พระเครื่อง

ชั่วโมงเซียน-“วิถีแห่งพุทธ"ที่...วัดพุทธวิหารกรุงเบอร์ลิน

ชั่วโมงเซียน-“วิถีแห่งพุทธ"ที่...วัดพุทธวิหารกรุงเบอร์ลิน

04 พ.ค. 2552

ระหว่าง วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์-๒๒ มีนาคม ที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญจากแฟนๆ จตุคามรามเทพ ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ให้ไปช่วยให้ความรู้และข้อชี้แนะเรื่องจตุคามฯ ในฐานะแฟนพันธุ์แท้จตุคามฯ

และก่อนที่ผมจะเขียนเรื่องกระแสความสนใจเรื่องจตุคามฯ ทั้งชาวไทยและชาติอื่นๆ ในเยอรมนี และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ วันวิสาขบูชาโลก ผมอยากเขียนถึง วัดพุทธวิหาร กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งมี พระมหาพยอม สุทัสสะโน เจ้าอาวาส ผู้นำกองทัพธรรม ด้วยความพากเพียรวิริยะอุตสาหะ และมั่นในความเป็นพุทธสาวกขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า นับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน เสียงสวดมนต์ ณ ศาสนสถานแห่งนี้ ยังคงดังก้องกังวาน และไม่มีวันที่จะจางหายไป ซึ่งส่งผลให้สถานที่แห่งนี้ได้หยั่งรากลึกเป็นเกลียวแน่น จนก่อให้เกิดเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยและชาวต่างชาติ ในอันที่จะมุ่งเข้ามาค้นหาสัจธรรมแห่งชีวิต รวมถึงสัมผัสเข้าหาถึงความสงบ ในวิถีแห่งการปฏิบัติธรรมของเหล่าชาวพุทธ แห่งกรุงเบอร์ลิน

 ทั้งนี้ อาจกล่าวได้ว่า กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย ก็ไม่ผิดนัก เพราะมีชาวไทยเดินทางไปประกอบอาชีพต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 ผู้มองการณ์ไกลหลายท่าน จึงคิดว่าเมื่อคนไทยจากบ้านเกิดเมืองไทยมาอยู่ไกลเช่นนี้ โดยเฉพาะเยาวชนที่เจริญเติบโตในสิ่งแวดล้อมแห่งวัฒนธรรมตะวันตก ย่อมขาดสิ่งอันเป็นที่พึ่งให้ความอบอุ่นทางใจ ความเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย เฉพาะในด้านความกตัญญูกตเวที และจิตใจเมตตากรุณาที่งดงามนั้น หาได้ยากจากบ้านเมืองฝ่ายตะวันตก และสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยอิทธิพลทางพระพุทธศาสนา

 ดังนั้นความริเริ่มการก่อตั้งวัดไทย ในกรุงเบอร์ลิน เพื่อลูกหลานอนุชนที่ตามมา จึงก่อตัวเกิดขึ้น

 ประวัติความเป็นมาก่อนที่จะมีการจัดก่อตั้ง วัดพุทธวิหาร คณะกลุ่มแม่บ้าน ได้รวมกลุ่มกันสวดมนต์ ผลัดเวียนกันตามบ้านของตน บางคราวก็ได้นิมนต์พระจากเมืองไทยมาอบรมเป็นการชั่วคราว ๑ เดือนบ้าง ๓ เดือนบ้าง จนคณะผู้ศรัทธารวมกลุ่มกันแน่นหนา ร่วมกันบริจาคปัจจัยได้จำนวนหนึ่ง โดยมีความดำริที่จะจัดตั้งเป็นวัดไทยขึ้นมาให้สำเร็จ

 ดังนั้นใน พ.ศ. ๒๕๓๔ รูปธรรมแห่งการก่อตั้งวัดไทย ในกรุงเบอร์ลิน จึงปรากฏชัดเจนขึ้น เมื่อ คุณบัณฑิต โสติพลาฤทธิ์ อดีตกงสุลใหญ่ ณ กรุงเบอร์ลิน (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทย ประจำกระทรวง) ได้รวมกลุ่มพุทธศาสนิกชนชาวไทย จัดตั้ง พุทธสมาคมไทยเบอร์ลิน และได้แจ้งจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายของประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๓๔ และท่านให้เกียรติรับตำแหน่งเป็นประธานพุทธสมาคม เป็นท่านแรก และมีหนังสือรายงานไปที่มหาเถรสมาคม แห่งคณะสงฆ์ไทย ขอให้จัดส่งพระธรรมทูตไปปฏิบัติศาสนกิจ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนและชาวโลก
 
   ส่วนวัตรปฏิบัติอันถือเป็นแม่บท ตามแบบกิจวัตรของพระสงฆ์ในประเทศไทย ที่เหล่าคณะธรรมทูตในชุดนี้ได้ถือวัตรปฏิบัติ เช่น การทำวัตรสวดมนต์ เช้า เย็นทุกวัน ตลอดจนการจัดพิธีเนื่องในวันทำบุญพิเศษ อาทิ การตักบาตร การเวียนเทียน สมาทานอุโบสถศีล ฯลฯ รวมถึงในการจัดกิจกรรมทางด้านพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา อาสาฬหบูชา วันออกพรรษา วันมาฆบูชา วันขึ้นปีใหม่ วันสารทไทย รวมถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ยังถือเป็นกิจกรรมหลักของศาสนสถานแห่งนี้อีกด้วย

