พระเครื่อง

'ชา ชิมสกุล'แขวน...“พระธรรมพระพุทธองค์”

'ชา ชิมสกุล'แขวน...“พระธรรมพระพุทธองค์”

26 พ.ย. 2554

'ชา ชิมสกุล'แขวน...“พระธรรมพระพุทธองค์” : สรณะคนดัง เรื่อง / ภาพ สุพิชฌาย์ รัตนะ / ศูนย์ข่าวภาคใต้

           ในแวดวงนักธุรกิจชั้นนำมากมายหลายคนในเมืองไทย มีอยู่ไม่น้อยที่สนใจและศรัทธาใน “พระเครื่อง” จนต้องแสวงหามาเพื่ออาราธนาเป็นสิริมงคลให้ชีวิต ดังนั้นจึงไม่เป็นที่แปลกใจหาก “พระหลัก” หรือ “พระยอดนิยมองค์ครู” จะถูกนิมนต์ไปอยู่กับบุคคลเหล่านี้ให้เห็นเป็นข่าวอยู่อย่างเนืองๆ จนกลายเป็นที่มาของคำกล่าวดั่งว่า "จะมีพระดีได้นอกจากต้องมากด้วยบุญกุศลแล้ว ยังต้องเปี่ยมล้นด้วยบารมีทรัพย์อีกด้วย"
   
          แต่สำหรับนักธุรกิจรุ่นใหญ่อย่าง "ชา ชิมสกุล” หรือที่รู้จักกันดีในนาม “ผู้ใหญ่ชา” กรรมการผู้จัดการใหญ่แห่ง “สมุยเซนส์” (samuisense) โรงแรมหรูกลางเกาะสมุย ซึ่งเป็นหนึ่งในนักธุรกิจชั้นนำ แม้ว่าจะชื่นชอบและหลงใหลในพระเครื่องเหมือนกับผู้บริหารระดับสูงในแวดวงเดียวกัน แต่กลับเลือกที่จะแขวน "ธรรมะ" มากกว่าแขวนพระเครื่อง เหมือนคนอื่นๆ โดยมีเหตุผลเดียวคือ “คำสอนของพระพุทธองค์ จะอยู่กับชีวิตตลอดไปโดยไม่ต้องถอดหรือเอาออกให้ห่างกายเลยแม้แต่วินาทีเดียว"
   
          พระเครื่องของผู้ใหญ่ชา ส่วนใหญ่จะเป็นพระที่ได้จากการเข้าวัดทำบุญ โดยจะนำออกมาแขวนบ้างตามโอกาสที่เหมาะสม แต่ส่วนใหญ่แล้วจะให้น้ำหนักกับการ “ถือศีล ๕” พร้อมทั้ง ”ปฏิบัติธรรม” มากกว่า โดยเฉพาะหากมีโอกาสจะเดินทางไปสักการะสังเวชนียสถาน ๔ แห่งของพระพุทธเจ้า ที่ประเทศอินเดีย-เนปาล คือ สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน เพื่อให้ชีวิตได้ซึมซับรับเติมเต็มเอาเรื่องราวของพุทธประวัติใส่ให้ชีวิตตนเองให้มากที่สุด
   
          “ผู้ใหญ่ชา” เล่าย้อนอดีตของตัวเองว่า จากชีวิตที่ไม่มีอะไรติดตัวเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่สามารถพลิกชะตาและกำหนดลมหายใจให้เป็นเจ้าของที่โรงแรมหรูบนเกาะสมุย แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่ติดอันดับต้นๆ ในลิสต์รายชื่อของสถานที่หมายปลายทางในหมู่นักท่องเที่ยวที่ได้มาเพราะ “ชีวิตมีธรรม” โดยเฉพาะธรรมะข้อเดียวที่ยึดถือและปฏิบัติมาโดยตลอด นั่นคือ “คนที่พากเพียรไม่หยุด เทวดาก็กีดกันไม่ได้” หรือหากกล่าวเป็นคำพระจะได้ความว่า “เทวา น อิสฺสนฺติ ปุริสปรกฺ กมสฺส” ซึ่งชีวิตในปัจจุบันผู้ใหญ่ชายืนยันว่า พร้อมที่จะให้นำประสบการณ์สู้ชีวิตของตัวเองให้เป็นวิทยาทานแก่ทุกคนที่ต้องการ
   
