
สะสมพระกริ่งเพราะใจรักชอบในพุทธศิลป์
สะสม พระกริ่ง เพราะใจรักชอบในพุทธศิลป์แน้ว-อรรถพล พูนศิลป์ (จิวยี่ @ systema) : เส้นทางนักพระเครื่อง โดย ตาล ตันหยง
พระกริ่งจีน เป็นรูปเคารพของ พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคต เป็นพระพุทธเจ้าตามความเชื่อของชาวพุทธนิกายมหายาน พระนามของท่านหมายถึง พระตถาคตเจ้าผู้เป็นบรมครูแห่งยารักษาโรค เป็นที่นิยมนับถือในหมู่ชาวจีนและชาวทิเบต จนมีการสร้างเป็นพระพุทธรูปขนาดเล็ก ซึ่งเมื่อเขย่าจะมีเสียงดัง ที่เรียกว่า พระกริ่ง โดยสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในมณฑลซัวไซ สมัยราชวงศ์ถัง ประเทศจีน เมื่อราวศตวรรษที่ ๑๔ (อายุกว่า ๑,๐๐๐ ปี) ชาวจีนเชื่อว่า พระกริ่ง สามารถใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ รวมทั้งป้องกันเหตุเภทภัยต่างๆ โดยเฉพาะพวกคุณไสย จึงมีการสืบทอดการสร้างพระกริ่งตลอดมาทุกยุคทุกสมัยของจีน และได้เผยแพร่เข้ามาสู่เมืองไทย โดยมีการสร้าง พระกริ่ง ของพระเกจิอาจารย์ต่างๆ มาโดยตลอด ซึ่งส่วนใหญ่ได้ถอดพิมพ์ไปจาก พระกริ่งจีน ทั้งสิ้น เพราะมีพุทธลักษณะสวยงาม สมส่วน อิ่มเอิบบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยแววตาแห่งความเมตตามหานิยมเป็นอย่างยิ่ง
ผู้สนใจพระกริ่งที่ผ่านๆ มาส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้สูงอายุ เพราะมีความซาบซึ้งในพุทธศิลป์ของ พระกริ่ง เป็นอย่างดี แต่ในทุกวันนี้ ได้มีคนหนุ่มสายเลือดใหม่ หลายคนหันมาสนใจพระกริ่งกันมากขึ้น โดยมีความรักชอบเช่นเดียวกับคนรุ่นเก่าก่อน และหนึ่งในนั้นก็คือ
แน้ว (อรรถพล พูนศิลป์) หรือที่คนในวงการพระรู้จักกันในนาม จิวยี่ @ systema หนุ่มหน้าใสวัย ๓๐ ปีเศษ จาก จ.ยะลา
"สมัยเด็กผมเรียนหนังสือที่บ้านเกิด คือ โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง จากนั้นไปต่อที่ วิทยาลัยเทคนิคยะลา จนมาจบที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร กทม. ช่วงที่ยังเป็นนักเรียนผมได้อ่านหนังสือพระเครื่อง เกิดความรู้สึกนึกชอบ พระกริ่ง ขึ้นมาด้วยความคิดเห็นที่ว่า เป็นพระเครื่องที่มีมิติรอบด้าน เป็นพระลอยองค์ที่เห็นได้ทุกด้าน เหมือนหนึ่งเป็นพระพุทธรูปย่อส่วนลงมาให้มีขนาดเล็กกะทัดรัด นึกอยากได้มาก จึงเอาพระเครื่องที่ทางบ้านพอมีอยู่บ้าง ไปแลกเปลี่ยนเป็นพระกริ่งมาเชยชมด้วยความสมหวัง โดยไม่รู้ว่าเป็นพระกริ่งสำนักไหน แท้หรือปลอมก็ไม่รู้ เพิ่งมารู้เอาตอนที่ขึ้นมาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ เอาไปให้ผู้ใหญ่ในสนามพระดูกันหลายคน ต่างบอกตรงกันว่า เป็น พระเก๊ ทั้งหมด ผมเสียความรู้สึกมาก ที่เริ่มต้นสนใจพระก็ถูกหลอกเสียแล้ว" แน้ว กล่าวย้อนอดีตที่ผ่านมา
ความผิดพลาดครั้งแรกในชีวิต ไม่ได้ทำให้ หนุ่มแน้ว ท้อแท้ แต่กลับมุมานะที่จะเอาดีบนเส้นทางสายพระเครื่องนี้ให้ได้ จึงหาเวลาว่างหลังจากเลิกเรียนหนังสือเข้าสนามพระให้บ่อยขึ้น พร้อมกับหาหนังสือตำราพระเครื่องมาศึกษา จนวันหนึ่งได้พบกับ เอ็ด มรดกไทย และ เอก มรดกไทย ซึ่งเป็นศิษย์เก่าสถาบันเดียวกับที่ แน้ว กำลังศึกษาอยู่ จึงได้ฝากตัวเป็นศิษย์ โดยเริ่มเรียนรู้เรื่องพระเนื้อดินก่อน พี่ทั้งสองได้ถ่ายทอดวิทยายุทธ์ให้เป็นอย่างดี จนทำให้ แน้ว สามารถซื้อขายพระได้ทางอินเทอร์เน็ต ขณะยังเรียนหนังสืออยู่ ทำให้มีรายได้พอสมควร
ต่อมาเมื่อเรียนจบจาก ม.มหานคร แล้ว แน้วได้ทำงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ตามสายวิชาที่ได้เรียนมา โดยไม่ทิ้งธุรกิจซื้อขายพระทางอินเทอร์เน็ตแต่อย่างใด
