พระเครื่อง

'ดร.ณพพงศ์'กับปาฏิหาริย์พ่อทวด

'ดร.ณพพงศ์'กับปาฏิหาริย์พ่อทวด

18 ก.พ. 2555

ดร.ณพพงศ์ ธีระวรกับ..."ปาฏิหาริย์พระหลวงพ่อทวด" : สรณะคนดัง โดยเรื่อง/ภาพ สุพิชฌาย์ รัตนะ ศูนย์ข่าวภาคใต้

            ผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ไม่เพียงแค่กระเทือนต่อสภาพความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันจนต้องพลิกผันไปจากเดิมชนิดหน้ามือเป็นหลังมือแล้ว เพราะทุกครั้งที่มีเสียงก้องกัมปนาทจากแรงระเบิดครั้งแล้วครั้งเล่า ล้วนแต่ฉุดรั้งให้ความเชื่อมั่นในด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวต้องตกต่ำดำดิ่งลงไปทุกที
 
             กระนั้นไม่ว่าพื้นที่แห่งนี้จะสะบักสะบอมด้วยปฏิบัติการก่อความรุนแรงจากน้ำมือของกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีมากแค่ไหน กลับไม่ทำให้ “ดร.ณพพงศ์ ธีระวร" ประธานหอการค้าจังหวัดยะลา คิดจะถอนสมอธุรกิจแล้วไปลงทุนที่อื่น เพราะนี่คือภูมิลำเนาที่ให้กำเนิด ดังนั้นจึงมุ่งมั่นและตั้งใจจะ "คืนชีพ” ให้แก่เศรษฐกิจ “บ้านเกิด” กลับมาคึกคักให้ได้อีกครั้งเหมือนวันวานในยามที่ไม่มีเหตุการณ์ความไม่สงบ
 
             “ดร.ณพพงศ์” เป็นคนพื้นเพ “อ.รามัน” ซึ่งปัจจุบันได้ชื่อว่าเป็น ”พื้นที่สีแดง” ในสายตาของหน่วยความมั่นคง นับแต่เกิดเหตุความไม่สงบตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๗ เป็นต้นมา โดยดั้งเดิมครอบครัวประกอบอาชีพเกษตรกรรม ก่อนหันมาจับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จนกลายเป็นการบุกเบิกงานก่อสร้างรายแรกๆ ของ จ.ยะลา
 
             หลังเรียนจบปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ ก็บินลัดฟ้าไปคว้าปริญญาโท ที่โอคลาโฮมา ประเทศสหรัฐอเมริกา และศึกษาต่อระดับปริญญาเอกด้านบริหารธุรกิจ พร้อมทั้งได้รับโอกาสทำงานในประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจหลายปี ก่อนจะกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ ในบริษัทยักษ์ใหญ่
 
             แต่ด้วยวิกฤติเศรษฐกิจใน พ.ศ.๒๕๔๐ ทำให้ ดร.ณพพงศ์ เดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อมากอบกู้ธุรกิจของครอบครัวที่ติดหล่ม "พิษต้มยำกุ้ง” ในยุคนั้น ก่อนจะทำให้ บริษัท ชัยวร พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กลับมาผงาดได้อีกครั้งในระยะเวลาไม่นานด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมตั้งแต่การทำงานในต่างประเทศ ก่อนกลับมาเก็บเกี่ยวความรู้ด้านเศรษฐกิจจนกลับสู่ "ยะลา” บ้านเกิด พร้อมทั้งช่วยให้ธุรกิจของครอบครัวข้ามพ้นวิกฤติเศรษฐกิจมาได้อย่างน่ายกย่อง ทำให้ชื่อของ ”ดร.ณพพงศ์” ได้รับการจับตามอง และถูกพูดถึงอย่างมากในแวดวงนักธุรกิจ
 
