พระเครื่อง

เทศน์คันหู-แหล่กินตับร้อยรสลีลาธรรม“พระครูปลัดราชันย์”

เทศน์คันหู-แหล่กินตับร้อยรสลีลาธรรม“พระครูปลัดราชันย์”

24 ม.ค. 2555

เทศน์คันหู-แหล่กินตับร้อยรสลีลาธรรมของ “พระครูปลัดราชันย์” : เรื่อง / ภาพ ไตรเทพ ไกรงู

              พระครูวาทีพัชรโสภณ หรือพระครูปลัดราชันย์ เจ้าอาวาสวัดวังศาล ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ และรักษาการเจ้าอาวาสวัดกวางทอง ต.บ่อทอง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ท่านเป็นพระนักเทศน์ที่ผสานมุกตลกและลีลาการแหล่ กลายเป็นที่ติดอกติดใจของญาติโยม
 
              เมื่อหลายปีก่อนนักฟังเทศน์แหล่จะรู้จักท่านดีในนาม "พระนักเทศน์อ้วนผอม" โดยท่านจะเดินสายเทศน์คู่กับพระมหาตุ้ยนุ้ย (พระณัฐวัฒน์ จิตรสี) จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีกิจนิมนต์ตลอดทั้งปี ตั้งแต่เหนือจรดใต้นับร้อยๆ งาน พร้อมกับสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวความเคลื่อนไหวของท่านอย่างต่อเนื่อง
  
              ทุกวันนี้แม้ข่าวคราวของท่านไม่ค่อยจะปรากฏผ่านสื่อเท่าใดนัก แต่ใช่ว่ากิจนิมนต์ท่านจะลดลง ในขณะที่มุกตลกและลีลาการแหล่ของท่านกลับเข้มข้นขึ้น ทั้งความบันเทิงที่เต็มไปด้วยสารธรรม  
  
              ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ คือพระครูปลัดราชันย์ ได้นำบางส่วนของเนื้อเพลง "คันหู" ที่ขับร้องโดย "หลิว วาริสสรา" และเคยตกเป็นข่าวเกรียวกราวเมื่อ "จ๊ะ เทอร์โบ" หรือ "จ๊ะ คันหู" นำไปร้องประกอบท่าเต้นดังกระหึ่มไปทั้งประเทศ โดยท่านไปสอดแทรกใส่ไว้ในแหล่เทศน์ทรงเครื่อง พระเวสสันดรชุดใหญ่ ร่วมทั้งนำเพลง "กินตับ"  ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์จีวรบิน ที่ขับร้องโดย "เท่ง เถิดเทิง" ไปสอดแทรกใส่ไว้ในแหล่เช่นกัน  
 
              “ฉันเป็นพระบ้านนอก ก็ต้องเทศน์แบบชนบท ทุกวันนี้ถ้าเราเอาพระสูตร พระธรรม พระวินัยในภาษาบาลีมาเทศน์ คนจะไม่ฟัง ยิ่งเด็กจะไม่เข้าใจเลย ภาษาบาลีแต่ละหัวข้อ ถึงจะอธิบายให้เด็กฟัง เด็กก็ไม่เข้าใจ เราก็คิดว่าจะเทศน์อย่างไร ก็เทศน์เรื่องใกล้ๆ ตัว เพื่อให้เด็กหรือโยมฟัง ไม่ต้องมาคิดแบบคณิตศาสตร์ ไม่ต้องเกรงว่าไม่เข้าใจ อย่างพระเทศน์เป็นบาลีว่า “คนสะอาดไม่ยินดีในความชั่ว” บางคนก็คิดไม่ออก ฉันก็เลยหยิบเรื่องใกล้ตัวมาเทศน์” นี่เป็นคำยืนยันของพระครูปลัดราชันย์
 
              พร้อมกันนี้ พระครูปลัดราชันย์ยังบอกว่า สิ่งหนึ่งที่สามารถสร้างความบันเทิงให้คนฟังเป็นอย่างดี คือการแหล่โดยเอาเรื่องราวที่เป็นข่าวในสังคมไปประกอบเป็นตัวอย่าง และสิ่งหนึ่งที่พระนักแหล่ทุกรูปจากทุกสำนักใช้ คือเพลงที่ได้รับความนิยมอยู่ในขณะนั้นๆ โดยล่าสุดได้นำเพลงคันหู และเพลงกินตับเข้าไปประกอบ ซึ่งสามารถเรียกเสียงฮาและตรึงคนให้ฟังเทศน์จนครบ ๓ ชั่วโมงได้เป็นอย่างดี
 