แน้ว กล่าวว่า "รายได้จากการซื้อขายพระ ทำให้ผมพอลืมตาอ้าปากได้มากขึ้น พี่เอกเห็นว่า ผมสนใจทางนี้จริงๆ จึงชวนให้ไปทำงานด้วยกันที่ร้าน ในชมรมพระเครื่องมรดกไทย ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน โดยเป็นเด็กเฝ้าตู้พระให้พี่เอก ทำหน้าที่เช็ดตู้พระและเชิญชวนลูกค้าที่เดินผ่านหน้าร้าน อันเป็นปฐมบทของคนทำอาชีพนี้ แต่สิ่งที่ผมได้รับมีมากมาย โดยเฉพาะการได้ดูพระแท้ทุกองค์ทุกประเภทในตู้พระ จนจำได้ว่า พระแท้ มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร เนื้อหามวลสารเป็นแบบไหน ต่อมา ผมมีโอกาสได้รู้จักกับ เฮียเกี๊ยก ทวีทรัพย์ ผู้ชำนาญพระกริ่งและรูปหล่อโบราณ ซึ่งเป็นพระเครื่องที่ผมเคยชื่นชอบมาก่อน จึงขอสมัครเป็นลูกศิษย์เฮียเกี๊ยกทันที ผมได้รับความเมตตาจากเฮียเกี๊ยกมาก ท่านได้สอนให้ผมดูพระกริ่งทุกสำนึกที่ผมสนใจ อย่างชนิดเจาะลึกทุกซอกมุม และเมื่อผมมีเงินมากพอก็จะขอเช่าพระกริ่งจากเฮียเกี๊ยกเสมอ เพื่อเอามาส่องดูที่บ้านได้นานๆ บางองค์ผมส่องดูรายละเอียดเป็นเดือนก็มี จนจดจำได้ อะไรที่สงสัยสอบถามเฮียเกี๊ยกก็ได้จะรับคำตอบเสมอ ทำให้ผมมีความรู้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต่อมาผมได้ขายพระเนื้อดินไปหมด เพื่อเอาเงินมาซื้อพระกริ่งแต่เพียงอย่างเดียว เริ่มจากพระกริ่งยุคไม่เก่ามากนัก เพราะราคายังไม่สูง ซื้อมาศึกษาจนจำได้แล้ว จึงค่อยขายออกไป เพื่อเอาเงินมาซื้อพระกริ่งองค์อื่นๆ ผมจะทำอย่างนี้มาอย่างต่อเนื่อง จนทุกวันนี้ผมจะซื้อขายพระกริ่งแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น"
พระกริ่งที่น่าสะสมส่วนใหญ่ แน้ว บอกว่า ต้องเป็นพระกริ่งหล่อโบราณ เพราะมีความซาบซึ้งในพุทธศิลป์มากกว่าพระกริ่งที่สร้างด้วยกรรมวิธีฉีดจากโรงงานแบบปัจจุบัน เพราะการเททองหล่อแบบโบราณนั้นมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก สลับซับซ้อนมากกว่า ต้องมีการลงแผ่นยันต์ ๑๐๘ นะ ๑๔ ต้องดูฤกษ์ดูยาม จำนวนสร้างมีไม่มาก เนื้อหามวลสารในองค์พระเมื่อส่องดูจะเห็นรายละเอียดต่างๆ ที่ได้มาจากส่วนผสมของโลหะหลากหลายชนิด ทำให้มีความประทับใจกว่ากันมาก ส่วนในเรื่องพุทธคุณ ย่อมแน่นอนว่า เยี่ยมยอดในทุกด้าน เพราะผู้สร้างมีความตั้งใจดี เจตนาดี มวลสารดี พิธีดี พระเกจิอาจารย์ผู้ปลุกเสกล้วนแก่กล้าวิชาอาคม เพียงแค่นี้ก็คุ้มค่ากับการเสียเงินเช่าหาเอาไว้เป็นสิริมงคลแก่ตัวเองแล้ว
ทุกวันนี้ แน้ว ได้มาอยู่ที่ร้านของ เต่า สปีริต บนชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้เมตตากับ แน้ว ตลอดมา โดยเต่าให้โอกาสน้องชายคนนี้ช่วยดูแลร้านพระ จะซื้อขายพระอะไรก็ได้ตามอัธยาศัย
แน้วบอกด้วยว่า คุณพ่อคุณแม่สอนอยู่เสมอว่า อย่าลืมพระคุณของผู้ที่เคยช่วยเหลือเกื้อกูลเรา คำพูดนี้ทำให้แน้วรำลึกอยู่เสมอว่า เฮียเกี๊ยก ทวีทรัพย์ พี่เอ็ด มรดกไทย พี่เอก มรดกไทย และพี่เต่า สปีริต คือผู้มีพระคุณที่ได้ช่วยให้ แน้ว มีความรู้ดูพระเป็น จนสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ในทุกวันนี้
"ผมสะสม พระกริ่ง เพราะใจรักชอบในพุทธศิลป์มานานปี ทุกวันนี้ ผมได้บรรลุความสมหวังดังใจชอบแล้วอย่างครบถ้วน แม้ว่าจะยังดูพระกริ่งไม่เก่งเหมือนคนรุ่นครูบาอาจารย์ เพราะศาสตร์สายนี้เรียนรู้ไม่มีวันหมดสิ้น แต่ผมก็ยินดีที่จะถ่ายทอดให้แก่คนรุ่นใหม่ ที่เพิ่งหันมาสนใจพระกริ่งว่า ควรเริ่มต้นอย่างไร ถึงจะได้ไม่หลงทาง และได้พระแท้ไปศึกษา จนเกิดความประทับใจในปฏิมากรรมขนาดเล็กที่เรียกว่า พระกริ่ง เหมือนกับคนรุ่นเก่าก่อนที่ผ่านมา" แน้ว กล่าวในตอนท้าย



