
พระพิมพ์สกุล'หริภุญไชย'(๒)
พระพิมพ์สกุล'หริภุญไชย'(๒) : สายตรงพระล้านนา โดยน้อยไอยรา เชียงใหม่ www.pralanna.com
(ต่อจากฉบับวันพฤหัสบดีที่ ๙ ก.พ.๕๕)
๓.รูปแบบพระพิมพ์ที่แสดงลักษณะศิลปะศรีเกษตรและพุกามของพม่า
พระพิมพ์ในรูปแบบที่๓ นี้ มีลักษณะคล้ายกับพระพิมพ์ที่สร้างในรัฐศรีเกษตร ที่เมืองเบกทาโน และพุกาม หรือปูคัมตามสำเนียงพม่า พระพิมพ์เหล่านี้แสดงอิทธิพล หรือรับรูปแบบพระพิมพ์อินเดียในสมัยราชวงศ์ปาละซึ่งเจริญอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔ มีทั้งรูปแบบหยดน้ำ และสามเหลี่ยมยอดมน ตรงกลางแสดงพระพุทธรูปประทับวัชราสน์ (ขัดสมาธิเพชร) ปางภูมิปรสมุทรา (มารวิชัย) ภายในซุ้มจรนำของพระเจดีย์แบบพุทธคยา ล้อมรอบด้วยรูปสถูปซึ่งหมายถึงพระศรีอาริยเมตไตรย
พระพิมพ์ดังกล่าวนี้แม้ว่าจะมีลักษณะคล้ายพระพิมพ์อินเดียแบบปาละแต่ในรายละเอียดพบว่าเป็นลักษณะศิลปะพุกาม ของพม่า ที่รับมาจากอินเดีย และน่าจะแพร่เข้ามายังหริภุญไชยในราวพุทธศตวรรษที่๑๔-๑๕ เพราะในช่วงเวลาดังกล่าว หริภุญไชยเกิดอหิวาตกโรคระบาด ผู้คนอพยพไปอยู่ที่สุธรรมวดี และหงสาวดีของพม่าถึง๖ ปี จึงได้กลับมาอยู่ที่หริภุญไชยเหมือนเดิม
พระพิมพ์แบบนี้ได้แก่พระพิมพ์ที่วงการพระเครื่องท้องถิ่นเรียกว่าพระละโว้ และในเวลาเดียวกันนั้นน่าจะมีการสร้างพระพิมพ์ของตนเองด้วยซึ่งยังพอเห็นเค้าว่ามีต้นแบบมาจากศิลปะพม่า คือ พระรอด และ พระสิบสอง ประมาณอายุราวพุทธศตวรรษที่๑๕-๑๖
๔.รูปแบบพระพิมพ์ที่แสดงลักษณะหรืออิทธิพลจากศิลปะลพบุรี
พระพิมพ์ในรูปแบบที่๔ นี้ เป็นพระพิมพ์ที่มีพระพุทธรูปสามองค์ประทับเรียงกันองค์กลางจะมีขนาดใหญ่กว่าสององค์ข้างๆ และมักประทับในซุ้มเรือนแก้ว พระพุทธรูปมีลักษณะพระพักตร์กว้างพิมพ์ทรงค่อนข้างสี่เหลี่ยม พร้อมทั้งตกแต่งพระองค์ด้วยเครื่องประดับต่างๆเช่น เทริด หรือกระบังหน้า สวมกุณฑลพาหุรัดทองพระกร เรียกว่า พระทรงเครื่อง และมักครองจีวรห่มเฉียง
ลักษณะของพระพิมพ์ดังกล่าวเป็นแบบที่ได้รับมาจากศิลปะลพบุรีระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๘ ซึ่งเรียกว่า พระตรีกาย มีทั้งปางสมาธิและปางมารวิชัย
พระตรีกายนี้เป็นศิลปะที่เกี่ยวเนื่องในพระพุทธศาสนาลัทธิมหายานด้วยเชื่อว่า พระพุทธเจ้าทรงมี ๓ กาย อันได้แก่ นิรมาณกาย คือกายที่เป็นองค์พระสมณโคดม ธรรมกาย หมายถึงกายที่เป็นนามธรรม อันได้แก่ พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ และสัมโภคกาย คือ กายทิพย์ของพระพุทธเจ้าที่จะไม่จุติอีก
ลักษณะพระพิมพ์ในแบบนี้ต้นแบบคงเป็นพระพิมพ์ที่นำมาจากละโว้หรือลพบุรี สมัยที่ พญาอาทิตตราช เป็นกษัตริย์เมืองหริภุญไชยและมีกองทัพละโว้ของพระเจ้ากัมโพช ยกมาตี แต่ต้องแตกพ่ายไป ทหารละโว้ที่ถูกจับเป็นเชลยมีมาก ได้ถูกเกณฑ์มาสร้างเจดีย์มหาพลที่วัดจามเทวี ในพุทธศตวรรษที่๑๗
