
"จีรเดช ศรีวิราช"กับ...พุทธานุภาพพระเจ้าทันใจ
"จีรเดช ศรีวิราช"กับ...พุทธานุภาพพระเจ้าทันใจ : สรณะคนดัง โดยเรื่อง / ภาพ ไตรเทพ ไกรงู
“นายจีรเดช ศรีวิราช” นายกเทศมนตรีเมืองดอกคำใต้ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา หรือ "นายกยุ้ย" ชื่อนี้แน่นอนที่สุดว่าคนทั้งประเทศไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใคร แต่ที่ อ.ดอกคำใต้ น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเขา เพราะ "ศรีวิราช" เป็นตระกูลใหญ่ ใน อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา คนในตระกูลล้วนถูกปลูกฝังให้สำนึกรักถิ่นฐานบ้านเกิดและรู้จักตอบแทนคุณแผ่นดินจากรุ่นสู่รุ่น
ผลงานล่าสุดที่ถูกใจคนดอกคำใต้มากที่สุด คือ เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๔ สามารถตาม "พระเจ้าทันใจ" พระพุทธรูปสิงห์หนึ่ง ศิลปะเชียงแสน อายุหลายร้อยปี ซึ่งเป็นพระคู่เมืองดอกคำใต้ ที่หายไปจากวัดศรีชุมไป หลังช่วงสงครามโลกไปนานกว่า ๗๒ ปี กลับมาที่เดิมได้ สร้างความปลื้มปีติให้คนทั้ง อ.ดอกคำใต้ และมีการจัดเตรียมเฉลิมฉลองหลวงพ่อทันใจกันอย่างยิ่งใหญ่ มีชาวพะเยาแต่งชุดพื้นเมืองมาร่วมแห่และรับหลวงพ่อทันใจขบวนยาวหลายกิโลเมตร มีคนมาร่วมงานนับหมื่นคน
พระเจ้าทันใจ วัดก้างหงส์ดอนไจย บ้านศรีชุม อ.ดอกคำใต้ เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นด้วยทองสัมฤทธิ์ ศิลปะเชียงแสน สิงห์หนึ่ง ปางสมาธิขัดเพชร ประทับบนแท่นบัวสองชั้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสกุลช่างหลวงเมืองพะเยา หน้าตักกว้าง ๒๕ นิ้ว สร้างขึ้นในยุคทองของอาณาจักรล้านนา อายุราว ๑,๐๐๐ ปี ได้สูญหายไปจากวัดนาน ชาวบ้านได้พยายามสืบเสาะหา ในขั้นต้นได้สร้างองค์จำลอง เพื่อรำลึกถึงองค์จริงที่สูญหายไป และเพื่อไว้ให้ชาวบ้านได้บูชาสักการะ
นายกยุ้ย เล่าว่า "พ่อของผม (นายคำตั๋น ศรีวิราช อดีตสมาชิกสภาจังหวัดพะเยา) ออกติดตามพระพุทธรูปองค์นี้มานาน เมื่อรู้ข่าวว่ามีพระพุทธที่มีพุทธลักษณะตามที่ผู้เฒ่าผู้แก่เคยบอกเล่าก็จะตามไปดู พ่อมักพูดกับชาวบ้านเสมอว่า ไม่วันใดวันหนึ่งพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวต้องกลับมาบ้านอย่างแน่นอน ท่านจึงสร้างฐานแท่นแก้วไว้รอการกลับมาประดิษฐานมานานถึง ๑๗ ปี รวมทั้งทำราชรถไว้รออัญเชิญพระพุทธองค์ดังกล่าว แม้ว่าจะหมดความหวังแต่พ่อมักพูดให้กำลังใจคนที่ออกตามหาเสมอว่า “ชาตินี้ไม่ได้ชาติหน้าก็อาจจะได้ ไม่ได้รุ่นเรารุ่นลูกเราก็ตามต่อ รุ่นลูกเราตามไม่ได้ก็ให้รุ่นหลานตามต่อ ขอให้เรามีความศรัทธา” ไม่น่าเชื่อเลยว่า ฐานแท่นแก้วและราชรถที่พ่อสร้างไว้ได้มีโอกาสอัญเชิญและประดิษฐานหลวงพ่อทันใจจริงๆ แม้ว่าพ่อไม่ทันเห็นพระเจ้าทันใจกลับสู่เมืองดอกคำใต้ แต่วันนี้สิ่งที่พอพูดไว้เป็นจริงแล้ว"
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีโอกาสได้มางานประกวดพระเครื่อง โดยได้มีโอกาสรู้จักและพูดคุย ประสานกับนายพยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย และนายพิศาล เตชะวิภาค หรือ ต้อย เมืองนนท์ อุปนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ในฐานนะผู้ที่กว้างขวางในวงการพระเครื่องช่วยติดตามพระองค์ดังกล่าว ด้วยพุทธลักษณะและความงดงามของพุทธศิลป์ของพระพุทธรูป ต้อย เมืองนนท์ ถึงกับเอ๋ยปากพูดว่า “ด้วยความหายากและพุทธลักษณะและความงดงามของพุทธศิลป์ของพระพุทธรูป เศรษฐีคงหาซื้อไว้ไม่ได้ คนที่ครอบครองต้องเป็นมหาเศรษฐีเท่านั้น”
หลังจากนั้นเพียง ๗ วัน ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะได้ข่าวดีจากพี่ต้อย เมืองนนท์ ว่า พระเจ้าทันใจ อยู่ในความครอบครองของนายวิชัย รักศรีอักษร ประธานบริหารกลุ่มคิงเพาเวอร์ จึงขออนุญาตเจ้าของตรวจสอบพุทธศิลป์จนได้ประจักษ์ต้องตามพุทธลักษณะของพระเจ้าทันใจ ซึ่งนายวิชัยยินดีที่จะมอบพระพุทธรูปพระเจ้าทันใจวัตถุโบราณอันล้ำค่าคืนสู่แหล่งพุทธสถานเดิมที่ อ.ดอกคำใต้ โดยไม่คิดมูลค่าใดๆ เพื่อเป็นการทำบุญให้แก่ครอบครัว และบริวารทั้งหลาย
เมื่อถามถึงพระเครื่องที่แขวนติดตัวเป็นประจำ นายกยุ้ย บอกว่า แขวนพระยอดขุนพล จ.พะเยา ติดตัวมากว่า ๒๐ ปีแล้ว ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีประสบการณ์กับตัวเอง ชนิดที่เรียกว่าไม่น่ารอด โดยเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๒ รอดตายจากอุบัติเหตุรถบรรทุกอ้อยชนบริเวณสามแยกดินแดน กทม. เพื่อนที่โดยสารรถไปด้วยกัน ๓ คน ต้องนอนรักษาตัวที่ห้องไอซียู ส่วนตัวเองไม่มีแม้กระทั่งรอยขีดข่วนก็ไม่มีให้เห็น จากนั้นเป็นต้นมาไม่เคยลืมนิมนต์พระยอดขุนพล จ.พะเยา เลยสักครั้งเดียว