 นอกจากนี้ยังได้ออกรับบิณฑบาตในเขตชุมชนชาวไทย เพื่ออนุเคราะห์แก่ชาวพุทธ ผู้ที่ไม่มีเวลา หรือไม่สะดวกในการเดินทางมาใส่บาตรที่วัด ทั้งเป็นการสร้างความคุ้นเคยแก่ประชาชนในท้องถิ่น ให้ได้รับทราบประเพณีวัฒนธรรม รวมถึงเป็นการรักษาวัตรปฏิบัติของเหล่าคณะสงฆ์อีกด้วย

 อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่คณะธรรมทูต รวมถึงคณะกรรมการวัดในยุคปัจจุบัน ภายใต้การปกครองดูแลของ พระมหาพยอม สุทัสสะโน ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในปัจจุบัน... ชื่อเสียงของวัดพุทธวิหาร ก็เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางของเหล่าพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่อาศัยอยู่ในประเทศเยอรมนี

 แม้กระทั่งชาวไทยในประเทศด้วยกันเอง อันสืบเนื่องมาจากเกียรติคุณ และกิจกรรมอันหลากหลาย ที่คณะธรรมทูตชุดดังกล่าว ได้ร่วมมือกับทั้งภาครัฐและเอกชน ในอันที่จะจัดการ ทั้งส่งเสริมกิจกรรมอันเป็นประโยชน์แก่ชาวไทยที่อาศัยอยู่ต่างบ้านต่างเมือง
 ทั้งยังสะท้อนถึงความยึดมั่นในการที่จะสร้างคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ ในยามที่ประเทศไทยประสบภัยธรรมชาติเข้ามากล้ำกราย

 กิจกรรมดังกล่าวเริ่มจากดำเนินการจัดตั้งกองทุนชำระหนี้ของวัด จัดทำสื่อธรรมะเผยแผ่ (หนังสือธรรมะและซีดี วีซีดีธรรมะ) จัดงานเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมปีละ ๓ ครั้ง จัดตั้งโรงเรียนสอนภาษาไทย ทั้งดำเนินการสอนมาจนถึงปัจจุบัน จัดโครงการอบรมเยาวชนและบรรพชาสามเณรในภาคฤดูร้อน  จัดงานแข่งขันฟุตบอลเพื่อเชื่อมความสัมพันธไมตรีเยาวชนชาวเชื้อสายเอเชีย จัดทอดผ้าป่าสามัคคี เป็นการเชื่อมความสัมพันธไมตรีวัดไทยในยุโรป เป็นแกนนำในการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานที่กรุงเบอร์ลินเป็นการชั่วคราว จัดตั้งศูนย์การเรียนทางไกล ส่งเสริมการเรียนและนาฏศิลป์ไทย  จัดตั้ง “โครงการปฏิบัติธรรมพิเศษ” ประจำปี 

 ร่วมกับนายกเทศมนตรีเขตไรนิเคนดอร์ฟ กรุงเบอร์ลิน จัดงานเพื่อหารายได้นำเงินช่วยเหลือนักเรียนที่ประสบภัยสึนามิ ก่อตั้งกองทุนมิตรภาพเยอรมัน-ไทย วัดพุทธวิหาร รวมทั้งช่วยเหลือเด็กที่ประสบภัยขั้นหนักใน จ.พังงา และภูเก็ต เป็นจำนวนกว่า ๒๐๐ คน ดำเนินการจัดแปลเอกสารหนังสือธรรมนูญชีวิต เป็นภาษาเยอรมัน เป็นครั้งแรก และมีการจัดพิมพ์รวมเล่ม ๓ ภาษา คือ ไทย อังกฤษ  และเยอรมัน แจกจ่ายแก่ผู้สนใจโดยทั่วไป ซึ่งเป็นโครงการแบบต่อเนื่อง โดยพิมพ์แจกไปเรื่อยๆ อันเป็นโครงการเผยแผ่ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อชาวต่างชาติ ที่กำลังเริ่มต้นศึกษาหลักธรรมของพระพุทธศาสนา จัดโครงการธรรมสัญจร ในประเทศเยอรมนี และนอกประเทศเยอรมนี และจัดโครงการอบรมสุขภาพ ตามแนวของชีวจิต ฯลฯ

 วัดพุทธวิหาร จึงเป็นศาสนสถานแห่งหนึ่งที่พุทธศาสนิกชนที่อาศัยอยู่ในกรุงเบอร์ลิน ต่างแวะเวียนกันเข้ามาเพื่อมุ่งที่จะสัมผัส และซึมซับบรรยากาศแห่งการเป็นพุทธบริษัทอันห่างหายไป

 เมื่อหลายท่านที่ต้องติดภารกิจหน้าที่การงาน รวมตลอดถึงการได้ย้ายถิ่นฐานมาลงหลักปักฐาน ณ ดินแดนของเยอรมนี

ธนเดช จตุคามฯ

"}])