พระเครื่อง

“โบสถ์แดงวัดศิลางู”ศิลปศรีวิชัย-บายนกลางเกาะสมุย

“โบสถ์แดงวัดศิลางู”ศิลปศรีวิชัย-บายนกลางเกาะสมุย

11 พ.ย. 2554

“โบสถ์แดงวัดศิลางู”ศิลปศรีวิชัย-บายน กลางเกาะสมุย : ท่องไปในแดนธรรม โดยเรื่อง / ภาพโดย สุพิชฌาย์ รัตนะ / ศูนย์ข่าวภาคใต้

                “วัดราชธรรมาราม” หรือ “วัดศิลางู” อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นอกจากจะมีทิวทัศน์ที่ติดกับทะเลอันสวยงามแล้ว ยังเป็นศาสนสถานสำคัญอันเป็นดั่งศูนย์กลางผูกใจให้ชาวเกาะแห่งนี้มาอย่างยาวนาน นับแต่อดีตจวบจนกระทั่งถึงปัจจุบันแล้ว วัดแห่งนี้ยังมี “โบสถ์แดง” ประติมากรรมทางพุทธศาสนาที่เกิดขึ้นด้วยจิตกุศลของคนสมุย และพลังศรัทธาจากสาธุชนทั่วประเทศ จนนาทีนี้ศาสนสถานแห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในโปรแกรมท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
   
              “พระอาจารย์เมตไตร อชิโต” เจ้าอาวาสวัดศิลางู เริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า ตามประวัติแต่เริ่มเดิมทีนั้นชาวบ้านเรียกวัดแห่งนี้กันว่า “วัดพระธาตุหินงู” เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุศิลางู อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวเกาะสมุย เป็นเจดีย์สีทองทั้งองค์ตั้งอยู่บนลานกว้างริมชายทะเล ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งท่านเจ้าคุณ พระอรรถทัศสุทธิพงศ์ แห่งวัดชีโทน อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นผู้มอบให้ และเมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๐๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมานมัสการ ทางวัดจึงถือเป็นงานนมัสการพระธาตุเป็นประเพณี และจัดงานนมัสการพระธาตุทุกวันที่ ๒๔ เมษายน ของทุกปี
   
              สำหรับ วัดศิลางู เป็นวัดเก่าแก่อยู่คู่กับชาวสมุยมายาวนาน และเป็นที่รู้จักกันในหมู่นักท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะชาวต่างชาติ นับตั้งแต่มีการก่อสร้าง "อุโบสถสีแดง" ทั้งหลัง ในปี ๒๕๕๐ ทำให้ใครก็ตามที่มาเยือนเกาะแห่งนี้ จะต้องแวะเวียนมาชื่นชมความวิจิตรงดงามที่รังสรรค์ปั้นแต่งตามเรื่องราวทางพุทธประวัติ ทั้งภายในและภายนอกอุโบสถ
   
              พระอาจารย์เมตไตร เล่าว่า เหตุผลของการสร้างโบสถ์สีแดง เนื่องจากวัสดุอุปกรณ์หลักที่ใช้คือหินปูนเค็ม จากนั้นนำมาทุบแล้วบดให้ละเอียด ก่อนนำมาผสมกับปูนซึ่งสามารถหาได้จากเกาะสมุย  และที่สำคัญสามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการนำอิฐหิน ดิน ทราย จากฝั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานีใส่เรือก่อนแล่นฝ่าคลื่นลมมาขึ้นเกาะแห่งนี้
     
              ด้วยความที่เป็นหินบดละเอียดก่อนนำมาผสมกับปูน ทำให้สีของพื้นผิวของโบสถ์ออกมาไม่สวยงามเท่าที่ควร จึงทดลองนำสีแดงผสมลงไปในระหว่างขั้นตอนการผสมกับปูน จึงทำให้ได้สีที่แปลกตา  จนกลายเป็นโบสถ์ที่มีสีแดงทั้งหลัง สร้างความสะดุดตาแก่นักท่องเที่ยว 
   
              “สีแดงของโบสถ์ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่เกิดจากการนำเอาวัสดุและสิ่งของที่มีอยู่ในท้องถิ่นเวลานั้นมาผสมกัน จนได้เนื้อปูนที่มีสีแดง จนในที่สุดวัดแห่งนี้ก็ได้โบสถ์ที่มีสีไม่เหมือนที่ใดๆ ในภาคใต้” พระอาจารย์เมตไตร กล่าว
   
