พระเครื่อง

ไทยสร้างพุทธอุทยานฯฉลองพุทธชยันตี

ไทยสร้างพุทธอุทยานฯฉลองพุทธชยันตี

06 มี.ค. 2555

พุทธอุทยานสัมพุทธชยันตีฉลอง... ๒,๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ธรรมของพระพุทธเจ้า : 0 เรื่อง / ภาพ ไตรเทพ ไกรงู 0

            ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ พระพุทธศาสนาจะครบ ๒,๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยคำนวณจากการนำปีพุทธศักราชที่เริ่มนับหลังจากการปรินิพพาน บวกด้วย ๔๕ พรรษา อันเป็นพรรษาที่สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ดำเนินพุทธกิจ ภายหลังจากการตรัสรู้จวบจนเสด็จดับขันธปรินิพพานการคำนวณจะนำปีพุทธศักราชที่เริ่มนับหลังจากการปรินิพพาน บวกด้วย ๔๕ อันเป็นจำนวนพรรษาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ดำเนินพุทธกิจ ภายหลังการตรัสรู้จวบจนเสด็จดับขันธปรินิพพาน (จำนวนปีการตรัสรู้  = ปี พ.ศ. + ๔๕)  (ในวันวิสาขบูชา พ.ศ.๒๕๕๕ สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าจะตรัสรู้ครบ ๒,๖๐๐ ปี หรือ ๒๖ พุทธศตวรรษ)
 
            "พุทธชยันตี ๒,๖๐๐ปีแห่งการตรัสรู้" ถ้าถือตามหลักการคำนวณปีพุทธศักราชแบบไทยอยู่ในช่วงระหว่างวันวิสาขบูชา พ.ศ.๒๕๕๔ ถึงวันวิสาขบูชา พ.ศ.๒๕๕๕ ทั้งนี้ ในวันวิสาขบูชา พ.ศ.๒๕๕๔ (๑๗ พ.ค.) ที่ผ่านมานั้น เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ครบ ๒,๕๙๙ ปีเต็ม และเริ่มเข้าสู่ปีที่ ๒,๖๐๐ แห่งการตรัสรู้
 
            อย่างไรก็ตาม เนื่องในมหาอภิสมัย พุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในประเทศต่างๆ ที่มีชาวพุทธเข้มแข็งได้ประกาศให้มีการเฉลิมฉลองในวาระนี้เป็นเวลา ๓ ปี ระหว่าง พ.ศ.๒๕๕๓-๒๕๕๕ เช่น ในประเทศศรีลังกา พม่า อินเดีย เป็นต้น ได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองอย่างตื่นตัวและยิ่งใหญ่ รวมทั้งที่สำนักงานใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติ สหรัฐอเมริกา ก็มีการจัดงานฉลองใหญ่ในช่วงวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา
 
            พระราชพิพัฒน์โกศล หรือ หลวงพ่อเณร เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาราม บางขุนนนท์ กรุงเทพฯ บอกว่า เมื่อครั้งที่พุทธชยันตี ๒๕ พุทธศตวรรษ หรือ พ.ศ.๒๕๐๐ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองรัฐบาลประเทศอินเดียยังได้สร้างสวนสาธารณะพุทธชยันตีไว้ที่กรุงนิวเดลี เพื่อเป็นอนุสรณ์สำหรับวาระนี้ด้วย สำหรับรัฐบาลไทย จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเฉลิมฉลองพุทธชยันตี ๒๕ พุทธศตวรรษ ด้วยการสร้างพุทธมณฑลเป็นอนุสรณ์สถาน ประกาศให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ โดยกำหนดให้วันพระหรือวันธรรมสวนะเป็นวันหยุดราชการและมีการพิมพ์พระไตรปิฎกภาษาไทยครบชุดฉบับแรก เป็นต้น
 
            ส่วนการสร้างอนุสรณ์สำหรับวาระที่ สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าจะตรัสรู้ครบ ๒,๖๐๐ ปี หรือ ๒๖ พุทธศตวรรษ ได้ดำเนินการสร้างพุทธอุทยานสัมพุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปี ที่หมู่ ๓ ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก บริเวณทางเข้าน้ำตกสาริกา เนื้อที่ประมาณ ๔๐ ไร่ โดยจัดสร้างพระพุทธรูปปางแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ หน้าตักกว้าง ๙ เมตร และสร้างพระอรหันต์ จำนวน ๑,๒๕๐ องค์ ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการจัดสร้างพระพุทธรูป ที่ล้อมรอบด้วยพระอรหันต์ จำนวน ๑,๒๕๐ องค์
 
            "อานิสงส์ของการจัดสร้างพระพุทธรูปปางแสดงโอวาทปาฏิโมกข์และพระอรหันต์ที่มาในวัฏฏังคุลีชาดกว่า บุคคลผู้สร้างทำพระพุทธรูปนั้น จะได้เป็นพระอินทร์ ๘ ครั้ง จะได้เป็นสมเด็จบรมจักรพรรดิ ๘๐ ชาติ หรือ ๑๐๐ ชาติ จะได้เป็นพระราชานับประมาณไม่ได้....ผลแห่งการปฏิสังขรณ์ซ่อมแซมพระพุทธรูป ไม่ควรคิดว่ามีค่าเท่าใด เพราะเป็นอจินไตย ประมาณไม่ได้" หลวงพ่อเณรกล่าว
 
