พระเครื่อง

บิดเบือนบอกบุญ 
เรี่ยไรเรี่ยราด สารพัดผ้าป่า 'วันวิสาขบูชา'

บิดเบือนบอกบุญ เรี่ยไรเรี่ยราด สารพัดผ้าป่า 'วันวิสาขบูชา'

13 พ.ค. 2552

ในช่วงเทศกาลงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาวิสาขบูชา ที่ท้องสนามหลวง ได้ยินเสียงประกาศเชิญชวนประชาชนให้ร่วมทำบุญทอดผ้าป่า และถวายถังสังฆทานกันอย่างไม่ว่างเว้น

 เป็นต้นว่า “มีน้อยทำน้อย มีร้อยทำแค่สิบบาท” และบทกลอนพรรณนาอานิสงส์ของการทำบุญ “เพราะบุญเก่าติดตามให้ความสุข ไม่มีทุกข์เศร้าหมองแสนผ่องใส”

 รวมไปถึงถ้อยคำทำนองว่า “เคราะห์ร้ายก็จะได้กลายเป็นดี ทุกข์ยากมากมีก็จะได้กลายเป็นความร่มเย็น” ไปจนถึงถ้อยคำชักนำให้ทำบุญทอดผ้าป่าไปหาสวรรค์ที่ว่า “บนสวรรค์ไม่หนาวไม่ร้อน ลมโชยอ่อนตลอดเวลา”

 ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า พระสงฆ์และฆราวาสที่เป็นโฆษกประกาศเชิญชวนให้คนที่ผ่านไปมาได้ร่วมบุญกับกองผ้าป่าสามัคคี ๔ มุมเมือง เป็นผู้มีความสามารถในการพูดโน้มน้าวได้อย่างต่อเนื่อง เหมือนน้ำไหลไม่ขาดสาย คงเป็นเพราะได้ทำหน้าที่ประกาศเช่นนี้บ่อยๆ

 โดยที่เราท่านทั้งหลายก็มักได้ยินเสียงประกาศเชิญชวนในทำนองเดียวกับที่ยกมากล่าวถึงแล้ว ตามงานวัดต่างๆ โดยทั่วไป ทำให้คิดต่อไปว่า ถ้าผู้ประกาศพระธรรมคำสอนอันแท้จริงจากพระไตรปิฎก ทั้งที่เป็นนักบวชและชาวบ้านมีกุศลธรรมฉันทะ ในการกล่าวพระธรรมแท้ๆ ได้อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับโฆษก ประกาศเรี่ยไรรับบริจาคตามวัดวาอาราม และในงานบุญต่างๆ ก็น่าจะเป็นผลดีแก่การส่งเสริมเผยแผ่พระพุทธศาสนาหาน้อยไม่

 "ถ้าวัดวาอาราม และองค์กรชาวพุทธทั่วไป ไม่ต้องคำนึงถึงการหาเงินสนับสนุนพระพุทธศาสนา เป็นเรื่องหลักตามที่เห็นและเป็นอยู่ วัดวาอารามและองค์กรชาวพุทธ ก็จะเป็นแบบอย่างแห่งความสันโดษ และเป็นต้นแบบวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างแท้จริง ในทางที่ถูกต้องนั้น การประกาศเรี่ยไรเงินบริจาคอย่างไม่บันยะบันยัง เป็นเรื่องควรลดละเลิกไปได้แล้ว เพราะทำให้คนจำนวนไม่น้อย พากันอิดหนาระอาใจ จนแทบจะอาเจียนเป็นอาจิณ กลายเป็นว่า วัดวาอาราม และองค์กรชาวพุทธนั้น ถนัดแต่การเอ่ยปากขอ มากกว่าการเอ่ยปากให้ ซึ่งเป็นเรื่องผิดจากความจริงจากคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่มีแนวคำสอนไปสู่การลดละกิเลส จนไปถึงพระนิพพาน"

 นี่คือ เสียงสะท้อนจาก สมณะเพาะพุทธ จนฺทเสฏฺโฐ หรือ ท่านจันทร์  แห่งสันติอโศก
 อย่างไรก็ตาม การจัดงานสัปดาห์วิสาขบูชานั้น ท่านจันทร์มองว่า ควรสนับสนุนให้ดำเนินการต่อไปและตลอดไป เพียงขอให้เข้มงวดเรื่องการจัดเต็นท์ต่างๆ ให้สะอาด มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่เป็นแบบศูนย์อพยพกลางเมืองหลวง เพื่อให้สนามหลวงแห่งนี้เป็น “ทัสนานุตตริยะ”  (การพบเห็นอันประเสริฐ)

 สำคัญที่สุดก็คือ มีการควบคุมการเผยแผ่ศาสนาพุทธ ให้ถูกต้องตามแนวทางพุทธธรรมโดยแท้จากพระไตรปิฎก  มากกว่าที่จะปล่อยให้ต่างคนต่างทำ ต่างทิศต่างทาง แบบที่เห็นและเป็นอยู่

 เขียนมาถึงตรงนี้ มีอุบาสิกาหญิง ๒ ท่าน นำอาหารมาถวาย เป็นอาหารมังสวิรัติ นับเป็นความตั้งใจอย่างแท้จริง สตรีทั้ง ๒ ยิ้มแย้มแจ่มใส บ่งบอกถึงความเบิกบานดุจดอกบัวในจิตใจ แสดงว่า ชาวพุทธพร้อมจะทำบุญแบบไม่ต้องใช้เงินทอดผ้าป่าสามัคคี ตามเสียงพร่ำเพรียกอย่างพร่ำเพรื่อ แบบไม่รู้จักพออีกต่อไป

