
หลับให้สบายนะ(good night)
หลับให้สบายนะ(good night) : บาตรเดียวท่องโลก โดย พระพิทยา ฐานิสฺสโร
สถานีรถไฟที่อินเดียเหมือนจะไม่เคยเงียบแม้แต่กลางคืน มีผู้คนจำนวนมากมาย นอนเรียงรายอยู่บริเวณสถานี เพื่อรอขึ้นรถไฟในเวลาค่ำคืนหรือรุ่งเช้าตรู่ การนอนบริเวณชานชาลาดูเป็นเรื่องปกติในอากาศหนาวเหน็บ เด็กน้อยมีความอดทน เข้มแข็งเสียเหลือเกิน บางคนก็ไม่ใส่รองเท้า พ่อแม่ลูกในผ้าห่มเพียงผืนเดียว ต้องนอนสลับหัวถึงจะเพียงพอ บางคนใช้รองเท้าที่ใส่เป็นหมอนรองหนุน ไม่ต้องสนใจมากมายว่าที่หลับนอนจะต้องสะอาดหรือใครคิดจะว่าอะไร แค่เอาผ้ามาปัดๆ และใช้ผ้านั้นปูนอน ได้ที่ก็นอนคลุมมิดชิด ดึกๆ ก็ค่อยๆ คู้ตัวเพราะอากาศยิ่งหนาวมากขึ้น นอนเช่นนั้นจนกว่าจะได้เวลารถไฟเทียบชานชาลา
หลายชีวิต หลายครอบครัวที่เป็นเช่นนี้ในอินเดีย มีผู้คนเดินทางประมาณ ๑๙ ล้านคนในหนึ่งวัน บนรถไฟตู้โดยสารที่ไม่ระบุที่นั่งจึงแน่นขนัดเกือบทุกขบวน ใครถึงก่อนได้นั่งก่อน บางขบวนอาจมีการนั่งบนหลังคา ถึงแม้จะมีการห้ามปราม ไม่อนุญาต แต่ในความเป็นจริง ก็คือความจริง เราคงไม่สามารถห้ามในสิ่งที่เราไม่สามารถตอบสนองความต้องการให้เขาได้อย่างเพียงพอ
ในเวลาตีหนึ่งที่ชานชาลา ครอบครัวหนึ่งที่มีตายายพ่อแม่น้าอาลูกหลานหลายชีวิตนอนรวมกัน ลุกขึ้นมากนั่งรับประทานอาหารร่วมกันอย่างอบอุ่นในบริเวณที่นอน อาหารก็มีเพียงข้าวและน้ำจิ้มราด ตบท้ายด้วยขนมก้อนเล็กๆ เป็นอันจบอาหารมื้อดึกหรือมื้อเช้ามืด หลังจากเสร็จการรับประทานอาหารร่วมกัน ก็ล้มตัวลงนอน เมื่อได้เวลารถไฟมา บรรดาผู้ชายก็เก็บข้าวของ ผ้าห่ม สัมภาระ ใส่กระเป๋า และกระสอบถือเดินนำหน้า ผู้หญิงก็อุ้มลูก หลานเดินตาม
ค่ำคืนนี้เดินทางด้วยรถไฟจากเดลี มาพุทธคยา จองตั๋วนอนธรรมดาได้ ๔ ที่ จากผู้เดินทาง ๕ ชีวิต ทำให้มีหนึ่งที่ต้องนอนสองรูป หลวงพี่กับเณรน้อย ต้องแบ่งปันที่นอนแบบอินเดีย สลับหัวเท้า เพื่อให้ที่เพียงพอแก่สองรูป เณรกราบขมา บอกเณรว่าไม่เป็นไร คลุมจีวรทุกอย่างก็สบาย ต่างคนต่างอยู่ในจีวร เป็นถุงนอนที่ยอดเยี่ยม สารพัดประโยชน์และอบอุ่น ที่อาจจะแคบด้วยสติมั่นคง ต้องนอนตะแคงอยู่ท่าเดียว เพราะนอนด้านนอก พอตกดึก หนุ่มอินเดียเข้ามานอนตรงกลางช่องทางเดินระหว่างเตียงที่หลวงพี่ตั้งบาตร เณรได้ยินเสียง ก็บอกห้ามนอนเป็นภาษาฮินดี้ (เณรอินเดีย) เพราะกลัวหลวงพี่และคนไทยเตียงตรงข้ามที่เดินทางด้วยกันจะลำบาก ถ้าต้องเดินไปเข้าห้องน้ำหรือลุกขึ้นไปไหน อาจนอนลำบากมากขึ้น พูดกันได้สักพัก หลวงพี่บอกเณรว่า ไม่เป็นไรครับ แบ่งปันกันนะ หลวงพี่เลยเลื่อนบาตรให้ หนุ่มน้อยพูดด้วยความซาบซึ้งว่า ขอบคุณเจ้านายที่ช่วยเหลือ
เราช่วยกันจัดที่นอนเพราะที่แคบ หลวงพี่กล่าวกับหนุ่มนั้นเบาๆ ว่า ศุภราตรี (ราตรีสวัสดิ์) หลังจากนั้นเขาก็นอนหลับสบาย
เมื่อเราสัมผัสความลำบาก ความอดทน ความทุกข์ล้อมรายรอบด้วยความเมตตา อ่อนโยน ใจเราจะเปิดกว้าง ถึงแม้เราอาจอยู่ในสภาวะที่ไม่สะดวกสบายนัก แต่เรากลับมีความสุขและมีพื้นที่ใจมากพอที่จะรับคนอื่นเข้ามาในใจ เป็นครอบครัวเดียวกันกับเรา ไร้การแบ่งแยก เปรียบเทียบ ตีค่า ว่าดีหรือเลว พวกฉันหรือไม่ใช่
จิตใจที่เปิดกว้าง คือ ใจที่เป็นสุข
ในความลำบากและความทุกข์ ความสุขอยู่ตรงนั้นด้วยเสมอ
การแบ่งปัน เอื้อเฟื้อ เป็นรากแก้ว แห่งญาติ มิตร



