พระเครื่อง

อิทธิพล คุณปลื้มกับ...พระเครื่อง ๕ องค์ที่"ทรงอิทธิพล"

อิทธิพล คุณปลื้มกับ...พระเครื่อง ๕ องค์ที่"ทรงอิทธิพล"

08 ต.ค. 2554

อิทธิพล คุณปลื้มกับ...พระเครื่อง ๕ องค์ที่"ทรงอิทธิพล" : สรณะคนดัง เรื่อง/ภาพ ไตรเทพ ไกรงู

           "เหรียญ ร.๕" หรือเหรียญพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถือเป็นเหรียญยอดนิยมที่สุดในบรรดาเหรียญที่ระลึกของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริย์ในอดีต ด้วยเหตุที่ว่า "ผู้นำไปใช้มีประสบการณ์มากมายเกินคณานับ" แต่เหนือสิ่งอื่นใดน่าจะมาจาก "พระองค์ได้ประกาศเลิกทาส ให้พลเมืองมีเสรีภาพและสิทธิเสมอกัน โดยทรงเริ่มดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๑๗ จนกระทั่ง พ.ศ.๒๔๔๒ ทั้งนี้ทรงประกาศใช้ พ.ร.บ.ทาส ร.ศ.๑๒๕ ให้ลูกทาสเป็นไทยทั้งหมด"

             เหตุที่เหรียญ ร.๕ ได้รับความนิยม เพราะพระองค์ท่านมีบารมีสูง ผู้ที่ห้อยบูชาเหรียญของพระองค์ท่านจึงได้รับบารมีไปด้วย ซึ่งมีเหรียญทั้งที่ปลุกเสกและไม่ปลุกเสก อย่างกับเหรียญปราบฮ่อ เหรียญที่ระลึกประเภทปฏิบัติดีปฏิบัติชอบในราชการสงคราม ทั้งนี้พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๒๗ สำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบแก่ผู้ที่ไปราชการสงคราม คราวปราบโจรฮ่อที่รุกล้ำพระราชอาณาเขตทางเหนือ หรือบริเวณประเทศลาวในปัจจุบัน แม้จะเป็นเหรียญที่ไม่ได้เข้าพิธีปลุกเสกโดยเกจิอาจารย์ แต่เป็นเหรียญที่มีพุทธคุณสูง โดยมีคติความเชื่อว่า ผู้แขวนจะมีโชคลาภบารมี

            โดยหนึ่งในผู้ที่เชื่อว่าแขวนเหรียญปราบฮ่อแล้วจะเป็นผู้มีโชคลาภและบารมี คือนายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา โดยเขาได้รับมอบเหรียญดังกล่าวมาจากแม่ยาย และแขวนเหรียญนี้ร่วมกับพระเครื่ององค์อื่นๆ อีก ๔ องค์ คือ ๑.เหรียญหลวงปู่เอี่ยม ยันต์สี่วัดหนัง กทม. ๒.พระสมเด็จ วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ ๓.พระเพชรหลีก วัดอ่างศิลา รุ่นเจ้าคุณศรี และ ๔.พระพิฆเนศวร

              "คนไทยอยู่ใต้ร่มพระบารมีของพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะเสด็จพ่อ ร.๕ พระองค์ท่านได้สร้างคุณให้แผ่นดินไทยนานัปการ ซึ่งที่ผ่านมาไม่ว่าจะเรียนที่โรงเรียนสวนกุหลาบ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่างก็เป็นสถาบันการศึกษาที่พระองค์ให้กำเนิด กอปรกับเหรียญรัชกาลที่ ๕ ปราบฮ่อ ขึ้นชื่อว่ามีเมตตาสูง ขนาดเสกหญ้าให้ม้ากินมายังเชื่อง ถือว่าเมตตาสูง" นี่เป็นเหตุผลของนายอิทธิพล

            พร้อมกันนี้ นายอิทธิพลยังบอกด้วยว่า ปกติเป็นคนขับรถเอง ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยเกิดอุบัติเหตุใดๆ เลย การไม่เกิดอุบัติเหตุและการดำรงชีวิตอยู่ได้โดยปกตินั้นถือว่าเป็นปาฏิหาริย์เหนือปาฏิหาริย์ ทั้งนี้ถ้าอธิบายตามหลักพุทธศาสนา ส่วนหนึ่งเกิดจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่ อีกส่วนถึงเกิดจากกิจกรรมบุญที่ทำมาโดยตลอด และวัดที่มักไปทำบุญเป็นประจำมีอยู่ ๓ วัด คือวัดที่ใกล้ๆ บ้านเกิด คือ วัดไตรมุขชยาราม เขาสามมุข บางแสน เพราะครอบครัวสนิทกับหลวงพ่ออดีตเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นวัดที่ครอบครัวไปทำบุญเป็นประจำ ส่วนอีกวัดหนึ่ง คือวัดแจ้งเจริญดอน เป็นวัดที่ครอบครัวให้การอุปถัมภ์มาตั้งแต่แรกเริ่ม หากเข้ากรุงเทพฯ ก็จะไปไหว้พระที่วัดชนะสงคราม เพราะในสมัยเรียนก็ไปไหว้พระวัดนี้บ่อยๆ ขณะเดียวกันที่บ้านภรรยาก็ทำบุญวัดนี้เป็นประจำ

