พระเครื่อง

ตื่นเถิดยุวชน

ตื่นเถิดยุวชน

27 ก.ย. 2554

ตื่นเถิดยุวชน : พึ่งตนพึ่งธรรม โดย มนสิกุล โอวาทเภสัชช์

          พ่อแม่หลายคนอาจกำลังปวดหัวกับลูกๆ ที่กำลังอยู่ในวัยรุ่น ครูเองก็ไม่ใกล้ชิดลูกศิษย์ กิจกรรมในบ้าน ในชุมชน และในสังคม สำหรับเด็กไทยเป็นกิจกรรมที่ผู้ใหญ่คิดให้เด็กทำซะส่วนใหญ่ เด็กเลยไม่สนุก และเบื่อหน่าย จึงไปเกาะกลุ่มกันทำกิจกรรมที่โลดโผนเกินไปกว่าผู้ใหญ่จะตามทัน

           สังคมไทยพรุ่งนี้เป็นอย่างไร สังเกตได้จากการที่ผู้ใหญ่เป็น และพฤติกรรมของเด็กที่ได้ลอกเลียนแบบผู้ใหญ่ที่ไร้วุฒิภาวะอย่างไม่รู้ตัวไปนั่นเอง

           ภิกษุฟับคอย (Phap Khoi) เภสัชกร ลูกครึ่งอเมริกัน-เวียดนาม หนึ่งในพระภิกษุมหายาน สายเซน ลูกศิษย์ท่านติช นัท ฮันห์ กล่าวว่า ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดในประเทศไทยเท่านั้น หากเป็นปัญหาอยู่ทั่วโลก การจัดภาวนาให้เด็ก วัยรุ่น จึงต้องมีกุศโลบายมากมาย ที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องรู้จักโลกของเขา และเข้าไปอยู่ในโลกของเขา แล้วนำธรรมเข้าไปแทรกอยู่ในวิถีของกิจกรรมต่างๆ อย่างผสานกลมกลืน

           "อย่างเช่น ศีล 5 เราใช้คำว่า ข้อฝึกอบรมสติ 5 ประการ การฝึกปฏิบัติไม่ยาก เราค่อยๆ ให้เด็กทำความเข้าใจกับวิถีชีวิตของตัวเอง ที่สัมพันธ์กับชีวิตอื่น เพื่อการมีสุขภาพกายใจที่แข็งแรง สมบูรณ์ เราจำเป็นต้องเข้าใจว่า การไม่กินเนื้อสัตว์ ทำให้เราปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บอย่างไร ทำให้สัตว์ไม่หวาดระแวงเราอย่างไร และทำให้เราอยู่ร่วมกับสัตว์อย่างมีเมตตากรุณาต่อกันอย่างไร ที่สำคัญคือ สัตว์ทุกชนิด ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นอาหารเรา เพียงแค่ข้อผึกอบรมสติในข้อแรกก็ลึกซึ้งมาก บางทีก็จำเป็นต้องนำกิจกรรมอื่นๆ มาเกี่ยวข้องเพื่อให้เขาเข้าถึงการฝึกปฏิบัติศีลในข้อแรกนี้ เช่นว่า ชวนกันไปแคมปิ้ง ไปปีนเขา เรียนรู้ชีวิตของสัตว์ที่อยู่กับธรรมชาติอย่างเป็นอิสระ เช่นเดียวกับตัวเราที่รักอิสรภาพเช่นกัน

           "หรืออย่างดนตรี หนุ่มสาวมีเต้นแร็พ เราก็เอาการเจริญสติ เข้าไปในช่วงเวลาเต้นแร็พ เต้นอย่างรู้ตัวนั้นต่างจากเต้นอย่างขาดสติเป็นอย่างไร เอาเนื้อหาธรรมะ ความเมตตา กรุณา มิตรภาพ การแบ่งปันเข้าไปใส่ลงไป ปัญหาคือเราต้องพูดภาษาเดียวกันเขา แต่ใส่ธรรมะเข้าไป ให้เขารับรู้มันได้ง่าย สัมผัสมันได้ง่าย เราสามารถใส่พลังการตระหนักรู้เข้าไปได้ มีหลายรูปแบบที่เราจะประยุกต์เข้าไปให้เด็กได้ธรรมะ"

           ท่านติช นัท ฮันห์ ผู้ก่อตั้งหมู่บ้านพลัม ชุมชนพุทธบริษัทสี่ ในประเทศฝรั่งเศส เห็นปัญหาของเด็กและวัยรุ่นที่เป็นอยู่ ขณะเดียวกันท่านก็รู้ว่า จะนำวิถีแห่งสติลงไปให้กับพวกเขาอย่างไร เมื่อสองปีก่อน กลุ่ม Wake up จึงได้เกิดขึ้นกับเยาวชน เพื่อประยุกต์ธรรมะให้เข้าไปอยู่ในโลกของเขาอย่างสมสมัย แต่ก็มีคำถามมากมายจากผู้ใหญ่ที่ยังติดอยู่ในภาพเดิมๆ โดยเฉพาะผู้ใหญ่คนไทยบางคนที่เป็นห่วงว่าจะทำให้ศาสนาอันตรธานหรือไม่ ที่พระมาเต้นแร็พกับวัยรุ่น ทำได้จริงๆ หรือ แล้วพระพุทธเจ้าท่านไม่ให้ทำอย่างนั้น แล้วไปทำได้อย่างไร