             ด้วยความมุ่งมั่นทำการทำงานทั้งส่วนตัวและงานสังคม ในที่สุด ”ดร.ณพพงศ์” ก็ได้รับมติความไว้วางใจจากกรรมการและคะแนนเสียงจากเอกชนในพื้นที่ ให้ดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดยะลา อย่างเป็นเอกฉันท์ และกลายเป็น “ประธานหอการค้าที่อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย” ในเวลานี้ ด้วยวัยเพียง ๓๙ ปี เท่านั้น
 
             “ผมมีภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ ๓ อย่าง คือ ดูแลครอบครัวที่ยะลา รวมทั้งฟื้นฟูธุรกิจของบ้านที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจใน พ.ศ.๒๕๔๐ และคืนชีพภาวะเศรษฐกิจบ้านเกิดให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยสองสิ่งแรกผมทำสำเร็จแล้ว เหลือเพียงอย่างหลัง ซึ่งเป็นงานท้าทายมากในฐานะประธานหอการค้าคนใหม่ ที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อบ้านเกิด” ดร.ณพพงศ์ กล่าว
 
             การทำงานท่ามกลางสถานการณ์ไม่ปกติในพื้นที่ สิ่งที่ต้องพึงระลึกเสมอนั่นคือ “ความไม่ประมาท” เพราะนี่คือคำตอบที่จะทำให้มีชีวิตและมีลมหายใจทำสิ่งดีให้แก่มาตุภูมิ โดยเฉพาะการกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
 
             ดร.ณพพงศ์ บอกว่า ความประมาทใครก็รู้ว่าเป็นหนทางนำไปสู่ความหายนะ แต่สำหรับชายแดนภาคใต้ หากประมาทเพียงเสี้ยวนาทีอาจไม่มีชีวิตได้ ดังนั้น สำหรับทุกลมหายใจต้องมีสมาธิ มีสติเพื่อก่อปัญญาในการนำพาเศรษฐกิจของเมืองยะลาก้าวออกจากจุดวิกฤติให้ได้
 
             นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้ ”ดร.ณพพงศ์” มีความมั่นใจในการทำงานท่ามกลางเหตุการณ์ความรุนแรงที่ยังคุกรุ่นอยู่ในขณะนี้ คือ “หลวงพ่อทวด” เพราะนอกจากจะเป็นสิ่งที่เคารพศรัทธามาโดยตลอด ตั้งแต่จำความได้แล้ว ยังช่วยให้ชีวิตแคล้วคลาดจากภัยอันตรายมานักต่อนัก ชนิดนับครั้งไม่ถ้วน
 
             “ผมแขวนพระหลวงพ่อทวดที่พระอาจารย์ทิมสร้างตั้งแต่จำความได้ ซึ่งคุณพ่อเคารพนับถือท่านมาก และที่สำคัญได้พาไปนมัสการกราบรูปเหมือนหลวงพ่อทวดที่วัดช้างให้เป็นประจำ จนกลายเป็นเสาหลักทางใจในยามที่ต้องลุยงานท่ามกลางความเสี่ยงก็จะระลึกถึงก่อนออกจากบ้านเสมอ” ดร.ณพพงศ์ กล่าว
 
             สำหรับที่มาของพระหลวงพ่อทวดนั้น ดร.ณพพงศ์ เล่าว่า พระหลวงพ่อทวดหลังเตารีด สร้างปี ๒๕๐๕ ซึ่งเป็นพระรุ่นที่คุณพ่อเดินทางไปเช่าจากวัดและนำกลับบ้านมาได้ ๔ องค์ และมอบให้ลูกชายทั้ง ๔ คน ไว้ใช้ติดตัว ที่สำคัญได้ช่วยให้ชีวิตแคล้วคลาดจาก "เหตุระเบิดถล่มเมืองยะลา" จำนวน ๓๘ จุด เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมาอย่างไม่น่าเชื่อ
 
             วันนั้นเหตุระเบิดเกิดขึ้นตั้งแต่เวลา ๑๘.๓๐ น. จุดแรกที่ย่านตลาดเก่า ถนนศรีบุตรา ซึ่งมีผู้คนพลุกพล่าน จากนั้นเกิดระเบิดเป็นระยะห่างกันจุดละ ๓-๕ นาที โดยหลังจากนั้นก็เกิดระเบิดต่อเนื่องทั่วทั้งเมือง ชนิดที่เต็มไปด้วยความโกลาหล กว่าทุกอย่างจะยุติก็เกือบเที่ยงคืน
 
