
หลวงพ่อคูณอาการเริ่มดีขึ้น
อาการอาพาธหลวงพ่อคูณดีขึ้น เตรียมตัวกลับวัด ลูกศิษย์จัดเต็ม กุฎิปลอดเชื้อ พร้อมจัดระเบียบลูกศิษย์ลูกหา กราบนมัสการ
25 ม.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า อาการอาพาธ พระเทพวิทยาคมหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด นครราชสีมา ซึ่งเข้ารักษาอาการอาพาธ เมื่อวันที่ 4 พ.ค.54 โดยช่วงเวลาหนึ่ง คณะแพทย์ได้เคลื่อนย้ายไปรักษาที่ โรงพยาบาลศิริราช จากนั้น ในวันที่ 3 พ.ย. 54 ได้กลับมาพักฟื้นต่อที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 8 โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา พร้อมปิดป้ายประกาศงดเยี่ยมเด็ดขาด ป้องกันภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และปอดบวม จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ และหลอดเลือด แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ เปิดเผยว่า อาการอาพาธดีขึ้นตามลำดับ การทำงานของปอด หัวใจ และความดันโลหิต อยู่ในเกณฑ์ที่ดีไม่น่าเป็นห่วง น้ำหนักตัว 41 กิโลกรัม ซึ่งเหมาะสมกับท่าน ซึ่งต้องมีน้ำหนักตัวไม่ต่ำกว่า 40 กิโลกรัม สาเหตุที่ต้องเลื่อนการกลับวัด ฯ นอนพักรักษานาน กว่า 2 เดือน เนื่องจาก อาการเล็บขบที่หัวแม่เท้าซ้าย โดยทีมแพทย์ได้พยายามประคับประคองรักษาตามอาการ เนื่องจากหลวงพ่อ มีโรคเบาหวาน สุดท้ายก็ต้องถอดเล็บทิ้ง ขณะนี้ แผลได้หายเป็นปกติ สภาพโดยทั่วไป ท่านสามารถเดินเท้า และปั่นจักรยานได้ การสนทนาพูดคุยตอบโต้ รวมทั้งความจำทางสมอง สำหรับชายชรา อายุกว่า 80 ปี ถือเป็นปกติ แม้ความจำบางอย่าง อาจจะเบลอไปบ้าง หรือสับสน ซึ่งเป็นภาวะอาการข้างเคียงที่ท่านเคยผ่าตัดสมอง คณะแพทย์ที่ตรวจรักษาจึงมีมติให้ท่านกลับไปจำวัดได้ ซึ่งจะต้องเตรียมความพร้อม โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ ให้อาหารทางสายยาง กำหนดเวลาฉัน 07.00 น. 12.30 น. และ 18.30 น. ที่สำคัญ หากอากาศเปลี่ยนแปลง เช่น กลางวันร้อน กลางคืนเย็น ท่านจะมีเสมหะค่อนข้างมาก ซึ่งจะต้องใช้เครื่องดูดเสมหะออก
ด้านนายสมศักดิ์ ปะริสุโธ เหมทานนท์ รอง ผวจ.นครราชสีมา ฐานะตัวแทนจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังกลับจากเข้าเยี่ยมอาการอาพาธ หลวงพ่อคูณ สภาพโดยรวม อาการอาพาธท่านดีขึ้นกว่า 99 % ใบหน้า สดชื่น มีน้ำมีนวล ตนได้สนทนากับท่าน ความจำใหม่ๆ อาจจะสับสนไปบ้าง หรือเรียกเป็นภาวะความจำสั้น แต่ถ้าเป็นเรื่องราวในอดีต แม้ผ่านมา 10-20 ปี ท่านกลับสามารถจดจำได้ค่อนข้างดี เมื่อถามความรู้สึก หลวงพ่อ อยากกลับไปจำวัดมาก จากนั้นตนได้เล่านิทานชาดก 5 เรื่อง ท่านนอนฟังอย่างสบายอารมณ์ จนกระทั่งจำวัดในช่วงหลังฉันอาหารทางสายยาง อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมประชุม หารือ เตรียมความพร้อมในการกลับไปจำวัด
"ส่วนสถานที่พักรักษานั้น จะจัดห้องจำวัดเวลากลางคืน สภาพแวดล้อมจะคล้ายคลึงกับห้องพักผู้ป่วยที่โรงพยาบาลผสมผสานกับบรรยากาศห้องจำวัดเดิม ที่หลวงพ่อคูณ มีความคุ้นเคย พร้อมติดตั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างครบครัน ซึ่งมีเครื่องช่วยชีวิตฉุกเฉินด้วย โดยปรับเปลี่ยนระบบสุขาภิบาลให้อยู่ในสภาวะปลอดเชื้อ ส่วนห้องจำวัดกลางวัน ได้ปรับปรุงให้มีระบบถ่ายเทอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทุกห้องจะติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เพื่อปรับอุณหภูมิให้มีความเหมาะสมกับสภาพร่างกายของหลวงพ่อคูณ ส่วนพื้นที่สำหรับการเดินออกกำลังกาย จะมีบรรยากาศที่ร่มรื่น จัดวางต้นไม้ ให้มีภูมิทัศน์ที่เหมือนกับธรรมชาติ เพื่อให้มีอากาศบริสุทธิ์ถ่ายเท พร้อมกับการเตรียมบุคลากรทางการแพทย์ และนักกายภาพบำบัด จากโรงพยาบาลด่านขุนทด โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา และสำนักสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง
"สำหรับกฎ กติกา การเข้ากราบไหว้ มนัสการหลวงพ่อคูณนั้น เราได้ปรับปรุง ศาลาการเปรียญใต้อุโบสถ ขยายพื้นที่ รองรับลูกศิษย์ได้ประมาณ 1 พันคน ปรับเปลี่ยนจากการเคาะหัวให้ศีลให้พร ใช้การจับสายสิญจน์บริกรรมคาถา โดยติดตั้งสายสิญจน์ 36 ม้วน ที่ได้จากการฝังเสาเอกวิหารพระเทพวิทยาคม และพิธีพุทธาภิเษก 9 วัน 9 คืน ถกเป็นลักษณะตารางแขวนอยู่บนเพดานผูกด้ายสายสิญจน์โยงลงมาถึงพื้น ให้ลูกศิษย์ได้สัมผัส ในขณะหลวงพ่อคูณ บริกรรมคาถา เพื่อเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ได้จัดสรรพื้นที่ให้ผู้ที่มีวัตถุมงคลสามารถนำมาปลุกเสกได้ในเวลาเดียวกัน ส่วนมาตรการป้องกันการติดเชื้อเราได้บริการเจลล้างมือ และหน้ากากอนามัย พร้อมประกาศขอความร่วมมือ สำหรับผู้ป่วยควรงดเข้ามาในพื้นที่พักของหลวงพ่อ โดยเด็ดขาด และห้ามเข้าใกล้หลวงพ่อคูณ ในรัศมี 2 เมตร ป้องกันภาวะการติดเชื้อโรค และกำหนดเวลา การพบปะลูกศิษย์ ในช่วง เช้า กลางวัน และเย็น เฉลี่ยครั้งละไม่เกิน 30 นาที จึงขอความร่วมมือ โดยเฉพาะลูกศิษย์บรรดาศักดิ์ทั้งหลาย และ ต้องขออภัยในความไม่สะดวก ทั้งหมดนี้ เป็นมาตรการให้หลวงพ่อ อยู่กับพวกเราได้นานที่สุด"นายสมศักดิ์ กล่าว



