พระเครื่อง

งานวันเด็กที่วัดแคของ...พระครูปลัดธรรมวงศานุวัตร

งานวันเด็กที่วัดแคของ...พระครูปลัดธรรมวงศานุวัตร

13 ม.ค. 2555

งานวันเด็กที่วัดแคของ...พระครูปลัดธรรมวงศานุวัตร : ท่องไปในแดนธรรม โดย เรื่อง / ภาพ ไตรเทพ ไกรงู

               "งานวันเด็กแห่งชาติ" เป็นงานหนึ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญโดยได้จัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นมาคณะหนึ่ง ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน กำหนดให้มีการฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จุดประสงค์เพื่อให้เด็กทั่วประเทศทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน ได้รู้ถึงความสำคัญของตน เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย ที่มีต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

              ทั้งนี้ การจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติของแต่ละหน่วยงานนั้น องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้จัดกิจกรรมมากมายหลากหลายรูปแบบ คึกคักตลอดวัน เด็กจะไปร่วมงานล้นหลามทุกแห่ง รถถัง-เครื่องบิน-เรือรบ-อาวุธ ยังเป็นที่ยอดนิยมอยู่ และที่ทำเนียบรัฐบาลเหมือนเช่นเคย เด็กๆ ชอบทดลองนั่งเก้าอี้ทำงานของนายกฯ ด้วยจุดประสงค์ที่ว่า “เด็กที่มีคุณภาพดีในวันนี้จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพดีในวันหน้า”
 
              ในอดีตเราไม่ค่อยได้เห็นวัด พระ รวมทั้งหน่วยงานทางพุทธศาสนาออกมาจัดงานวันเด็กอย่างเป็นเรื่องราว แต่ปัจจุบันมีวัดหลายแห่งจัดงานวันเด็กได้ใหญ่และมีเด็กมาร่วมงานนับพันคน งานวันเด็กที่จัดโดยพระและวัดโดยจัดต่อเนื่องมากว่า ๒๐ ปี ต้องยกให้กับการจัดงานวันเด็กของพระครูปลัดปริยัติวรวัฒน์ (ศิษย์หลวงปู่หยอด วัดแก้วเจริญ) หรือหลวงพ่อเลิศ เจ้าคณะอำเภอบางคนที และเจ้าอาวาสวัดปราโมทย์ หมู่ ๒ บ้านบางสะแก ต.บ้านปราโมทย์ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม แม้ปีนี้ไม่ได้จัดงานที่วัดแต่ท่านก็นำแนวคิดดังกล่าวไปจัดงานวันเด็กในวัดต่างๆ หลายวัด
 
              อย่างไรก็ตาม เมื่อนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้มีแนวคิดในการเปิดพื้นที่ของพุทธมณฑล ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมความรู้ด้านพระพุทธศาสนาให้เด็กและเยาวชน โดยเริ่มจัดงานวันเด็กครั้งแรก หน้าพระวิหารพุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เมื่อพ.ศ.๒๕๕๒
 
              นอกจากนี้แล้วยังมีวัดอีก ๓ แห่งที่จัดงานวันเด็กได้ยิ่งใหญ่มีเด็กมาร่วมงานไม่แพ้กัน คือ งานวันเด็กที่วัดโพธิ์ชัย อ.เมือง จ.หนองคาย ซึ่งจัดขึ้น ณ บริเวณหน้าพระอุโบสถหลวงพ่อพระใส ส่วนอีกแห่งหนึ่ง คือ วัดอ้อน้อย ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม จัดงานวันเด็กขึ้นเป็นประจำทุกปี และในปีมีเด็กมาร่วมงานนับหมื่นคน ส่วนที่วัดแค หมู่ ๑ ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งมีพระครูปลัดธรรมวงศานุวัตร หรือพระครูโอ๋ เป็นเจ้าอาวาส ท่านได้เปิดลานวัดเป็นที่จัดงานวันเด็ก มีการแจกรถจักรยาน ๒๐๐ คัน แจกรางวัล และมอบทุนการศึกษาไปกว่า ๒ แสนบาท
  
              “อาตมานึกถึงเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก ทุกแห่งที่จัดงานจะมีรางวัลใหญ่เป็นรถจักรยาน ๒-๓ คันเท่านั้น แต่มีเด็กไปร่วมงานนับร้อยนับพันคน เมื่อรู้ว่าที่ไหนแจกจักรยานก็จะไปเข้าคิวรับสลากแต่เช้า รอถึงเย็นไม่เคยได้จักรยานเลยสักครั้ง เมื่อมีโอกาสจัดงานวันเด็กจึงเน้นแจกจักรยานเป็นหลัก” นี้เป็นเหตุผลในการจัดงานวันเด็กของพระครูโอ๋
 
              การจัดงานวันเด็กของวัดแค พระครูโอ๋ได้แบบอย่างมาจากงานวันเด็กของหลวงพ่อเลิศ โดยเริ่มจัดครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๓ เป็นงานเล็กๆ แจกจักรยานประมาณ ๕๐ คัน เนื่องจากเป็นปีแรกมีเด็กมาร่วมงานในหลักร้อยคนเท่านั้น เมื่อเข้าสูปีที่ ๒ พ.ศ.๒๕๕๔ จำนวนจักรยานเพิ่มเป็น ๑๐๐ คัน พร้อมกับแจกทุนการศึกษา ๒ แสนบาท ปรากฏว่ามีเด็กมาร่วมงานประมาณ ๑,๒๐๐ คน
 
