
ฝ่าวิกฤติเมืองไทย (8) อภัยวิถี
ฝ่าวิกฤติเมืองไทย (8) อภัยวิถี : คันฉ่องและโคมฉาย โดย ว.วชิรเมธี
เราไม่ควรมองข้ามการปฏิรูปประเทศไทยในระดับทิฐิ หรือระดับจิตวิญญาณด้วย เพราะจากบทเรียนที่ผ่านมา ประเทศไทยปฏิรูปกันมาแล้วหลายครั้ง เราสร้างระบบที่เชื่อกันว่าดีที่สุด (อย่างรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐) แต่แล้ว ปัญหาเดิมๆ กลับยังคงอยู่ นั่นเป็นเพราะว่า เราปฏิรูประบบ แต่วิธีคิด ค่านิยม วัฒนธรรมเดิมๆ ที่เป็นตัวปัญหาของชาติ ยังไม่เคยได้รับการปฏิรูป
ย้ำชัดๆ ว่า หากเราไม่ปฏิรูปกระบวนทัศน์ของคนไทย หรือจิตสำนึกของคนไทย (เช่น ค่านิยมอันตรายที่ว่า โกงก็ได้ แต่ขอให้แบ่งกัน) การปฏิรูปครั้งใหม่ก็จะทำให้เกิดวิกฤติครั้งใหม่ที่ไม่ต่างไปจากทุกครั้งเท่านั้นเอง
๕. ฟื้นฟูขวัญและกำลังใจของคนไทยด้วยการจัด “บายศรีสู่ขวัญประเทศไทย” ณ ใจกลางสถานที่ชุมนุมเดิม (เช่น แยกราชประสงค์ หรือสถานที่อื่นใด)
สงครามกลางเมืองครั้งประวัติศาสตร์คราวนี้ เป็นสิ่งที่ทำให้ขวัญและกำลังใจของคนไทยตกต่ำย่ำแย่อย่างชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน ดังนั้น จึงควรมีการฟื้นฟูบูรณะขวัญและกำลังใจของคนไทยให้ฟื้นคืนมาดังเดิม สร้างขวัญและกำลังใจขึ้นมาใหม่ด้วยการทำบุญประเทศในรูปแบบต่างๆ ซึ่งในที่นี้ขอเสนอให้มีการ “บายศรีสู่ขวัญประเทศไทย” เพื่อเรียกขวัญและกำลังใจของคนไทยกลับคืนมาพร้อมทั้งจัดการ “เจริญพระพุทธมนต์” และประพรมน้ำพระพุทธมนต์ทั่วกรุงเทพฯ โดยเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสงครามกลางเมืองหรือหุ้นส่วนของความขัดแย้งทุกกลุ่มมาร่วมในพิธีนี้
พิธีนี้จะมีนัยสำคัญอย่างน้อยสามประการ กล่าวคือ
๑. เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ
๒. เพื่อทำบุญประเทศครั้งใหญ่เหมือนในสมัยพุทธกาลที่พอวิกฤติโรคร้ายสร่างซา พระพุทธองค์โปรดให้พระอานนท์ไปประพรมน้ำพระพุทธมนต์เพื่อสร้างกำลังใจให้แก่ประชาชนชื่นใจ
๓. เพื่อสร้าง “อภัยวิถี” คือ วิธีการให้อภัย (ภาวะที่ไม่น่ากลัว) แก่กันและกันระหว่างผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย พร้อมทั้งเป็นการส่งสัญญาณต่อประชาคมโลกว่า ประเทศไทยกลับคืนสู่สันติภาพและเป็นปกติสุขแล้ว
เราทุกคนคือหุ้นส่วนประเทศไทย ประเทศจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเราคนไทยทุกคน อย่าปล่อยให้ประเทศไทย อยู่ในกำมือของนักการเมืองเพียงฝ่ายเดียวเหมือนที่ผ่านมา เราต้องกล้าที่จะร่วมกันลุกขึ้นมาเปลี่ยนประเทศไทย
เวลานี้ เราพูดกันมากว่า ประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิม คำกล่าวนี้คงไม่ผิด แต่คำว่า “ไม่เหมือนเดิม” ต้องหมายถึง ไม่เหมือนเดิมในทิศทางที่ดีขึ้น ไม่ใช่ไม่เหมือนเดิมในทิศทางที่แย่ลงกว่าเดิม ประเทศไทยวันพรุ่งนี้ ต้องดีกว่าวันนี้ นี่คือ สิ่งที่เราทุกคนต้องร่วมกันสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นให้ได้ในเร็ววัน