          พื้นเพเดิมของ "ผู้ใหญ่ชา" เป็นชาว จ.กำแพงเพชร เติบโตมาในครอบครัวที่ประกอบอาชีพเกษตรกร ควบคู่กับการทำปศุสัตว์ นั่นคือการเลี้ยงสุกร โดยจบการศึกษาสูงสุดเพียงแค่ชั้นประถม ๔ ทั้งนี้ตั้งแต่เล็กจนถึงวัยหนุ่มจะหาเลี้ยงครอบรัวด้วยการทำไร่อ้อย ทำไร่มันสำปะหลัง ก่อนจะผันตัวมาเป็นผู้ประกอบการผลิตแป้งมันสำปะหลัง จากนั้นจึงเข้าสู่แวดวงการค้าความหวาน หรือ “ขายน้ำตาล” จนได้รับตำแหน่งแกนนำสำคัญในสมาคมชาวไร่อ้อย เขต ๖ กำแพงเพชร ที่สำคัญยังแถมพ่วงด้วยตำแหน่ง “ผู้ใหญ่บ้าน” อีกด้วย
   
          “ผมพากเพียรและพยายามในการสร้างชีวิตด้วยความรู้จากประสบการณ์ตรง แต่ชีวิตก็ไม่รุ่งสักที เพราะต้องเผชิญกับวิกฤติต่างๆ มากมาย เช่น วิกฤติเศรษฐกิจบ้าง ปัญหาทางการเมืองบ้าง จนบางครั้งก็ถอดใจ แต่ยามใดที่ท้อแท้มักจะมี 'เทวา น อิสฺสนฺติ ปุริสปรกฺ กมสฺส' ผุดขึ้นในความคิดเสมอ ทำให้ไม่เคยละความพยายามที่จะไปให้ถึงเส้นชัย” ผู้ใหญ่ชากล่าว
   
          เส้นทางชีวิตของ “ผู้ใหญ่ชา” มาถึงจุดพลิกผัน เมื่อตัดสินใจนำเงินเก็บทั้งหมดเดินทางมาซื้อตึกแถวที่ จ.นครสวรรค์ เพื่อทำธุรกิจห้องพัก โดยใช้ชื่อว่า “วัชระโฮเต็ล” โดยให้บิดาเป็นผู้บริหาร แต่ด้วยความด้อยประสบการณ์ ทำให้ธุรกิจติดหล่ม กว่าจะพลิกฟื้นขึ้นได้ก็เล่นเอาบาดเจ็บสาหัสอย่างมาก แต่ก็ได้ “ความเพียร” เป็นดั่งเทียนที่ส่องแสงให้เห็นทางสว่างในชีวิตทุกครั้ง
   
          พ.ศ. ๒๕๒๑ จุดหักเหชีวิตครั้งสำคัญมาถึงอีกครั้ง โดยตัดสินใจล่องใต้เพื่อมาสัมผัสทะเลครั้งแรก โดยมี “เกาะสมุย” เป็นสถานีปลายทาง ซึ่งขณะนั้นที่แห่งนี้เป็นเกาะที่เต็มไปด้วยป่า ผืนทราย และผืนน้ำสีคราม จนหลงรักสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ชนิดถอนตัวไม่ขึ้น จึงได้นำเงินติดตัวขอซื้อที่ดินผืนเล็กๆ เพื่ออยู่อาศัยริมหาดแห่งนี้
   
          บนเกาะแห่งนี้ “ผู้ใหญ่ชา” มีกระต๊อบเล็กๆ เป็นที่ซุกหัวนอน โดยตระเวนทำทุกอย่างเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง พร้อมกับได้เห็นว่า มีชาวต่างชาติมาท่องเที่ยวมากขึ้น จึงเดินทางไป “บางแสน” เพื่อหาแรงบันดาลใจการทำธุรกิจรองรับกลุ่มฝรั่งตาน้ำข้าว จนเกิดความคิดสู่การนำ “วินด์เซิร์ฟ” “สกูตเตอร์” และ “เรือลากร่ม” มาไว้ที่เกาะสมุยเป็นครั้งแรกอย่างละ ๑ ลำ เพื่อทดลองตลาด ประกอบกับเงินที่มีอย่างจำกัด กระทั่งเหมือนถูกหวย ปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด ทำให้ได้ชื่อว่า เป็นผู้บุกเบิกรูปแบบการท่องเที่ยวโฉมใหม่ เป็นเจ้าแรกให้ที่นี่
   