              สำหรับกิจกรรมตลอดทั้งวันของการจัดงานนั้น จะเป็นไปในทิศทางเดียวกับการจัดงานของหน่วยงานอื่นๆ แต่มีจุดแตกต่างที่ชัดเจนอย่างเด่นชัด คือ กิจกรรมทั้งหมดพระจะเป็นพิธีกร พระเป็นผู้นำจัดกิจกรรรม รวมทั้งการตอบปัญญาชิงรางวัลต่างๆ จะเป็นปัญหาเกี่ยวกับพุทธศาสนาและธรรมะ โดยได้รับความร่วมมือจากพระใกล้เคียงเป็นอย่างดี
 
              ปัจจัยที่นำมาซื้อจักรยาน ของเล่นเด็ก รวมทั้งมอบทุนการศึกษานั้น พระครูโอ๋ บอกว่า เป็นปัจจัยที่ได้มาจากงานบำเพ็ญกุศลอุทิศดวงวิญญาณทารกที่เสียชีวิตจากการคลอดก่อนกำหนด ครั้งที่ ๔ โดยจัดไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ได้แจ้งให้ญาติโยมที่มาร่วมงานอย่างชัดเจนว่า เงินที่ได้จะนำไปสมบททุนจัดงานวัดเด็กใน ปี ๒๕๕๕ นี้ ญาติโยมก็อนุโมทนา
 
              ทั้งนี้ พระครูโอ๋พูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า "ปัจจัยที่ใช้จัดงานวันเด็กนั้นไม่ใช่ของอาตมาสักบาทเดียว หากเป็นปัจจัยที่ญาติโยมมาร่วมงานบำเพ็ญกุศลอุทิศดวงวิญญาณทารกที่เสียชีวิตจากการคลอดก่อนกำหนด รวมทั้งทำบุญในรูปแบบต่างๆ เมื่อพระเอาเงินทำบุญของโยมไปทำทานต่อ เท่ากับเป็นการต่อบุญ ที่สำคัญคือ อาตมาคิดอยู่เสมอว่า พระฉันข้าว ฉันขนมของพ่อแม่เด็กและชาวบ้านมากว่า ๓๖๕ วัน น้ำ ไฟ จีวร รวมทั้งปัจจัย ๔ ล้วนได้มาจากศรัทธาของพ่อแม่เด็กทั้งสิ้น เมื่อทุกอย่างได้มาจากศรัทธาชาวบ้านปีหนึ่งๆ เราเลี้ยงอาหารเด็ก ซึ่งเป็นลูกหลานของชาวบ้านไม่ได้เชียวหรือ"

บุญต่อบุญ
 
              “เมื่อครั้งที่งานบำเพ็ญกุศลอุทิศดวงวิญญาณทารกที่เสียชีวิตจากการคลอดก่อนกำหนดครั้งแรก ซึ่งมีสื่อและนักเคลื่อนไหวทางสิทธิมนุษยชนเด็กออกมาโจมดีอาตมาต่างๆ นานา โดยกล่าวหาว่า พิธีกรรมที่จัดขึ้นเป็นการส่งเสริมให้คนทำแท้งมากขึ้น และเมื่ออาตมาจัดงานวันเด็กและมีเด็กเข้าวัดมากขึ้นทุกๆ ปี คนที่เคยกล่าวหายังคิดอยู่อย่างนั้นหรือเปล่า” นี่เป็นคำเชิญชวนของพระครูโอ๋
 
              "งานบุญบำเพ็ญกุศลอุทิศดวงวิญญาณทารกที่เสียชีวิตจากการคลอดก่อนกำหนด" ของวัดแค นั้นข้าวของเครื่องใช้ที่ญาติโยมมาถวายในวนงานนั้น เป็นของที่พระนำไปใช้ไม่ได้เลยสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นที่นอน หมอน มุ้ง ขวดนม แป้ง ผ้าอ้อม เสื้อผ้า จักรยาน รวมทั้งอุปกรณ์กีฬาประเภทต่างๆ ทั้งนี้ทางวัดได้นำไปต่อบุญให้ผู้ที่ทำบุญ คือ มอบให้โรงพยาบาลต่างๆ ที่ขอเข้ามา รวมทั้งมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนในเขต จ.สุพรรณบุรี เช่น
 
              มอบทุนการศึกษาให้นักเรียนใน จ.สุพรรณบุรี ๑.๕ แสนบาท บูรณะโรงเรียนวัดดอนกลาง ๕ หมื่นบาท ซื้อเครื่องช่วยหายใจสำหรับเด็กแรกเกิดให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๗ อ.สองพี่น้อง มูลค่า ๗.๕ หมื่นบาท สร้างห้องพยาบาลและห้องสมุดให้กับโรงเรียนพิหารแดงประมาณ ๒ แสบาท

 

"}])