            เมื่อถามถึงพระธรรม หรือหลักธรรม ที่ใช้บริหารงานเมืองพัทยา นายอิทธิพล บอกว่า ใช้หลักธรรมหัวข้อมัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง เป็นหัวข้อหนึ่งในปฐมเทศนาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงในวันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นทางแห่งปัญญา เพราะหากปราศจากปัญญาแล้ว ย่อมไม่สามารถเดินไปถึงจุดหมายแห่งการพ้นทุกข์ได้ บางท่านเข้าใจผิดว่าทางสายกลางหมายถึง ไม่ดีสุดโต่งและไม่เลวสุดโต่ง ซึ่งไม่ใช่ความเห็นที่ถูกต้อง เพราะเรากำลังพูดถึงกุศลธรรมหรือธรรมฝ่ายดี ย่อมไม่ใช่การทำดีบ้างทำเลวบ้างตามที่บางคนเข้าใจ

            ทั้งนี้ นายอิทธิพลพูดไว้อย่างน่าคิดว่า ทางสายกลาง เป็นการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่ไม่ตึงไม่หย่อนเกินไป เป็นความพอดี ซึ่งจุดของความพอดีสำหรับแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป ไม่หย่อนและไม่ตึงจนเกินไป ต้องมีการผ่อนหนักผ่อนเบา บางอย่างเข้มงวดเกินไปก็จะทำให้ผู้ประกอบการเดือดร้อน บางเรื่องตามระเบียบเกินไปงานก็ไม่เดิน หากละเลยจนเกินไปก็จะกลายเป็นไร้ประสิทธิภาพ เปรียบได้กับนักกีฬาที่ต้องมีโปรแกรมการฝึกฝนที่ต่างกัน เพื่อเสริมจุดแข็งกำจัดจุดอ่อนของแต่ละคน โดยมีเป้าหมายที่เหมือนกัน คือชัยชนะ

            อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ข้าราชการในสังกัดเมืองพัทยาเข้าถึงธรรม นายอิทธิพลได้จัดทำโครงการส่งเสริมเรื่อง ศีล สมาธิ และภาวนา โดยจัดให้มีการตั้งชมรมพุทธศาสน์เมืองพัทยา ให้พนักงานได้สวดมนต์เย็นทุกวันพฤหัสบดีที่ ๓ ของเดือน ด้วยความสมัครใจ นอกจากนี้แล้วเมื่อมีงานบุญในวันสำคัญทางศาสนาเขาจะเวียนไปทำบุญตามวัด และสำนักสงฆ์ต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในเมืองพัทยาทั้ง ๑๓ แห่ง เช่น จิตภาลันวิทยาลัย ซึ่งเป็นตำนานแห่งโรงเรียนพระ วัดช่องลม นาเกลือ มีโบสถ์เก่าอายุกว่า ๑๐๐ ปี วัดสว่างฟ้า มีโบสถ์สร้างสมัยอยุธยา อายุกว่า ๔๐๐ ปี สำนักสงฆ์หนองอ้อ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง และวัดชัยมงคล บริเวณพัทยาใต้ สร้างขึ้นมาพร้อมๆ กับเมืองพัทยา


พัทยาประกวดพระ

            โครงการจัดนิทรรศการประกวดการอนุรักษ์พระบูชา พระเครื่องและเหรียญคณาจารย์ เมืองพัทยา ประจำปี ๒๕๕๔ เป็นกิจกรรมที่เกิดจากความร่วมมือของเมืองพัทยา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ชมรมพระเครื่องเมืองพัทยา โดยนายนำชัยชนะ ดีวิ ประธานภาคตะวันออก เขต ๑ นายสำเรือน ทับจันทร์ หรือครูดุก พัทยา และนายสง่า กิจาเร็จ รวมทั้งเซียนพระจากทั่วภาคตะวันออก

            ความโดดเด่นในการจัดงานในปีนี้ได้จัดประกวดขึ้น ณ ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก ซอยชัยพฤกษ์ ๒ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี มีห้องแอร์และที่จอดรถสะดวกสบาย โดยมีวัตถุประสงค์ ๑.เพื่อหารายได้ช่วยเหลือเด็กเรียนดีแต่ยากจน ๒.เพื่อหารายได้ช่วยเหลือทหารพรานที่ปฏิบัติหน้าที่ตามชายแดน ๓.เพื่อหารายได้ช่วยเหลือกิจกรรมการกุศลอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการเห็นชอบ และ ๔.เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พระเก่าที่ จ.ดชลบุรี ที่มีมายาวนานกว่านับพันปี พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เซียนพระจากทั่วประเทศได้มาร่วมประกวดและบูชาพระเครื่องในครั้งนี้ และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

            สำหรับกิจกรรมภายในงานประกวดพระเครื่องปีนี้ ได้แก่ การออกร้านตั้งโต๊ะพระเครื่องกว่า ๕๐๐ โต๊ะ และประกวดพระเกือบ ๒,๐๐๐ รายการ ในวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๔ เป็นการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนที่โรงแรมทาวน์อินทาวน์ เพื่อให้เซียนพระได้พบปะสังสรรค์กัน ส่วนวันอาทิตย์ที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๔ จะเป็นงานการประกวดพระ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป

 

"}])