 ทั้งนี้ ท่านจันทร์พูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า "เราจะทำอย่างไรหนอ ที่จะช่วยให้คนไทยที่นับถือศาสนาพุทธและศาสนาอื่นๆ ได้เข้าใจความจริงว่า การทำบุญโดยแท้จริงนั้น มีถึง ๑๐ ประการ และมีรูปแบบการทำบุญโดยไม่ต้องใช้เงินแม้สักบาทเดียวถึง ๙ ประการ ในหมวดธรรมข้อบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ที่เราได้ร่ำเรียนกันมามากมาย

 ทำอย่างไร เราท่านทั้งหลายจะช่วยสร้างความเข้าใจความจริงว่า การทำบุญคือ การทำความดีที่เป็นไปเพื่อการชำระกิเลสในทุกรูปแบบ โดยที่บุญแบบที่ต้องทำด้วยเงินนั้น เป็นบุญขั้นต้น ขั้นตื้นขั้นพื้นฐานเพียงเท่านั้น

 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีคำสอนว่า “การทำทานนั้น  แม้จะมากมายสักปานใด ก็ยังไม่ได้บุญกุศลเท่าการรักษาศีล”

บุญที่ไม่ต้องใช้สตางค์
 พระราชญาณวิสิฐ หรือที่รู้จักกันในนาม "หลวงป๋า" เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม บอกว่า บุญกิริยาวัตถุทั้ง ๑๐ ประการนี้ ผู้ใดได้ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือยิ่งมากจนครบ ๑๐ ประการแล้ว ผลบุญย่อมเกิดแก่ผู้ได้กระทำมาก ตามบุญที่ได้กระทำ ยิ่งได้มีการเตรียมกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ ตั้งใจจรดเข้าสู่ศูนย์กลางกาย หยุดในหยุด เข้าไปแล้วก็ยิ่งได้รับบุญมหาศาลตามความละเอียดประณีต ที่เข้าถึงยิ่งๆ ขึ้นไป

 บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการ ได้แก่ ๑.บุญสำเร็จได้ด้วยการบริจาคทาน (ทานมัย) คือ การเสียสละนับแต่ทรัพย์ สิ่งของ เงินทอง ตลอดจนกำลังกาย สติปัญญา ความรู้ความสามารถ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นโดยส่วนรวม

 ๒.บุญสำเร็จได้ด้วยการรักษาศีล (สีลมัย) คือ การตั้งใจรักษาศีล และการปฏิบัติตนไม่ให้ละเมิดศีล

 ๓.บุญสำเร็จได้ด้วยการภาวนา (ภาวนามัย ) คือ การอบรมจิตใจในการละกิเลส ตั้งแต่ขั้นหยาบไปจนถึงกิเลสอย่างละเอียด เป็นทางไปสู่ความพ้นทุกข์ บรรลุมรรค ผล นิพพานได้ในที่สุด

 ๔.บุญสำเร็จได้ด้วยการประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ (อปจายนมัย) คือ การให้ความเคารพผู้ใหญ่และผู้มีพระคุณ ๓ ประเภท คือ ผู้มี วัยวุฒิ ได้แก่พ่อแม่ ญาติพี่น้อง และผู้สูงอายุ ผู้มี คุณวุฒิ หรือคุณสมบัติ ได้แก่ ครูบาอาจารย์ พระภิกษุสงฆ์ และผู้มี ชาติวุฒิ ได้แก่พระมหากษัตริย์ และเชื้อพระวงศ์ 

 ๕.บุญสำเร็จได้ด้วยการขวนขวายในกิจการที่ชอบ  (เวยยาวัจจมัย) คือ การกระทำสิ่งที่เป็นคุณงามความดี ที่เกิดประโยชน์ต่อคนส่วนรวม

 ๖.บุญสำเร็จได้ด้วยการให้ส่วนบุญ (ปัตติทานมัย) คือ การอุทิศส่วนบุญกุศลที่ได้กระทำไว้ ให้แก่สรรพสัตว์ทั้งปวง การบอกให้ผู้อื่นได้ร่วมอนุโมทนาด้วย ทั้งมนุษย์และอมนุษย์ ได้ทราบข่าวการบุญการกุศล ที่เราได้กระทำไป

 ๗.บุญสำเร็จได้ด้วยการอนุโมทนา (ปัตตานุโมทนามัย) คือ การได้ร่วมอนุโมทนา เช่น กล่าวว่า “สาธุ” เพื่อเป็นการยินดี ยอมรับความดี และขอมีส่วนร่วมในความดีของบุคคลอื่น ถึงแม้ว่าเราไม่มีโอกาสได้กระทำ

 ๘.บุญสำเร็จได้ด้วยการฟังธรรม (ธัมมัสสวนมัย) คือ การตั้งใจฟังธรรม ที่ไม่เคยได้ฟังมาก่อน หรือที่เคยฟังแล้วก็รับฟัง เพื่อได้รับความกระจ่างมากขึ้น

 ๙.บุญสำเร็จด้วยการแสดงธรรม (ธัมมเทสนามัย) คือ การแสดงธรรม ไม่ว่าจะเป็นรูปของการกระทำ หรือการประพฤติปฏิบัติด้วยกาย วาจา ใจ ในทางที่ชอบ ตามรอยบาทองค์พระศาสดา ให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่บุคคลอื่น

 และ ๑๐.บุญสำเร็จได้ด้วยการทำความเห็นให้ตรง (ทิฏฐชุกัมม์) คือ ความเข้าใจในเรื่อง บาป บุญ คุณ โทษ  สิ่งที่เป็นแก่นสารสาระ หรือที่ไม่ใช่แก่นสารสาระ

เรื่อง... "ไตรเทพ ไกรงู"
ภาพ... "ประเสริฐ เทพศรี"

 

"}])