พระเครื่อง

กฐินหลวงกฐินราษฎร์

กฐินหลวงกฐินราษฎร์

28 ต.ค. 2554

กฐินหลวงกฐินราษฎร์: คำวัด โดยพระธรรมกิตติวงศ์

         "กฐิน" มีกำหนดระยะเวลาถวาย จะถวายตลอดไปเหมือนผ้าชนิดอื่นมิได้ ระยะเวลานั้นมีเพียง ๑ เดือน คือตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ไปจนถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ (วันเพ็ญเดือน ๑๒ หรือวันลอยกระทง) ระยะเวลานี้เรียกว่า กฐินกาล โดยแบ่งเป็น กฐินต้น กฐินตกค้าง กฐินโจร กฐินทาน กฐินราษฎร์ และ กฐินหลวง เป็นต้น

         คำว่า " กฐินหลวง " พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙) ราชบัณฑิต และเจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม ได้ให้ความหมายไว้ว่า เป็นกฐินที่ทอดถวายแก่พระสงฆ์ผู้จำพรรษาในวัดหลวง แบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ ๑.พระเจ้าแผ่นดินเสด็จพระราชดำเนินไปทรงถวายด้วยพระองค์เอง เรียกว่า พระกฐินหลวง หรือ พระกฐินเด็จพระราชดำเนิน และ ๒.พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานให้พระบรมวงศานุวงศ์ หน่วยราชการ หรือประชาชนที่กราบบังคมทูลขอพระราชทานไปทอดที่วัดหลวงแทนพระองค์ เรียกว่า กฐินพระราชทาน ปัจจุบันมีเพียง ๑๖ วัดเท่านั้น เช่น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดบวรนิเวศวิหาร วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร เป็นต้น

         กฐินหลวง  ประกอบด้วยองค์กฐิน คือ ผ้ากฐินและบริวารกฐินที่เป็นทางราชการ มีงบประมาณจัดไว้โดยเฉพาะ และมีจำนวนเท่ากับวัดหลวงในประเทศทั้งหมด ในปัจจุบันกรมการศาสนารับผิดชอบจัดผ้าพระกฐินและเครื่องกฐินถวาย ทั้งนี้ ผู้ขอพระราชทานสามารถจัดบริวารกฐินถวายวัดเพิ่มได้

         ส่วนคำว่า "กฐินต้น" เจ้าคุณทองดีได้ให้ความหมายไว้ว่า เป็นกฐินที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จพระราชดำเนินไปถวายที่วัดราษฎร์อย่างไม่เป็นทางการ ที่เรียกเช่นนี้เพราะเป็นการหนึ่งในพระเจ้าแผ่นดิน มีลักษณะเดียวกับคำว่า ประพาสต้น ช้างต้น ม้าต้น

         กฐินต้น เป็นกฐินที่ไม่กำหนดวัดแน่นอน แล้วทรงจะกรุณาโปรดวัดใด ถือว่าเป็นการพระราชกุศลส่วนพระองค์ตามพระราชอัธยาศัย ส่วนใหญ่จะเป็นวัดตามหัวเมืองที่ทรงพระราชอัธยาศัย และมิใช่เป็นวัดหลวง เพราะกฐินวัดหลวงถือว่าเป็นของหลวง หรือของพระเจ้าแผ่นดินโดยตรงอยู่แล้ว

         ในขณะที่ "กฐินราษฎร์" คือ กฐินที่ราษฎร หรือชาวบ้านทั่วไปจัดการทอดกันเองที่วัดราษฎร์ อาจจะมีเจ้าภาพทอดคนเดียว ที่เรียกว่า "เจ้าภาพกฐิน" ก็ได้ หรืออาจจะรวมกันเป็นคณะไปทอดร่วมกันเรียกว่า "กฐินสามัคคี" ก็ได้ แม้การทอดจุลกฐินก็นับเป็นกฐินสามัคคีเช่นกัน ส่วนใหญ่ทำกันเป็นงานใหญ่เอิกเกริก ถือว่าเป็นบุญใหญ่ได้อานิสงส์มาก

"}])