พระเครื่อง

ผู้ชนะโลกคือชนะกิเลสในตัวเอง ๑ปีแห่งการรำลึกถึงหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน

ผู้ชนะโลกคือชนะกิเลสในตัวเอง ๑ปีแห่งการรำลึกถึงหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน

07 ก.พ. 2555

ผู้ชนะโลกคือชนะกิเลสในตัวเอง ๑ปีแห่งการรำลึกถึงหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน : พึ่งตนพึ่งธรรม โดย มนสิกุล โอวาทเภสัชช์ เรื่องและภาพ

               เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ประชาชนชาวไทยเรือนหมื่นมาพบกันที่นี่ วัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) จ.อุดรธานี เพื่อรำลึกถึง พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน) ซึ่งท่านได้ละสังขารไปในวันเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากปอดอักเสบ ในเวลา ๐๓.๕๓ น. ด้วยวัย ๙๗ ปี ๗๗ พรรษา
  
               หลวงตาพระมหาบัว เรียกได้ว่าเป็นพระป่ารุ่นท้ายๆ ที่ได้เป็นศิษย์ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และได้เป็นผู้บันทึกประวัติของหลวงปู่มั่นไว้มากที่สุดก็ว่าได้ ทำให้อนุชนรุ่นหลังได้รู้จักปฏิปทาพระป่าแห่งกรุงรัตนโกสินทร์อย่างสืบเนื่องมาตลอดสาย นับแต่หลวงปู่มั่นได้อุปสมบทแล้วไปศึกษาอยู่ในสำนักวิปัสสนากับท่าน พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล วัดเลียบ จ.อุบลราชธานี เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๖
 
               ผ่านไปร้อยกว่าปี หลวงตาพระมหาบัว ไม่เคยลืมที่จะเล่าถึง เอ่ยถึงการปฏิบัติของพ่อแม่ครูอาจารย์มาตลอดทุกครั้งที่ท่านได้เทศน์ให้พระและญาติโยมฟัง ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงวิถีแห่งนักรบกับกิเลสอย่างหาญกล้า ชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน สมกับเป็นสาวกแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เอาชนะมารในใจได้อย่างราบคาบ โดยไม่ต้องไปทะเลาะกับใครให้เสียเวลาในทุกๆ เรื่อง
 
               ดังที่หลวงปู่มั่นได้กล่าวไว้ว่า การดูกิเลสและแสวงธรรม ท่านทั้งหลายอย่ามองข้ามใจ ซึ่งเป็นที่อยู่ของกิเลส และเป็นที่สถิตอยู่แห่งธรรมทั้งหลาย กิเลสก็ดี ธรรมก็ดี ไม่ได้อยู่ที่กาล สถานที่ใดๆ ทั้งสิ้น แต่อยู่ที่ใจ คือเกิดขึ้นที่ใจ เจริญขึ้นที่ใจ และดับลงที่ใจนี้เท่านั้น  
 
               หากเราได้หมั่นฟังธรรมจากพ่อแม่ครูอาจารย์เป็นนิจ แล้วนำมาพิจารณาอยู่เนืองๆ เชื่อได้ว่า การทะเลาะกันของคนไทยที่แบ่งเป็นหลายฝ่ายหลายพวกคงจะไม่เกิดขึ้นเป็นแน่ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือการรวมใจไทยทั้งชาติให้เป็นหนึ่งเดียว
 
               ดังเช่น หลวงตาพระมหาบัว ที่ได้ใกล้ชิดกับพ่อแม่ครูอาจารย์และน้อมนำการปฏิบัติมาสู่หัวใจเต็มเปี่ยม ยอมถวายชีวิตให้กับหลวงปู่มั่นและพระพุทธศาสนาด้วยสัจจะ ทำจริง ปฏิบัติจริง และในที่สุดก็ได้ผลจริงคือ พระนิพพาน อย่างสิ้นสงสัยในตนเอง 
 
               หลังการจบกิจในการตัดอาสวะกิเลสที่นอนเนื่องในจิตใจจนหมดแล้ว ท่านยังถวายชีวิตให้กับแผ่นดินแม่ผู้ให้ชาติกำเนิดด้วยการกู้ชาติอย่างชนิดที่ใครก็คาดไม่ถึงว่า พระป่าจะนำหน้ากู้ชาติ ในช่วงเกิดสงครามเศรษฐกิจเมื่อปี ๒๕๔๐ประเทศไทยต้องประสบวิบากกรรมครั้งใหญ่แทบสูญสิ้นเอกราชจากการเป็นหนี้ไอเอ็มเอฟ แต่ท่านก็ออกมา มุ่งหน้ารับบริจาคจากคนยากจน ชาวนาชาวไร่ จนได้ทองคำกว่าสิบสองตัน ปลดหนี้ไอเอ็มเอฟ ได้และเป็นกองทุนสำรองในการออกธนบัตร ให้ค่าเงินไทยแข็งแกร่งขึ้นในทุกวันนี้ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมบ้าง ที่พระมายุ่งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ แต่ท่านไม่สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหลาย มุ่งหน้าพาคนไทยทำในสิ่งที่ยากให้เป็นเรื่องง่าย จนผ่านพ้นการตกเป็นเมืองขึ้นของใครๆ ในยุคล่าอาณานิคมด้วยความมั่นคงทางเศรษฐกิจเป็นทุนมาแล้ว (แต่ก็ประมาทไม่ได้) 
 