             “ผมคลาดจากจุดระเบิดลูกที่ ๒ เพียง ๑๐ นาที เท่านั้น ทั้งๆ ที่นัดกับเพื่อนเอาไว้ แต่จู่ๆ ก็รู้สึกเพลียขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ จึงโทรเลื่อนนัดเพื่อนเพื่อกลับบ้าน ก่อนจะเกิดเสียงบึ้มดังสนั่นคล้อยหลังผมไปเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น”
 
             จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้ ดร.ณพพงศ์ เชื่ออย่างสนิทใจว่า ที่รอดมาได้เป็นเพราะปาฏิหาริย์หลวงพ่อทวดที่อาราธนาคล้องคอเพียงองค์เดียวเท่านั้นอย่างแน่นอน ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่ระทึกขวัญมากที่สุด แต่ก็ไม่ทำให้รู้สึกหวาดหวั่นวิตกจนท้อแท้ในการทำงานเพื่อบ้านเกิดแต่อย่างใด


พลิกวิกฤติไฟใต้ด้วย'ข่าวดี'
 
             สิ่งหนึ่งที่ทำให้ความรู้สึกของผู้คนภายนอกมองพื้นที่ชายแดนภาคใต้ว่ามีความน่าหวาดหวั่นวิตกจนบางครั้งก็ดูน่าสะพึงกลัวย่อมหนีไม่พ้นคือ “ข่าว” ที่ปรากฏผ่านสื่อบางแขนง ทั้งภาพความรุนแรง และผู้บาดเจ็บล้มตาย อันเกิดความไม่สงบ ซึ่งเป็นเรื่องที่หนีไม่พ้นในทุกๆ ครั้งที่เกิดเหตุรุนแรงในพื้นที่
 
             ดังนั้นประธานหอการค้าจังหวัดยะลา จึงควักกระเป๋า ผลิตวารสารจากยะลา เพื่อนำเสนอเรื่องราวและแง่มุมดีๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้ โดยกระจายเรื่องราวในแง่บวกและเชิงสร้างสรรค์ผ่านสมาชิกหอการค้าทั่วประเทศ ด้วยเจตนารมณ์ที่มุ่งหวังจะใช้มิติอื่นๆ ที่ไร้ซึ่งความรุนแรงออกสู่สายตาคนภายนอก เพื่อดึงดูดความสนใจในการเพิ่มความเชื่อมั่นและหันกลับมาร่วมทำการค้าและลงทุนในดินแดนปลายด้ามขวานบ้างไม่มากก็น้อย
 
             “วารสารของเราต้องการบอกให้สังคมภายนอกรับรู้ว่า ที่นี่ยังมีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นทุกๆ วัน และการแก้ไขปัญหาความไม่สงบก็ยังคงดำเนินอยู่ ที่สำคัญเราได้ผลักดันโครงการสำคัญอันประกอบด้วยการเปิดด่านแห่งใหม่ที่ อ.กาบัง จ.ยะลา เชื่อมกับรัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย รวมถึงโครงการแลนด์บริดก์ ปีนัง-ยะลา-ปัตตานี” ดร.ณพพงศ์ กล่าว
 
             พร้อมกับบอกด้วยว่า “ผมจะใช้ข่าวดีๆ บอกออกไปให้คนภายนอกได้รับรู้ว่า วันนี้เศรษฐกิจ การค้า การลงทุนของยะลา ยังคงมีความเคลื่อนไหว ไม่ได้หยุดนิ่งเพราะปัญหาความไม่สงบ อย่างน้อยสิ่งที่ได้สื่อออกไปก็คงพอที่จะทำให้นักลงทุน และเอกชนนอกพื้นที่ได้เหลียวกลับมามองเราบ้าง”

"}])