
พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ สุวรรณนพมาศกับวจี..."แขวนพระต้องรู้จักธรรมในองค์พระ”
พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ สุวรรณนพมาศกับวจี..."แขวนพระต้องรู้จักธรรมในองค์พระ” : สรณะคนดัง โดย เรื่อง / ภาพ สุพิชฌาย์ รัตนะ
ข้าราชการ ”ตำรวจ” คือหนึ่งในกลไกสำคัญของอำนาจรัฐที่มีภารกิจดูแลความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สินให้พี่น้องประชาชน ทั้งบำบัดทุกข์ บำรุงสุข โดยเฉพาะการปราบโจรผู้ร้าย ดังนั้นเหล่า "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์”แทบทุกนายจึงมักมี "ของดี” เพื่อเป็นดั่งขวัญกำลังใจในการออกเดินหน้าเพื่อขจัดภัยสังคมเพื่อสถาปนาความ สุขให้ชาวบ้าน
“พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ สุวรรณนพมาศ” สารวัตรจราจร สภ.หาดใหญ่ คือ หนึ่งในตำรวจที่มิเพียงแค่อาราธนาพระเครื่องขึ้นคล้องคอก่อนออกจากบ้านเพื่อ สร้างขวัญและกำลังใจในการทำหน้าที่การงานเหมือนนายตำรวจรายอื่นๆ ขณะเดียวกันนายตำรวจคนนี้กลับสนใจในพุทธศิลป์ โดยเฉพาะการศึกษา “พระเครื่องสายใต้” จนทะลุปรุโปร่ง ถึงขั้นได้รับการยกย่องจากเพื่อนร่วมอาชีพ รวมถึงคนในวงการพระเครื่อง โดยจัดให้เป็นผู้รู้ในเรื่องของ “พระเครื่องเมืองใต้” ตัวจริงคนหนึ่ง
พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ ย้อนเรื่องราวให้ฟังว่า ความสนใจในเรื่องราวของพระเครื่อง เริ่มต้นเมื่อครั้งวัยเยาว์ ด้วยเพราะเป็นคน “เมืองคอน” มีโอกาสได้เห็นพิธีกรรมในการปลุกเสกพระเครื่องบ่อยครั้ง โดยเฉพาะที่ “วัดพระธาตุ” ซึ่งเป็นสถานที่รวมใจชาวพุทธของคนนครศรีธรรมราช และภาคใต้ จึงเริ่มเก็บและสะสมพระเครื่องตามประสาเด็กตั้งแต่อายุยังน้อย
กระทั่งเมื่อมีโอกาสได้เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ ที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม จึงได้เข้าสนามพระและศึกษาเรื่องราวของพระเครื่องต่างๆ อย่างจริงจัง โดยจะหาเวลาว่างแวะเวียนไปดูตู้พระที่ห้างเดอะมอลล์ บางแค รวมทั้งได้เก็บเงินซื้อหาตำราและหนังสือพระเครื่องมาศึกษา ก่อนจะไปดูของจริงจากเซียนพระในสนามต่างๆ
จนเมื่อมีความรู้ความเข้าใจในระดับหนึ่ง จึงนำเงินที่เก็บสะสมไปเช่าพระครั้งแรก คือ เหรียญรุ่นแรก “พ่อท่านคล้าย” วัดสวนขัน เพราะเป็นชาวนครศรีธรรมราช จึงตั้งใจแสวงหาด้วยความมุ่งมั่น แต่มารู้ทีหลังว่า เหรียญดังกล่าวเป็นเหรียญถอดพิมพ์ ทำให้รู้สึกเสียใจ และเสียความรู้สึกมาก
