พระเครื่อง

กับวจี...“พระเก๊ดีกว่าคนเก๊”

กับวจี...“พระเก๊ดีกว่าคนเก๊”

17 ธ.ค. 2554

พูนศักดิ์ อมรางกูรกับวจี... “พระเก๊ดีกว่าคนเก๊” : สรณะคนดัง โดย เรื่อง/ภาพโดยสุพิชฌาย์ รัตนะ ศูนย์ข่าวภาคใต้

                ปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่หันมาให้ความสนใจในการสะสมพระเครื่องและวัตถุมงคล จนทำให้วงการพระคึกคักและมีสีสันเป็นอย่างมาก หนึ่งในนั้นคงต้องรวมไปถึง “พูนศักดิ์ อมรางกูร” กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทพงศ์เจริญ จำกัด หรือในแวดวงธุรกิจเรียกขานกันติดปากในนาม “บอย พงศ์เจริญ” นักธุรกิจหนุ่มดาวรุ่งหาดใหญ่ แห่งกิจการค้าส่งผลไม้ ที่น้อยคนนักจะไม่รู้จักกลุ่มบริษัท "พงศ์เจริญ" ผู้ค้าส่งรายใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ ที่ยืนหยัดบนเส้นทางสายนี้มากว่า ๕๐ ปี

                “บอย พงศ์เจริญ” เป็น ทายาทกลุ่มบริษัทพงศ์เจริญ จำกัด ซึ่งมีธุรกิจในเครือประกอบด้วย หจก.พงศ์เจริญเทรดดิ้ง หาดใหญ่ บริษัท พงศ์เจริญอินเตอร์ฟรุตส์ จำกัด และบริษัท ตลาดพงศ์เจริญ จำกัด เป็นต้น ล่าสุดได้แตกไลน์ไปยังธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงเป็นผู้สร้างสนามฟุตบอลในร่มหญ้าเทียมรายแรกของภาคใต้อีกด้วย ที่สำคัญหนุ่มคนนี้ได้ชื่อว่าเป็นผู้สร้างปรากฎการณ์สั่นสะเทือนจนทำให้แวดวงค้าส่งผลไม้ต้องหันมาจับตามองอย่างไม่กะพริบ เมื่อเขาตัดสินใจทุ่มเงินกว่า ๒๐๐ ล้านบาท เปิดตลาดกลางผลไม้ครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ บนเนื้อที่กว่า ๒๐ ไร่ บริเวณถนนลพบุรีราเมศวร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาเมื่อไม่นานมานี้ เขาจึงกลายเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ถูกจับตามองอย่างมากคนหนึ่งในภาคใต้ ณ เวลานี้

                เบื้องหลังของนักธุรกิจหนุ่มหาดใหญ่คนนี้ แตกต่างไปจากคนอื่นๆ นั่นคือการมีวิธีสร้างสมาธิ เพื่อให้ทุกก้าวย่างของการทำธุรกิจเป็นไปอย่างมีสติ ลดอัตราเสี่ยงในความผิดพลาดให้มากที่สุด นั่นคือ “เล่นพระ”ด้วยเหตุสำคัญข้อเดียวคือ “การดูพระ”เป็นเรื่องที่ต้องใช้ “ศาสตร์และศิลป์” ดังนั้นจึงต้องฝึกฝนและศึกษาจนเกิดความ“นิ่ง”และ”เก๋า”จึงจะได้มาซึ่ง “พระแท้” เฉกเช่นเดียวกันกับการทำธุรกิจ จะต้องมีองค์ประกอบที่มีพื้นฐานเดียวกันกับการเล่นพระ เพราะหากพลาดแล้วก็พลาดเลย ดังนั้นจะต้องศึกษาให้รอบคอบเพื่อปิดประตูใส่กลอนป้องกันความผิดพลาดชนิดมิให้มาเยือนธุรกิจที่ดูแล

                “การดูพระยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากจะต้องศึกษาพระเครื่องที่สนใจก่อนสะสมให้ทะลุปรุโปร่งแล้ว ยังต้องศึกษาคนด้วยเช่นกัน ซึ่งไม่ต่างไปจากการบริหารธุรกิจหรือประกอบกิจการหากไม่รู้จริงคุณย่อมมีความเสี่ยงขาดทุนหรือเจ๊งสูง”พูนศักดิ์ กล่าว

                การศึกษาพระเครื่องในปัจจุบันมีสื่อให้เลือกบริโภคมากมาย อีกทั้งแหล่งศึกษาหาความรู้เปิดกว้างกว่าในอดีตทั้งตัวบุคคล และฐานความรู้จากโลกออนไลน์ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามการเล่นพระหลักสำคัญคือต้องดูคนให้เป็น เพราะส่วนตัวยึดหลักคือ “พระเก๊ ดีกว่าคนเก๊” เพราะพระเก๊ ก็แค่ทำให้เราได้บทเรียนของการดูพระไม่ขาด แต่คนเก๊จะนำพาซึ่งปัญหามาให้เราชนิดไม่มีวันสิ้นสุด ดังนั้นการเล่นพระจะเน้นศึกษาคนก่อน เฉกเช่นเดียวกันหากจะทำธุรกิจกับใครเราจะต้องรู้จักที่มาที่ไปของคู่ค้าของเราให้ดีเสียก่อน มิเช่นนั้นจะต้องมานั่งเสียใจภายหลัง

