส่ในหน้าที่ของตน พร้อมกับสร้างเสริมความสามัคคีและความดีงามของหมู่สงฆ์
การกวาดหลายคนอาจจะคิดว่าไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม หลวงพ่ออธิบายให้ฟังว่า ถ้ากวาดวัดเปรียบได้กับการทำงานอื่นๆ กวาดวัดให้สะอาดต้องใส่ อิทธิบาท ๔ ซึ่งธรรมแห่งความสำเร็จ ธรรมะที่ใช้ในการทำงาน ประกอบด้วย ๑.ฉันทะ คือ ความรักงาน-พอใจกับงานที่ทำอยู่ ๒.วิริยะ คือ ขยันหมั่นเพียรกับงาน ๓.จิตตะ คือ ความเอาใจใส่รับผิดชอบงาน และ ๔.วิมังสา คือ การพินิจพิเคราะห์ หรือ ความเข้าใจทำ
อย่างไรก็ตามหากใครได้ไปทำพิธีมากกว่า ๒ ครั้ง สิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากการประกอบพิธีของพระและวัดทั่วๆ ไป คือ ระหว่างที่ผู้ร่วมฟังบทสดมนต์ท่องคาถาของหลวงพ่อเลิศอย่างตั้งใจนั้น ท่านจะอธิบายความสำคัญของคาถาที่บริกรรมเสกให้ญาติโยมอย่างน้อย ๑ บท พร้อมกับเทศน์อย่างสั้นๆ ประมาณ ๒-๓ นาที และประเด็นที่ท่านหยิบมาเทศน์บ่อยๆ คือ พระคุณพ่อแม่ และส่วนหนึ่งเทศน์ของหลวงพ่อเลิศที่สอนญาติโยมเสมอๆ คือ
"อย่ามาทำบุญถวายสังฆทานให้อาตมาหากยังคงปล่อยให้พ่อแม่อดอยาก อย่ามาทำบุญสร้างวัดปราโมทย์หากสร้างบ้านให้พ่อแม่ไม่ดี ต่อให้ญาติโยมเดินสายไหว้พระทุกวัดทั่วไปเทศ ขอพรจากพระทุกรูป ไม่ได้บุญเท่าทำบุญและขอพรจากพ่อแม่ สมญาของพ่อแม่นั้น กล่าวกันว่าท่านเป็นทั้งพรหมของลูก เทวดาคนแรกของลูก ครูคนแรกของลูก และเป็นพระอรหันต์ของลูก"
ทั้งนี้ หลวงพ่อเลิศพูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า "พระพุทธองค์ที่ตรัสว่า ทำตนให้ตั้งอยู่ในคุณธรรมสมควรเสียก่อน แล้วจึงสอนคนอื่นทีหลัง จึงจะไม่เป็นบัณฑิตสกปรก และคำพูดที่ว่า การทำงานคือการปฏิบัติธรรม ฉะนั้นไม่ว่าจะทำกิจวัตรอันใด เช่น การกวาดลานวัด จัดที่ฉัน ล้างบาตร นั่งสมาธิ ตักน้ำ ทำวัตร หลวงพ่อจะลงมือทำเป็นตัวอย่างของศิษย์โดยยึดหลักว่า สอนคนด้วยการทำให้ดู ทำเหมือนพูด พูดเหมือนทำ"
เสกของทุกครั้งก่อนให้ญาโยม
เรื่องของการทำพิธี “ลอยเคราะห์ตัดกรรมรับโชค” หลวงพ่อเลิศยังทำอยู่ทุกวันมิได้ขาด ท่านเป็นทายาทศิษย์พุทธาคมของหลวงพ่อหยอด วัดแก้วเจริญ การประกอบพิธีจะทำการสวดเจริญพระพุทธมนต์พระปริยัติโพชฌงค์ ธัมมจักกัปปวัตนสูตร เป็นพระคาถาที่รักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยให้กับญาติโยม ขั้นตอนสุดท้ายจะตัดปลายผมของผู้เข้าพิธีให้นำไปลอยน้ำหน้าวัด เป็นความเชื่อมาแต่ครั้งโบราณว่าเป็นการลอยทุกข์โศกโรคภัย ลอยเสนียดจัญไร ลอยความยากจนไปให้พ้นจากตัวเรา ให้ไปกับสายน้ำและให้สิ่งดีๆ ทั้งหลายเข้ามาหาตัวเรา
ส่วนการจัดสร้างวัตถุมงคลหลวงพ่อเลิศท่านก็ทำไว้หลายแบบพิมพ์ ซึ่งล้วนได้รับความนิยมในหมู่คณะศิษย์และนักสะสมพระใหม่อย่างแพร่หลาย โดยท่านได้รวบรวมมวลสารเก่าหลายชนิด อาทิ พระกรุเก่า ผงเก่าของครูบาอาจารย์พระเกจิดัง โลหะยุคเก่า แร่ธาตุต่างๆ ที่มีคุณวิเศษเหมือนเหล็กไหล นำมาผสมกับว่านมหามงคล ดินมหามงคล ดินกากยายักษ์ ผงกะลาตาเดียว นำมาจัดสร้าง รูปเหมือนหลวงพ่อโต พระนาคปรก เศียรพ่อแก่ ตะกรุดมหาปราบ ตะกรุดอิติปิโสแปดทิศ ตะกรุดชุด และเครื่องรางต่างๆ อีกหลายอย่าง เช่น หงส์เงิน หงส์ทอง มีพุทธคุณด้านป้องกันเสนียดจัญไร แก้และกันพิษร้อน พิษจากสัตว์ร้ายต่างๆ และที่สำคัญป้องกันน้ำกรดได้
ล่าสุดหลวงพ่อได้จัดสร้าง เรือสำเภาทองขนทรัพย์ โดยนำไม้มงคล ๕ ชนิด มาจัดสร้าง คือ ไม้ขนุน ไม้พยุง ไม้ตะคล้ำ ไม้เจริญสุข ไม้มะยมหอม ข้างลำเรือเขียนพระคาถาเรียกทรัพย์ “อะ อึ อา อื ออ อา ออ แอ อึ อือ ฦ ฦา นะ ชา ลิ ติ” สุดยอดแห่งคาถาเมตตามหานิยมเรียกทรัพย์กำกับไว้ ทุกครั้งที่ใครเช่าบูขาเรือรวมทั้งวัตถุมงคลอื่นๆ หลวงพ่อเลิศจะปลุกเสกซ้ำให้ทุกครั้ง เพื่อเพิ่มพุทธคุณให้เข้มขลัง ในส่วนของเรือท่านจะสวดขอขมานางไม้ที่สิงสถิตในไม้มงคลทั้ง ๕ ชนิดทุกครั้งไป



