
หลวงพ่อประทานอภัยพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คู่บุญวัดไผ่ล้อม
หลวงพ่อประทานอภัยพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คู่บุญวัดไผ่ล้อม : พระองค์ครู โดยไตรเทพ ไกรงู
พระพุทธรูปปางต่างๆ สามารถบอกเล่าพระพุทธประวัติตอนนั้นๆ จากมุทรา คือการแสดงด้วยการใช้ท่ามือที่ยกขึ้นประกอบการจีบนิ้วมือเป็นสัญลักษณ์ซึ่งแต่ละท่าจะมีความหมายเฉพาะ ดังเช่น ปฐมเทศนา แสดงธรรม ประทานพร และประทานอภัย ซึ่งลักษณะการแสดงท่ามือและนิ้วมือ จะแตกต่างกันไป
โดยเฉพาะประทานอภัย หรืออภัยมุทรา เป็นการแสดงถึงช่วงเวลาที่พระพุทธเจ้ายกพระหัตถ์ขึ้นทั้ง ๒ ข้าง หันฝ่าพระหัตถ์ออก นิ้วพระหัตถ์ตั้งตรง เป็นการห้ามพระญาติทั้งฝ่ายพระพุทธบิดา และฝ่ายพระพุทธมารดา ที่จะรบกัน เพราะแย่งน้ำจากแม่น้ำโรหิณีที่กำลังเหือดแห้ง เพื่อสูบมาใช้ในการกสิกรรม เมื่อพระพุทธองค์เสด็จไปเพื่อระงับเหตุบาดหมาง ทรงมีพุทธวาจาตรัสถามและแสดงธรรมแก่พระประยูรญาติทั้งสองฝ่าย เมื่อพระประยูรญาติ สดับพระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดงจึงเลิกทิฐิมานะยุติความขัดแย้ง
หลวงพ่อพระพุทธ ประทานอภัย พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คู่บุญวัดไผ่ล้อม คู่บารมีหลวงพ่อพูล อัตตะรักโข มาตั้งแต่โบราณ แรกเริ่มสร้างวัด มีศิษยานุศิษย์ญาติโยมประชาชนทั่วไปมากราบไหว้ขอพรจำนวนมาก และมีเรื่องเล่าปากต่อปากถึงของปาฏิหาริย์จากการขอพรมากมาย
พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้ม จึงได้เชิญ อ.ณัฏฐภัทร จันทวิช ข้าราชการบำนาญ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพิพิธภัณฑ์ และโบราณคดี กรมศิลปากรมาพิสูจน์ทำประวัติ โดยได้ข้อสรุปว่า เป็นพระพุทธรูปศิลปะรัตนโกสินทร์ โลหะลงรักปิดทอง ขนาด สูง ๑๘๐ เซนติเมตร สูงพร้อมฐาน ๒๒๘ เซนติเมตร พระเนตร มุก ดวงตา นิล
พุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปประทับยืน ยกพระหัตถ์ซ้ายขึ้นระดับพระอุระ หันฝ่าพระหัตถ์ออก นิ้วพระหัตถ์ตรง แสดงประทานอภัย พระหัตถ์ขวาทอดยาวข้างพระวรกาย ครองจีวรห่มเฉียง เปิดพระอังสาขวา จีวรตกแต่งเป็นลายดอกพิกุลที่ประดับเป็นลายก้านแย่ง ซึ่งเป็นลักษณะที่เรียกว่าครองจีวรลายดอกพิกุลที่นิยมมากในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.๓ ) และนิยมมากขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.๔ ) หรือระหว่าง พ.ศ.๒๓๖๘-พ.ศ.๒๔๑๑