              เพลงคันหูจะใช้เทศน์แหล่สอนพ่อแม่และวัยรุ่น ที่ว่า “...เห็นวัยรุ่นสมัยนี้แล้วพระอดสู มาร้องคันหู คันหูอยู่ได้ ว่าเราเป็นพระฟังแล้วไม่สบายใจ ว่าคันตรงไหน เขาก็บอกว่าคันหู คันหู...” รวมทั้งยังใช้แหล่ตอนที่เฒ่าชูกชกสั่งลานางอมิตดา ที่ว่า “...จะจากเมียไปก็ให้อดสู กลัวเมียคันหูใครจะปั่นให้ จะจากเมียไปนานนะเมียจ๋า อย่านอกใจพี่เฒ่าชรานะแม่ทรามวัย ว่าพี่ทั้งรักทั้งห่วงนะแม่พุ่มพวงสุดดวงใจ จะจากนานกลัวเมียคันหูไม่รู้จะมีใครมาปั่นให้...”
  
              ส่วนเพลงกินตับจะใช้เทศน์แหล่ช่วงที่เฒ่าชูกชก ร้องสั่งนางอมิตดา ที่ว่า "...นางอมิตดาอายุ ๑๕ สวยบาดตาบาดใจ นางอมิตดาก็ยังเด็ก สวยเหมือนน้องแพนเค้กรู้ใหม่ ไอ้เฒ่าชูชกอายุ ๗๐ กว่าๆ ได้เมียเด็กโยมจ๋านั่งน้ำลายไหล จะจากเมียไปก็ให้กระส่ายกระสับ ตับๆๆๆ ลาแล้วลาไม่ลับเดี๋ยวจะกลับมาใหม่ ตับๆๆๆ..."
 
              อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พระครูปลัดราชันย์ ได้เอาหลายเพลงยอดฮิตขณะนั้นมาใช้เทศน์แหล่ประกอบหลายเพลง เช่น เพลงไหล่นี้อย่าให้ใครมากอด ที่ขับร้องโดย มนต์สิทธิ์ คำสร้อย เพลงคุณลำไย ที่ขับร้องโดย ลูกนก สุภาพร รวมทั้งเพลง คนไม่ใช่แฟนทำแทนกันไม่ได้ ที่ขับร้องโดย ตั๊กแตน ชลดา เป็นต้น
 
              "อาตมาเชื่อว่า ๙๙% ญาติโยมทุกคนยอมรับในสิ่งที่อาตมาเทศน์ได้ อาตมาคิดว่าคนที่ยอมรับอาตมาไม่ได้ก็คงเป็นคนที่หูตึง ฟังอะไรไม่รู้เรื่อง เพราะถ้าคนลองมานั่งฟังอาตมาเทศน์ จะรู้ว่าสิ่งที่เทศน์เป็นการนำเสนอ คืออะไร ไม่ใช่อาตมาเทศน์เป็นการนำเสนอแต่เรื่องตลกโปกฮา ให้คนได้เฮได้ฮา ตรงนั้นไม่ใช่ แต่เป็นการนำเสนอความจริงมาเป็นสื่อแห่งการสอน" พระครูปลัดราชันย์กล่าว
 
              สิ่งหนึ่งที่เป็นเครื่องยืนยันว่าคนยังนิยมฟังเทศน์ทรงเครื่อง พระเวสสันดรชุดใหญ่ ของพระครูปลัดราชันย์ คือจำนวนผู้ฟังและปัจจัยทำบุญ โดยล่าสุดเมื่อต้นปีไปเทศน์ที่ จ. เชียงใหม่ คนฟังประมาณ ๕,๐๐๐ คน แต่ถ้าเป็นภาคอีสานโดยรวมแล้วจะมีคนฟังประมาณ ๘,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ คน เคยมีคนมาฟังสูงสุดประมาณ ๓๕,๐๐๐ คน ส่วนเงินทำบุญที่ได้จากการเทศน์แต่ละครั้งนั้นสูงสุดประมาณ ๒ ล้านบาท ส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่าง ๘ แสนบาท ถึง ๑.๕ ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินทำบุญที่วัดนั้นๆ รับไป ในขณะที่เงินที่จะต้องถวายเป็นค่ารถและค่าใช้จ่ายต่างๆ มี ๒ ราคา คือ ๓๕,๐๐๐ บาท และ ๗๐,๐๐๐ บาท  
 