              สำหรับโบสถ์แห่งนี้มีศิลปะลักษณะศรีวิชัยกึ่งบายน มหาอุด โดยหลวงพ่อเพี้ยน วัดเกริ่นกฐิน อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี เป็นผู้วางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๐ โดยขณะนี้การก่อสร้างได้แล้วเสร็จประมาณ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ แม้จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ทั้งหมด แต่ก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาชมความงดงามไม่เว้นแต่ละวัน
   
              “การก่อสร้างเป็นงานฝีมือทั้งหมด โดยใช้ช่างเฉพาะทางในศิลปะแต่ละแขนง มารับผิดชอบการปั้นลวดลายตามพุทธประติแต่ละตอน ส่วนหินที่นำมาตำให้ละเอียดก่อนผสมก็ล้วนมาจากแรงศรัทธาของญาติโยมทั้งสิ้น ดังนั้น โบสถ์สีแดงแห่งนี้จึงนับได้ว่า เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญที่หลอมรวมใจของชาวเกาะสมุย ซึ่งคาดว่าในปี ๒๕๕๕ ทุกอย่างจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์” พระอาจารย์เมตไตร กล่าว
   
              เจ้าอาวาสวัดศิลางู กล่าวต่อว่า ด้วยโบสถ์ที่มีสีแดง สามารถกระตุกต่อมความสนใจของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศให้เลี้ยวพวงมาลัยรถเข้าวัด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกุศโลบายที่ทำให้มนุษย์ได้ใกล้ชิดกับพระธรรม คำสอนของพระพุทธองค์ ผ่านประติมากรรมและงานศิลปะ ดังนั้นใครก็ตามที่ได้มาท่องเที่ยวเกาะสมุย นอกจากจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ยังจะได้สัมผัสความงดงามในโลกของธรรมะอีกด้วย


แรงศรัทธา“เพชรสมุย”

   
              “พระอาจารย์เมตไตร อชิโต” เจ้าอาวาสวัดศิลางู บอกว่านับตั้งแต่วัดแห่งนี้ได้รับการยกฐานะจากสำนักสงฆ์เป็นวัด จวบจนกระทั่งในปี ๒๕๔๗ ทางวัดและชาวบ้านบนเกาะสมุยมีความเห็นตรงกันว่า ต้องดำเนินการก่อสร้างอุโบสถขึ้น เพื่อให้สงฆ์ได้ทำสังฆกรรมตามพระธรรมวินัย

              แต่เนื่องจากเวลานั้นทางวัดศิลางู ยังขาดปัจจัยในการก่อสร้าง ทางคณะกรรมการวัดจึงมีความเห็นให้จัดสร้างวัตถุมงคลเพื่อหารายได้ โดยความร่วมมือร่วมใจทั้งฝ่ายสงฆ์และฝ่ายฆราวาส ได้จัดสร้าง “จตุคามรามเทพ” รุ่น “เพชรสมุย” เพื่อให้ผู้ศรัทธาได้ร่วมทำบุญสมทบทุน "สร้างอุโบสถ" วัดศิลางู ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ขึ้นในปี ๒๕๕๐ โดยปลุกเสก ๕ พิธี ๕ วาระ ครั้งแรกวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๐ ทำพิธีบวงสรวง ณ ศาลหลักเมือง ครั้งที่ ๒ ที่วัดพระมหาธาตุ จ.นครศรีธรรมราช ครั้งที่ ๓ ประกอบพิธีกลางทะเลอ่าวไทย ครั้งที่ ๔ ยอดเขาป้อมเกาะสมุย และครั้งสุดท้าย วันที่ ๒๔ เมษายน ๕๐ ที่วัดศิลางู  โดยรายได้จากการดำเนินการทั้งหมดได้นำมาก่อสร้างโบสถ์วัดศิลางู จนปรากฏผลในเชิงประจักษ์ ณ เวลานี้
   
               “อาตมาดีใจที่จุดประสงค์ในการจัดสร้างวัตถุมงคลครั้งนั้น สัมฤทธิผลอย่างที่เห็นในวันนี้ เพราะรายได้อันมาจากศรัทธาของประชาชน ได้ถูกนำมาเปลี่ยนเป็นโบสถ์สวยงาม ดังที่ทุกฝ่ายตั้งใจ และวันนี้ศาสนสถานแห่งนี้ยังกลายเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวสมุย และจะเป็นสัญลักษณ์ที่อยู่คู่กับพระพุทธศาสนาสืบไป” พระอาจารย์เมตไตร กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ

"}])