เหตุการณ์ครั้งนั้นคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ “พ.ต.ท.สุรเชษฐ์” หันมาจริงจังและศึกษาพระเครื่องด้วยการตั้งปณิธานว่า จะต้องรู้จริง รู้ลึก และนำเอาองค์ความรู้มาบอกกล่าวคนในสังคม เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อขบวนการค้าพระเก๊ เหมือนกับที่ตัวเองได้ประสบมาแล้ว โดยมีวิธีตรวจสอบว่าพระเครื่องของเราแท้หรือไม่แท้ คือ การส่งเข้าประกวดในงานต่างๆ ที่สมาคมพระเครื่องรองรับ ทำให้ยืนยันได้ว่า เราเล่นพระถูกทางหรือไม่
หลังจากศึกษาด้วยตัวเอง และฝึกปรือทักษะในการส่องพระจนเจนจัด ควบคู่กับการสะสมพระเครื่องสายใต้มาอย่างต่อเนื่อง โดยจะใช้เวลาว่าง เช่น วันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อเข้าสนามพระ ซึ่งนอกจากจะได้พระเครื่องแล้ว ยังได้รับรู้สารทุกข์สุกดิบของประชาชนด้วย เพราะคนเล่นพระมีทุกสาขาอาชีพ ทุกระดับ ตั้งแต่คนกวาดขยะยันรัฐมนตรี ทำให้เป็นนายตำรวจที่มีสายข่าวและมวลชนดีที่สุดคนหนึ่งในหาดใหญ่เวลานี้
สว.จราจร หาดใหญ่ บอกด้วยว่า นับตั้งแต่ศึกษาเรื่องพระเครื่อง มีราวมากมายเกิดขึ้นกับชีวิต แต่ที่จำไม่เคยลืมเลือน คือ การรอดพ้นจากความตายอย่างปาฏิหาริย์ คือ เหตุ “ระเบิดสนามบินหาดใหญ่” เมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๔๘ ขณะนั้นกำลังเตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างรอขึ้นเครื่อง ซึ่งอยู่ตรงจุดที่คนร้ายเอาระเบิดไปวาง พอดีช่วงนั้นได้พบกับเพื่อนนายตำรวจจึงชวนกันลุกขึ้นจากจุดดังกล่าว เพื่อไปนั่งร้านกาแฟ ในเวลาไม่กี่นาทีต่อมาก็ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นทันที โดยรอดจากแรงระเบิดอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนเพื่อนตำรวจได้รับบาดเจ็บสาหัส
ส่วนอีกเหตุการณ์หนึ่ง คือ เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๒ เมื่อครั้งปฏิบัติราชการในพื้นที่ จ.นราธิวาส คนร้ายได้ก่อเหตุคาร์บอมหน้าโรงแรมเมอร์ลิน กลางเมืองสุไหงโก-ลก จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บหลายราย ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้รับแจ้งว่า คนร้ายซุกซ่อนวัตถุระเบิดในรถยนต์ และจากการเข้าตรวจสอบ ๒ ครั้ง ได้รับการยืนยันว่า ไม่พบวัตถุอันตราย กระทั่งจังหวะที่กำลังเดินกลับเข้าไปอีกครั้ง มีผู้บังคับบัญชาโทรมาสอบถามข้อมูล จึงเดินออกไปจากจุดดังกล่าว เพื่อรายงานสถานการณ์ ก่อนจะเกิดเหตุระเบิดตามหลังเพียงไม่กี่อึดใจ
“สองเหตุการณ์ที่ผ่านมานี้ ผมแขวนพระหลวงพ่อทวด หลังเตารีด ปี ๒๕๐๕ เหรียญพ่อท่านคล้าย และเหรียญพ่อท่านเขียว วัดหรงบล อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งผมเชื่อว่า นอกจากเรื่องกรรมเวรแล้วพุทธปาฏิหาริย์และความศักดิ์สิทธิ์ในสิ่งที่เรา เชื่อเคารพศรัทธา ช่วยให้เราพ้นจากจุดวิกฤตได้” พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าว