ดังนั้นน่าจะเป็นไปได้ที่ว่า มีการพบพระพิมพ์แบบลพบุรีตามเจดีย์โบราณของวัดต่างๆในเมืองลำพูน
อย่างไรก็ดี น่าเชื่อได้ว่ารูปแบบของพระพิมพ์ในระยะนี้ได้มีการผสมผสานกับลักษณะของหริภุญไชยด้วย เพราะได้พบพระพิมพ์ที่มีลักษณะคล้ายพระพิมพ์ลพบุรีแต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดแล้ว จะพบข้อแตกต่างปลีกย่อย เช่น ลักษณะของซุ้มเรือนแก้ว ซึ่งในศิลปะลพบุรีเป็นซุ้มปรางค์ แต่ของหริภุญไชยเป็นซุ้มเรือนแก้ว ที่มียอดแบบยอดปราสาทของพุกาม
หรือองค์พระพุทธรูปจะสร้างเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องประทับขัดสมาธิเพชรทรงเทริดแบบพุกาม หรือแบบอินเดีย ของราชวงศ์ปาละ ซึ่งต่างจากการทรงเครื่องของศิลปะลพบุรี ตลอดจนลักษณะของฐานก็เป็นแบบฐานปัทม์ที่วางซ้อนอยู่บนบัลลังก์ โดยมีช้างหรือสิงห์ปรากฏอยู่ด้วย แม้ว่าลักษณะของสิงห์จะคล้ายศิลปะลพบุรี แต่การมีช้างที่ฐาน หรือที่พุทธบัลลังก์นั้น มิได้เป็นลักษณะของศิลปะลพบุรีแต่ประการใดแต่กลับแสดงให้เห็นถึงความเป็นอัจฉริยะของช่างหริภุญไชย ที่ได้นำเอาศิลปะภายนอกมาสร้างสรรค์เป็นผลงานทางศิลปะรูปใหม่ให้แก่เมืองของตนได้อย่างดีอย่างเช่นการสร้างพระพุทธรูปหลายๆ องค์ประทับเรียงซ้อนกัน คล้ายกลีบดอกไม้หรือกลีบบัวที่ซ้อนกันขึ้นไปจนสุดปลายกลีบ
พระพิมพ์ในแบบที่๔ นี้ มีชื่อตามที่วงการพระเครื่องเรียกกันว่า พระยอดขุนพลกรุท่ากาน พระสาม กรุท่ากาน พระป๋วย พระสิบ วัดพระคงฤาษี และ พระสามกรุวัดพระคงฤาษี ซึ่งมีลักษณะคล้ายแบบศิลปะลพบุรีมาก
ส่วนพระพิมพ์ที่ช่างได้สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่เช่น พระสามใบโพธิ์ และ พระสิบแปด ซึ่งน่าจะมีอายุในราวพุทธศตวรรษที่๑๘
๕.รูปแบบพระพิมพ์ศิลปะล้านนาที่เมืองหริภุญไชย
พระพิมพ์ในรูปแบบศิลปะล้านนาที่เมืองหริภุญไชยพบน้อยส่วนใหญ่จะเป็นพระพุทธรูปลอยตัวขนาดต่างๆ แต่ที่พบเป็นพระพิมพ์ที่ทำด้วยชินเป็นรูปพระพุทธเจ้าประทับนั่งในซุ้มเรือนแก้ว ตามแบบศิลปะเชียงแสน หรือล้านนา แบบที่เรียกว่าพระสิงห์สาม ซึ่งเป็นพระประทับใต้ซุ้มต้นโพธิ์ เช่น พระปรกโพธิ์ วัดช้างรอง
นอกจากนี้ยังได้พบพระพิมพ์แผงขนาดใหญ่ ที่เรียกว่าพระห้าร้อย (ในท้องถิ่นเรียก พระร้อย อ่านว่า พระ-ฮ้อย) พระจอมธรรม (หรือจำธรรม) อ.แม่ทาต่อมาเมื่อได้พบพระพิมพ์เดียวกันนี้ที่ถ้ำขุนตาลผู้คนส่วนใหญ่จึงรู้จักพระพิมพ์นี้อีกชื่อหนึ่งว่าพระยอดขุนพลกรุถ้ำขุนตาล รูปแบบพระพิมพ์ศิลปะล้านนาที่เมืองหริภุญไชยนี้มีอายุราวพุทธศตวรรษที่๒๐-๒๔
(หนังสืออ้างอิง : ๑.พระพิมพ์สกุลช่างหริภุญไชย(พระเครื่องเมืองลำพูน) โดย ณัฏฐภัทร จันทวิช ฉบับพิมพ์ พ.ศ.๒๕๓๘ / ๒.พระสกุลหริภุญไชยโดย นิพนธ์ สุขสมมโนกุล - ผศ.วิลักษณ์ ศรีป่าซาง ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๔๕)