            ทั้งนี้ วันพุธที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๕ วันมาฆบูชา ให้บุตรธิดาเจ้าพระคุณพ่อ (คุณพ่อ) เจ้าพระคุณแม่ (คุณแม่) ไปร่วมเททองหล่อพระเกตุพระพุทธรูปปางแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ และร่วมประกอบพิธีเวียนเทียน เวลา ๑๕.๓๕ น. ณ พุทธอุทยานสัมพุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปี และเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีความกตัญญูกตเวทีต่อบิดามารดา รับเป็นเจ้าภาพองค์ละ ๑๐,๐๐๐ บาท โดยจะได้จารึกชื่อของผู้สร้าง ถ้าพ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ พุทธศาสนิกชนร่วมบุญได้ที่ ชื่อบัญชี กองทุนพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบางขุนนนท์ บัญชีออมทรัพย์เลขที่  ๐๘๔-๒๒๕๐๖๕-๙ อุทยานพระพิฆเณศ อ.เมือง จ.นครนายก  โทร.๐๘-๘๔๐๐-๙๐๐๑-๘ หรือที่วัดศรีสุดารามวรวิหาร กรุงเทพฯ โทร.๐-๒๔๓๓-๕๙๑๙, ๐-๒๔๓๓-๒๒๒๙ และ ๐๘-๑๙๐๖- ๖๙๗๔


หัวใจของพระพุทธศาสนา
 
            วันมาฆบูชา ถือว่าเป็นวันสำคัญ เรียกว่า วันมหาสันนิบาต หรือจาตุรงคสันนิบาต คือวันประชุมใหญ่อันประกอบด้วยองค์ ๔ คือ ๑.พระภิกษุสงฆ์ซึ่งเป็นพุทธสาวก จำนวน ๑,๒๕๐ องค์ มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย  ๒.พระพุทธสาวกเหล่านี้ล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือ เป็นผู้ที่พระพุทธองค์ประทานการอุปสมบทด้วยพระองค์เอง                   
 
            ๓.พระภิกษุสงฆ์ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์ ๔.วันนั้นเป็นวันเพ็ญ เดือนมาฆะ คือพระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ ในวันดังกล่าวพระผู้มีพระภาคทรงประกาศหลักธรรมสำคัญทางพระพุทธศาสนาเหมือนรัฐธรรมนูญที่ใช้เป็นแม่บทสำคัญสูงสุดของประเทศ หลักธรรมสำคัญของพุทธศาสนา คือ การแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ เป็นประกาศหลักธรรมสำคัญอันเป็นแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อนำไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ซึ่งมีหลักการที่สำคัญอยู่ ๓ ประการ ที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ประกอบด้วย
 
            ๑.สพฺพปาปสฺส อกรณํ คือ การไม่ทำบาปทั้งปวง ได้แก่ การงดเว้น การลดละ และเลิกทำบาปทั้งปวง ซึ่งได้แก่อกุศลกรรมบถ ๑๐ ทางแห่งความชั่ว ๑๐ ประการ
 
            ๒.กุสลสูปสมฺปทํ คือ การยังกุศลให้ถึงพร้อม ได้แก่ การทำแต่ความดี ด้วยการให้ทาน รักษาศีล และเจริญจิตภาวนา พระพุทธเจ้าตรัสว่า ปาฏิโมกเข จ สํวโร ได้แก่ การสำรวมกาย วาจา และใจ การรักษาศีล การรักษาวินัยอย่างเคร่งครัด ให้ทำแต่ความดี งดเว้นจากความชั่ว
 
            ๓.สจิตฺตปริโยทปนํ  คือ การทำจิตใจของตนให้ผ่องใส ให้สงบปราศจากนิวรณ์  ซึ่งเป็นธรรมอันกั้นจิต ขัดขวางจิตของเราไม่ให้บรรลุ หรือไม่ให้เข้าถึงความดี
 
            หลวงพ่อเณร ยังบอกด้วยว่า นโยบายในการประกาศศาสนา พระพุทธศาสนานั้น มีจุดหมายสูงสุดอันได้แก่พระนิพพาน คือการดับสูญ การสิ้นทุกข์ หมดจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง และความทุกข์ทั้งปวง อันจะทำสำเร็จได้ด้วยการพึ่งตนเอง พากเพียรด้วยตนเอง ไม่ใช่สำเร็จด้วยการอ้อนวอนขอจากเทพเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง  นโยบายหรืออุดมการณ์ ๔ ประการนั้น ได้แก่ ๑.ขนฺติ ปรมํ ตโป ตีติกฺขา หมายถึง ความอดทน คือความอดกลั้น  ในการฝึกตน เพื่อบรรลุจุดหมายในการไม่ทำบาปทั้งทางกาย วาจา และใจ
 
            ๒.นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา หมายถึง พระพุทธเจ้าทั้งหลายตรัสว่า นิพพานเป็นบรมธรรมเป็นธรรมอันสูงสุด ๓.น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี หมายถึงผู้ทำร้ายสัตว์ ทำร้ายผู้อื่นไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต และ ๔.สมโณ โหติ วิเหฐยนฺโต หมายถึง ผู้เบียดเบียนผู้อื่นไม่ชื่อว่า เป็นสมณะ

"}])