            หลวงพี่อธิบายว่า การทำงานของท่าน เพื่อทำให้เด็กรุ่นใหม่ได้รับธรรมะอย่างไม่ถูกบังคับยัดเยียด การสวดมนต์ก็เป็นท่วงทำนอง เหมือนบทเพลงที่นำเนื้อหาธรรมะไปใส่ในการเต้นแร็พ

           "สิ่งที่ทำ แม้พระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติก็จริง แต่เราดูที่ผล เมื่อจะดึงกลุ่มวัยรุ่นเข้ามาก็ต้องไปเดินป่า ปีนเขา แคมป์ไฟ แม้กระทั่งเต้นรำ มากกว่าที่จะมานั่งในโบสถ์ สมัยก่อนไม่มีโทรศัพท์ เดี๋ยวนี้มี เราก็นำธรรมะมาใส่ไว้ในโทรศัพท์ได้ ให้พ่อแม่บอกรักลูกโดยการให้เขากลับมาอยู่กับลมหายใจสักสามครั้งก่อนที่จะรับ หรือก่อนที่จะพูดอะไรลงไป และเมื่อพูดก็ให้พูดด้วยวาจาแห่งรัก ก็เป็นไปได้ 

           "การมีสติ ไม่ได้แปลว่า เดินช้าๆ การเดินช้าๆ อาจไม่มีสติก็ได้ เราอย่าไปติดในสิ่งที่เคยรับรู้ ว่าสิ่งนี้พระพุทธเจ้าไม่ได้บอก แต่เราต้องนำวิถีการเจริญสติมาใช้ในชีวิตประจำวันให้ได้ในทุกๆ ขณะ และเมื่อปฏิบัติแล้วเราจะเข้าใจเองว่า เมื่อภายในเราสงบลง มันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร จิตเดิมแท้ของทุกคนเหมือนกัน สิ่งที่เราทำคือกุศโลบายในรูปแบบแตกต่างกัน แต่ให้เหมาะสมกับคนที่มา เด็กที่มาร่วมจัดงาน Wake Up ในค่ายของเขา เราเป็นเพียงไปช่วย ไปผลักดันให้เขาสามารถทำกิจกรรมอย่างมีสติร่วมกัน เท่านั้นเอง" 

           แม้กระทั่งตัวท่านเองที่เป็นพระ มาเมืองไทย หลายคนก็ตั้งคำถามว่า พระถ่ายวิดีโอได้ด้วยหรือ หลวงพี่ฟับคอย ซึ่งมีหน้าที่ถ่ายวิดีโอขณะที่ท่านติช นัท ฮันห์บรรยายธรรม เพื่อถ่ายทอดสดไปยังเว็บไซต์หมู่บ้านพลัม ให้ประชาชนทั่วโลกได้ฟังธรรมบรรยายจากท่านไปพร้อมๆ กัน อธิบายว่า เวลาต้องถ่ายภาพ อยู่ต่อหน้ากล้อง ก็ตระหนักรู้ลมหายใจอย่างมีสติไปด้วย ทำให้ประยุกต์การปฏิบัติไปสู่การทำงาน

           "เวลาถ่ายวิดีโอ เรากำลังให้ความสนใจในการทำงาน ถ้าทำเร็วเกินไปภาพก็ไม่ชัดเจน ต้องโฟกัสไปที่การถ่าย เวลาท่านติช นัท ฮันห์แสดงธรรม เราต้องมั่นใจว่า สิ่งที่ถ่ายต้องชัดเจน ดังนั้น ต้องตระหนักรู้ทุกการเคลื่อนไหว ถ้าภาพออกมาดี คนได้ดู ก็เป็นประโยชน์ทางส่วนรวมที่ท่านได้สื่อบรรยายไปถึงทุกคน หน้าที่ของเรา เพียงแค่เตรียมทุกสิ่งทุกอย่างให้พร้อม แล้วถ่ายในสิ่งที่ท่านกำลังถ่ายทอดให้ครบถ้วนมากที่สุด

           "หน้าที่หลักของเราคือการปฏิบัติเจริญสติ แต่การถ่ายวิดีโอเป็นสิ่งที่สอง เราอาศัยกิจกรรมที่สองเพื่อฝึกเจริญสติไปด้วย เราอาศัยความสามารถที่มีอยู่แล้วหยิบยื่นสิ่งที่ดีที่สุดให้ทุกคน สิ่งที่หลวงพี่ทำตรงนี้ อาจดูแปลกสำหรับคนไทย ที่หมู่บ้านพลัม ทำไมพระทำได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เราอยากจะบอกว่า เราทำเพื่อสติ เพียงแค่เราประยุกต์การปฏิบัติมาสู่ชีวิตประจำวันในวิถีแห่งสติเท่านั้นเอง"

           เช่นเดียวกับการทำงานกับวัยรุ่น หลวงพี่ฟับคอยอธิบายว่า หน้าที่หลักคือ ให้ธรรมะ ให้พวกเขารู้เทคนิคการเจริญสติ อย่างที่สองคือพวกเขาจะนำการเจริญสติไปใช้ในชีวิตได้อย่างไร


  ค่ายภาวนา แคมป์สำหรับวัยรุ่นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น "ธรรม เป็น เล่น ไป"  วันที่ 14-16 ตุลาคม ณ สถานปฏิบัติธรรมชั่วคราว หมู่บ้านพลัม ประเทศไทย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา น้องๆ จะได้เรียนรู้วิธีการเจริญสติผ่านกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และได้เบิกบานกับความสุขที่เรียบง่าย ร่วมกับพระธรรมาจารย์ คณะนักบวช และเพื่อนวัยเดียวกัน ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2885-5980, 08-5128-8044, 08-9044-8797

"}])