                “พูดไปใครจะเชื่อว่าผมประสบความสำเร็จระดับหนึ่งในงานธุรกิจที่ดูแลเบื้องหลังที่ทำให้ก้าวเดินบนทางสายนี้อย่างสง่าผ่าเผยคือการฝึกกาย ใจ สมาธิ อันเป็นผลมาจากการเล่นสะสมพระเครื่องมาเกือบ๒๐ปี”พูนศักดิ์ กล่าว

                ส่วนพระที่หนุ่มนักธุรกิจชาวหาดใหญ่คนนี้สนใจเป็นพิเศษนั่นคือ “พระกรุ”เพราะมีพ่อตา ซึ่งเป็นชาวสิงห์บุรี แนะนำให้ข้อมูลเพื่อศึกษา จึงเกิดความหลงใหลในเรื่องของประวัติ ความเก่า ประสบการณ์ ซึ่งทำให้ได้ครอบครอง “พระร่วงหลังลายผ้า” ก่อนจะแสวงหา “เบญจภาคีเนื้อชิน” มาครอบครองด้วยสายตาตัวเองได้สำเร็จ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจอย่างมาก
หลังจากนั้นก็เริ่มหันมาศึกษาพระสายภาคใต้ โดยเฉพาะ “หลวงพ่อทวด” โดยมี “โกหมิ่น หาดใหญ่” ผู้เชี่ยวชาญพระสายนี้ ซึ่งมีความสนิทสนมกับคุณพ่อ คอยถ่ายทอดความรู้ให้อย่างละเอียด โดยเฉพาะพระเนื้อว่านปี ๒๔๙๗ ทำให้สามารถครอบครองหลวงพ่อทวดเนื้อว่าน “พิมพ์ใหญ่ไหล่จุด”ได้ด้วยตัวเอง    หรับพระที่ติดตัวเป็นพระประจำไม่เคยขาดประกอบด้วย “หลวงพ่อทวดหลังเตารีด” “พระหลวงพ่อเฟื่อง วัดคงคาเลียบ” “พระหลวงปู่บุญเนื้อว่าน” “พระชัยวัดช้าง” “จตุคามเนื้อทองคำปี๓๒” และ “ตะกรุดจันทร์เพ็ญ” สร้างโดย อ.ประจวบ คงเหลือ
ทั้งนี้พูนศักดิ์  พูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า “พระแท้ ดีทุกองค์และมีพุทธคุณครอบจักรวาลเหมือนกันหมด เพราะผมเชื่อว่าผู้สร้างต้องการให้เกิดมงคลแก่ผู้ครอบครองหรือผู้สวมใส่ทั้งด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาด หรือมหาอุด ดังนั้นผมจึงเชื่อสนิทใจว่าพระเครื่องคือของศักดิ์สิทธิ์ เพราะตั้งแต่ผมสะสมพระชีวิตส่วนตัว การงาน มีแต่รุ่งเรืองแถมไม่เคยพบเรื่องเลวร้ายหรืออุบัติเหตุแม้แต่ครั้งเดียว”


ตั้งปณิธาน“สืบสานพระท้องถิ่น”

                "หลวงพ่อจันทร์ วัดแหลมวัง หลวงพ่อคง วัดธรรมโฆษณ์ พ่อท่านเส้ง วัดแหลมทราย อาจารย์มหาลอย วัดแหลมจาก หลวงพ่อปลอด วัดหัวป่า หลวงพ่อสงค์ วัดคงคาวดี หลวงพ่อสีแก้ว วัดไทรใหญ่ หลวงพ่อเล็ก วัดจุ้มปะ หลวงพ่อทอง วัดคลองแห หลวงพ่อเรือง วัดหัววัง หลวงพ่อปาน วัดโคกสมานคุณ และ หลวงพ่อเดิม วัดเอก" ที่กล่าวมาเปฌนส่วนหนึ่งจองพระเกจิอาจารย์แห่งเมืองสงขลา
               
                แม้นพูนศักดิ์  จะเป็นนักธุรกิจที่หันมาสะสมพระเครื่อง ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อช่วยกลมเกลาจิตใจให้สงบนิ่งและมีสมาธิมากขึ้นในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับภาวะเคร่งเครียดจากการทำธุรกิจมูลค่าร้อยล้านแล้ว “บอย พงศ์เจริญ”ยังมีความตั้งใจจะศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูล “พระท้องถิ่นสงขลา” เพื่อต้องการอนุรักษ์และยกย่องคุณความดีของพระผู้ทำประโยชน์ให้กับเมืองหาดใหญ่ และเมืองสงขลา ที่สำคัญเพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติคุณและสืบสานเรื่องราวรวมทั้งวัตถุมงคลให้อยู่คู่กับลูกหลานตราบนานเท่านาน

                “พระเกจิในสงขลา ในอดีตมีความสามารถมากมาย อีกทั้งมีวัตถุมงคลที่ได้รับการยกย่องจากบรรพบุรุษจำนวนมาก แต่ปัจจุบันสิ่งเหล่านี้ค่อยๆเลือนหายเพราะมีการเก็บรวบรวมมีเพียงแค่คำบอกเล่าเท่านั้น ผมจึงตั้งใจจะรวบรวมพระท้องถิ่นเพื่ออนุรักษ์ไว้ให้ชนรุ่นหลัง รวมทั้งรวบรวมตำราเพื่อเผยแพร่คุณูปการของพระสงขลาอันเป็นที่เคารพของคนท้องถิ่นแห่งนี้ให้ประจักษ์ในวงกว้างและคงอยู่สืบไป”พูนศักดิ์กล่าว

"}])