              ทั้งนี้ พระครูปลัดราชันย์ พูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า "จริงๆ แล้วการแหล่ก็มีมานานแล้ว ตั้งแต่โบราณ การร้องหรือแหล่เพื่อทำให้คนฟังไม่เบื่อ ไม่ใช่ยัดเยียดแต่ธรรมะอย่างเดียว ก็เหมือนคนเรากินข้าว ก็ต้องมีอิ่ม ถ้าเอาธรรมะยัดเยียดให้โยมอย่างเดียว คุณคิดว่าไหวไหม ถ้าทำอย่างนั้น โยมก็จะง่วง และเดี๋ยวนี้คนก็ไม่ได้เกรงใจพระ ถ้าพระเทศน์ไม่ดีก็คุยกัน แล้วคนไทยฟังเทศน์ได้ไม่เกินหนึ่งชั่วโมง ถ้าเลยสี่สิบนาทีก็พวกเลบานอน ห้าสิบนาทีก็พวกอาหรับ ถ้าไปถึงหนึ่งชั่วโมงไม่สรุปให้จบ ก็หยิบรองเท้าเดินกลับบ้านใครบ้านมัน เราก็ต้องมีกุศโลบายให้คนสนใจฟัง"


เดินสายเทศน์หาปัจจัยสร้างโบสถ์
 
              "ฉันเป็นคนชนบท แล้วฉันก็เป็นเจ้าอาวาสวัดวังศาลองค์แรกที่ถูกต้องตามเถรสมาคม เราบวชเป็นพระก็เพื่อให้วัดอาศัยเรา ปัจจัยที่ได้จากการเทศน์และการขายซีดีนั้น ไม่ได้ไปไหนก็ช่วยกันสร้างโบสถ์และเมรุเพื่อพระรุ่นหลังจะไม่เหนื่อย ฉันไม่เคยแจกซองเรี่ยไรใคร ก็เอาเงินจากการเทศน์และขายซีดีมาสร้างวัด เพราะคนชนบทไม่ค่อยมีเงิน ถ้าเราจะไปเบียดเบียนชาวบ้านก็ไม่ดี" นี่เป็นคำบอกเล่าของพระครูปลัดราชันย์
 
              ทั้งนี้ พระครูปลัดราชันย์ ทุ่มอย่างสุดตัวชนิดที่เรียกว่าเงินที่ได้ทุกบาททุกสตางค์จะนำไปสร้างโบสถ์ที่สร้างมากว่า ๒๐ ปี มีเจ้าอาวาสแล้ว ๓ รูป รูปที่หนึ่ง เกิดอุบัติเหตุมรณภาพ รูปที่สอง อาพาธมรณภาพ รูปที่สาม อาพาธมรณภาพ มาเสร็จเมื่อมารับเป็นรักษาการเจ้าอาวาสโดยใช้เงินไปกว่า ๑๐ ล้านบาท บนที่ดินวัดที่ตากับยายของท่านได้ยกที่ดินให้ ๑๒ ไร่ เมื่อหลายสิบปีก่อน
 
              อย่างไรก็ตาม ขณะนี้โบสถ์ได้สร้างแล้วเสร็จ ทางวัดได้จัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นราชันย์บันดาล เพื่อมอบเป็นที่ระลึกให้แก่ผู้ร่วมบุญงานงานปิดทองฝังลูกนิมิต ระหว่างวันที่ ๒๐-๓๑ มกราคม ๒๕๕๕ ทั้งนี้จะมีมหรสพสมโภชทุกๆ คืน โดยในวันสุดท้าย วันอังคารที่ ๓๑ ซึ่งเป็นวันตัดหวายลูกนิมิตจะมีงานเทศมหาชาติทรงเครื่องชุดใหญ่ มี ไวพจน์ เพชรสุพรรณ และ ทศพล หิมพานต์ ร่วมด้วย ใครอยากรู้ว่า "เทศน์คันหู แหล่กินตับ" สนุกและมีสารธรรมอย่างไรต้องไปฟังเอาเอง  
 

"}])