พร้อมกันนี้ พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ พูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า "การแขวนพระนอกจากช่วยให้มีกำลังใจแล้ว ต้องรู้จักเรียนรู้ธรรมในองค์พระด้วยว่า พระที่นำมาสักการบูชานั้น พระคณาจารย์ท่านได้ซ่อนปริศนาธรรมอะไรเอาไว้บ้าง อย่าแขวนพระด้วยความไม่รู้ เพราะจะไม่เกิดประโยชน์ และที่สำคัญ ต้องทำตนให้ตั้งมั่นอยู่ในศีล สมาธิ และปัญญา จึงจะนำมาซึ่งพุทธานุภาพ อันเป็นที่ประจักษ์กับชีวิตของเรา"
ทำหนังสือเพื่อทำบุญ
นอกจากพระเครื่องที่สะสมไว้เป็นจำนวนมาก โดยใช้วิธีการจดและบันทึกผ่านเทปบันทึกเสียงจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อได้ แล้ว ”พ.ต.ท.สุรเชษฐ์” ยังศึกษาวิธีถ่ายภาพพระเครื่องจนเกิดความชำนาญ จนในที่สุดก็ได้นำภาพพระและข้อมูลที่เก็บรวบรวมจำนวนมาก มาถ่ายทอดเป็นหนังสือที่ชื่อว่า “พระเครื่องเมืองใต้” ซึ่งเป็นนิตยสารที่ไม่มุ่งขายพระ แต่จะเน้นให้ความรู้แก่ผู้อ่าน โดยเฉพาะการชี้ตำหนิและจุดสังเกต เพื่อให้ทราบอย่างละเอียดทุกแง่มุม ทั้งนี้ จะเป็นพระเครื่องเฉพาะภาคใต้ โดยปัจจุบันตีพิมพ์ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ ๘ แล้ว
ภาพพระเครื่อง นอกจากจะชี้ตำหนิเก๊แท้แล้ว ยังมีพระเครื่องที่หาชมยากของภาคใต้ ที่สำคัญพระเหรียญบางรุ่น หรือพระเนื้อผง หรือพระเนื้อดิน บางรุ่นกำลังจะหายสาปสูญไปจากสารบบ เนื่องไม่มีใครศึกษาและถ่ายทอดข้อมูลจากคนรุ่นเก่ามาสู่คนรุ่นใหม่ เพื่อให้ร่วมกันสืบสานและรำลึกถึงคุณค่าของดีที่อยู่คู่ชุมชนมาตั้งแต่ครั้ง บรรพชน
“หนังสือพระเครื่องฉบับนี้ ผมพิมพ์ครั้งละห้าพันเล่ม ไม่เคยพอจำหน่าย ที่สำคัญไม่มีพิมพ์ซ้ำ จนขณะนี้หลายฉบับเป็นของหายาก เพราะถือเป็นคู่มือนักสะสมพระอย่างดี โดยภาพพระทุกองค์จะถ่ายด้วยตัวเอง รวมทั้งบอกที่มาที่ไป หรือเจ้าของพระองค์นั้นชัดเจน ที่สำคัญรายได้จากการขายหนังสือส่วนหนึ่งผมจะเอาไปทำบุญวัดทั่วภาคใต้” พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าว
ทั้งนี้ สว.จราจร สภ.หาดใหญ่ จะใช้เวลาเขียนหลังเลิกงานในช่วงค่ำ ส่วนข้อมูลจะใช้เวลาวันหยุดไปยังวัดและสถานที่ต่างๆ และเก็บรวบรวมพร้อมทั้งถ่ายภาพด้วยตัวเอง ซึ่งรายได้จากการขายหนังสือราคาเล่มละ ๓๐๐ บาท จะนำไปทำบุญให้กับวัด และส่วนหนึ่งนำไปสนับสนุนกิจกรรมของตำรวจ ช่วยเหลือผู้ใต้บังคับบัญชา รวมถึงกิจกรรมทางสังคม