ด้วยเหตุที่วงการพระเครื่องมีส่วนสำคัญยิ่งในการติดตามพระเจ้าทันใจกลับสู่ อ.ดอกคำใต้ และสิ่งหนึ่งที่นายกยุ้ยทำเพื่อวงการพระเครื่อง คือ ได้วางแผนและจัดงบประมาณมาสนับสนุนการประกวดพระบูชาพระเครื่อง เครื่องรางและเหรียญคณาจารย์ทั่วประเทศ ของ อ.ดอกคำใต้ มา ๒ ครั้งแล้ว โดยล่าสุดได้จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๕ ณ หอประชุมโรงเรียนดอกคำใต้วิทยาคม ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ทั้งนี้เขามีความตั้งใจว่าจะจัดต่อไปทุกๆ ปี
พระเจ้าทันใจ..."พระขอฝน-ห้ามน้ำ"
นายกยุ้ย บอกว่า จากการที่ได้ศึกษาประวัติพระเจ้าทันใจวัดก้างหงส์ดอนไจย บ้านศรีชุม อ.ดอกคำใต้ พบว่า พุทธสถานแห่งนี้ในอดีตเคยเจริญรุ่งเรือง เป็นวัดที่ได้รับการทำนุบำรุงอย่างดีจากศรัทธาสาธุชน มีพระสงฆ์สามเณรปฏิบัติมั่นคง ดำรงมั่นอยู่ในขันธสีมาแห่งนี้ ซึ่งพระเจ้าทันใจก็ได้สร้างขึ้นเมื่อยุคนั้น ต่อมาความเจริญได้พัฒนาถึงที่สุด ก็ตกอยู่กระแสแห่งสัจธรรม คือ รุ่งโรจน์แล้วก็ต้องร่วงโรย วัดดังกล่าวถูกทอดทิ้งให้อยู่ในสภาพรกร้าง
โดยเฉพาะองค์พระเจ้าทันใจก็ถูกทอดทิ้งให้อยู่ใต้ต้นมะค่าหลวงเป็นเวลานาน กระทั่งผู้คนได้เริ่มกลับมาอยู่อาศัยในบริเวณบ้านเมืองแห่งนี้ ก็พากันกราบไหว้ขอพรจากพระเจ้าทันใจให้ช่วยปลดเปลื้องอุปสรรคปัญหาให้หมดสิ้น และสมหวังดังอธิษฐาน จนเป็นที่ร่ำลือถึงพุทธานุภาพ เกิดความเลื่อมใสศรัทธา เป็นที่โจษขานกันถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าทันใจ ถึงขนาดให้ความสำคัญว่า พระเจ้าทันใจองค์นี้สามารถบันดาลในจิตอธิษฐานที่ขอพรให้สัมฤทธิผล เกิดความเจริญรุ่งเรืองได้ตามปรารถนา
ปีใดเกิดฟ้าฝนแล้งไม่ตกต้องตามฤดูกาล ผู้คนในยุคนั้นก็พากันจัดเครื่องสักการบูชา แห่แหนกันไปขออำนวยอวยพรโดย นำ “ใบน้ำหนอง” ใส่ในใต้ฐานองค์พระเจ้าทันใจ แล้วพากันตั้งจิตสัจจะอธิษฐานขอน้ำขอฝน ก็จะได้รับสายฝนโปรยปรายตกลงมาให้ชาวบ้านได้ชุ่มเนื้อ เย็นใจ ได้ทำการกสิกรรม ทำไร่ ทำนา ประกอบสัมมาอาชีพได้ตามความปรารถนา แต่หากปีใดฝนตกหนักน้ำท่วมไร่นาเสียหาย ชาวบ้านก็จะนำเครื่องสักการะไปนมัสการกราบไหว้ แล้วเอา “ใบลมแล้ง” (ใบต้นคูน) ใส่ใต้ฐานองค์พระเจ้าทันใจ ขอพรอย่าให้ฝนตกมากเกินไป ก็จะได้เห็นประจักษ์สัมฤทธิผลทุกคราไป
หลังจากที่พระเจ้าทันใจได้สูญหายไปชาวบ้านก็ได้สร้างองค์จำลองขึ้นมา เพื่อใช้เป็นองค์แทนองค์จริงใช้ประกอบพิธีนมัสการตราบจนถึงปัจจุบัน ก่อนจะได้พระเจ้าทันใจองค์จริงกลับคืนมา ซึ่งก็ทำให้ชาวบ้านรวมถึงชาวอำเภอดอกคำใต้ และชาวพะเยาทุกคนต่างดีใจกลับการกลับคืนมาของพระเจ้าทันใจเป็นอย่างมาก