               จากการสละทรัพย์เพื่อรักษาแผ่นดิน เงินทองที่เป็นกองหนุนจากการทำบุญของประชาชนคนไทยทั้งประเทศโดยผ่านหลวงตามหาบัวนั้น ทำให้ประชาชนเรียนรู้เรื่องจาคะ คือสละความเห็นแก่ตัวออกทีละเล็กทีละน้อย จนหลายคนสามารถถอดสร้อยทองมาร่วมทำบุญได้จนกระทั่งเลิกใส่ทองอีกเลย นับว่าเป็นหนึ่งในการทำให้ประชาชนปลอดภัยมากขึ้น เพราะไม่มีสมบัติที่จะต้องเป็นกังวลและห่วงอีกต่อไป ขณะเดียวกันก็มีจิตสาธารณะมากขึ้นในการที่จะช่วยกันปกปักรักษาสมบัติชาติร่วมกันเพื่อลูกหลานจะได้มีแผ่นดินอยู่อาศัยสืบไป 
 
               จากเงินบาทแปรเปลี่ยนเป็นทองคำที่ไหลมาเทมาสู่คลังหลวงสิบกว่าตันในช่วงเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนค่อยๆ เข้าใจถึงความสำคัญของคลังหลวงมากขึ้น ว่าเกี่ยวข้องกับตนเองอย่างไร และจะช่วยกันปกป้องคลังหลวงจากการเล่นแร่แปรธาตุของนักการเมืองฉ้อฉลกันได้อย่างไร ดังที่ท่านได้อธิบายประวัติของคลังหลวงไว้ตอนหนึ่งว่า คลังหลวงนี้ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันของคนไทยทั้งแผ่นดิน จึงไม่ควรที่ผู้ใด คณะบุคคลใด หรือองค์กรใดจะเข้ามาถือสิทธิ์เข้าครอบครอง หรือจัดการให้เป็นไปในทางอื่นใด อันเป็นการขัดต่อหลักการ และเจตนารมณ์ของพระบูรพมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ตลอดจนบรรพบุรุษที่ท่านเป็นเจ้าของทรัพย์ ท่านได้เริ่มก่อตั้งไว้ เฝ้าดูแลรักษา และอุตส่าห์เจียดรายได้ปีละเล็กละน้อย เก็บสะสมไว้ โดยหวังจะให้เป็นมรดก สู่ลูกหลานไทยในภายภาคหน้าอีกนานแสนนาน
 
               "และถ้ารากแก้วคือ คลังหลวงนี้ ได้ขาดสะบั้นลงไปแล้ว เขียนใบตายได้เลย"
 
               หลวงตาพระมหาบัวบอกเตือนด้วยธรรมเมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๔๓ และยังย้ำว่า ทองคำที่อยู่ในท้องพระคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย จึงเป็นสิ่งที่ประชาชนคนไทยจะต้องตรวจสอบได้ รับรู้ข้อมูลข่าวสารกันอย่างเปิดเผย หากรัฐบาลจะออกกฏหมายใด หรือมีเจตนาต้องการสมบัติในคลังหลวง รัฐบาลจะต้องออกประกาศแจ้งให้เจ้าของสมบัติคลังหลวงได้รับทราบทั่วถึงกันและพร้อมเพรียง ตกลงเห็นสมควรก่อน เพื่อความเป็นธรรม เพราะเจ้าของสมบัติคลังหลวงคือ คนไทยทั้งแผ่นดิน    
 
               กุศโลบายอันแยบยลจากภูมิปัญญาของหลวงตาพระมหาบัว ที่สามารถรวมใจคนไทยทั้งชาติจากการสละทรัพย์คนละเล็กคนละน้อย นำไปสู่การปล่อยวางในทรัพย์ เข้าสู่การปฏิบัติทางจิตภาวนาโดยง่ายขึ้น เป็นการฝึกละกิเลสภายในตนเองทีละลำดับอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่างที่เรานึกไม่ถึง ผลที่ได้เหนือการรักษาแผ่นดินคือ ความเมตตาและกรุณาอย่างไม่มีประมาณของคนในชาตินั่นเอง ที่จะสื่อสารให้คนไทยและชาวโลกรับรู้ร่วมกันว่า เหนือทรัพย์นั้น ไม่มีสิ่งใดที่สำคัญไปกว่า การรักษาจิตให้บริสุทธิ์ เพื่อประคองโลกไว้ให้คนรุ่นหลังได้รับอานิสงส์แห่งความฉ่ำเย็นในรสพระธรรมนี้โดยทั่วกันตราบนานเท่านาน

 

 

"}])