          จากนั้น ๒ ปีให้หลัง ได้ลงทุนทำ “พาราสกูตเตอร์” ก่อนแตกไลน์ธุรกิจให้เช่าบริการรถวิ่งรอบเกาะให้นักท่องเที่ยวภายใต้ชื่อ “ไอยรารถเช่า” กระทั่งเวลาไม่นานก็เก็บเงินที่มีทั้งหมดสร้างบ้านทรงไทยริมหาด ซึ่งสร้างความฮือฮาให้แวดวงธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวอย่างมาก ก่อนจะต่อยอดด้วยการสร้างโรงแรมสมุยเซ้นส์ จนเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในทุกวันนี้


"สมุยไม่ได้มีดีแค่ทะเล"


          “ผู้ใหญ่ชา” บอกว่า เมื่อใดที่ว่างจากงานหลักมักจะหลบมุมไปไหว้พระตามวัดบนเกาะสมุย ซึ่งมีวัดอยู่หลายแห่งที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น "วัดคุณาราม" ที่เก็บสรีระสังขาร "หลวงพ่อแดง" พระอริยสงฆ์ที่ชาวเกาะสมุยเคารพศรัทธา หลังจากมรณภาพไปแล้วกว่า ๒๐ ปี ในท่านั่งสมาธิ แต่ร่างกายกลับไม่เน่าเปื่อย
    
          "วัดพระใหญ่" เป็นวัดดังของเกาะสมุย ด้วยขนาดองค์พระสูง ๑๒ เมตร ที่ตั้งเด่นตระหง่าน ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของหาดบางรักษ์ ไกลหลายกิโลเมตร ที่นี่เป็นอีกสถานที่หนึ่งซึ่งใครมาเกาะสมุยจะต้องแวะมาชม กราบไหว้ขอพร และทำบุญ ใครที่มาเที่ยวเกาะสมุยแล้วยังไม่ได้มาไหว้พระที่นี่ ถือได้ว่ายังมาไม่ถึงเกาะสมุย
   
          "วัดศิลางู" อยู่ริมชายหาด มีเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เป็นเจดีย์สีทองทั้งองค์ หันหน้าเข้าวัด เป็นสถานที่ที่หลายๆ คนในท้องถิ่นนิยมมาสักการบูชา ทุกๆ ปีทางวัดจะจัดงานสมโภชและสักการะพระบรมสารีริกธาตุ รวมถึงชื่นชม "อุโบสถ์แดง" หรือ "โบสถ์แดง" ที่มีความวิจิตรงดงามไม่เหมือนอุโบสถ์วัดอื่นใด
   
          นอกจากนี้ยังมี "วัดแหลมสอ" ที่มีเจดีย์สีเหลืองทองอร่าม ตั้งอยู่ริมทะเล แสดงศิลปะสมัยศรีวิชัย เป็นเจดีย์ที่มีลักษณะสวยงามอีกแห่งหนึ่ง โดยองค์เจดีย์ประดับประดาด้วยกระเบื้องสีทองทั้งองค์ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วัดแห่งนี้ในอดีตมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง คือ "หลวงพ่อแดง" ที่มีประสบการณ์อภินิหารมากมาย
    
          "วัดละไม" เป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมเล็กๆ ที่รวบรวมของเก่าแก่ ที่เป็นเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของคนในท้องถิ่น ที่ใช้ในกิจกรรมต่างๆ
     
          "วัดแจ้ง" วัดสำคัญอีกแห่งหนึ่งที่เป็นที่รู้จักทั่วไปในกลุ่มนักสะสมพระ โดยเฉพาะชื่อเสียงของ "หลวงพ่อพริ้ง วัดแจ้ง" แห่งเกาะสมุย ผู้เลื่องลือเรื่องพุทธคุณ  และ "วัดพระพุทธบาทจำลอง" ชมพระพุทธบาท ๔ รอย แต่ละรอยมีความสวย งดงาม ตั้งอยู่ในศาลาบนเนินเขา นักท่องเที่ยวต้องเดินขึ้นบันไดที่สูงชันราว ๑๕๐ ขั้น ด้านบนสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของทุ่งนาอันกว้างไกล ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามภูเขา และทิวทัศน์ที่สวยงามของทะเลเกาะสมุย

"}])