พระเครื่อง

เพลง“อนิจจัง”

เพลง“อนิจจัง”

12 ก.ย. 2554

เพลง“อนิจจัง” : พึ่งตนพึ่งธรรม โดย ฤทธิพร อินสว่าง

           วันหนึ่ง ขณะที่นั่งรอลูกๆ อยู่ในโรงอาหารของโรงเรียน ผมเห็นผู้ชายคนหนึ่งชะเง้อมองมาแต่ไกล หลังจากนั้นไม่นานเขาเดินเข้ามาหาผมด้วยท่าทีที่อ่อนน้อม ยกมือไหว้และแนะนำตัวเองด้วยน้ำเสียงซื่อๆ

            “สวัสดีครับพี่ ผมเป็นนักการภารโรงครับ คือว่า...”

            เมื่อได้รับฟังสิ่งที่เขาพูดมาทั้งหมดจึงรู้ถึงความต้องการและความใฝ่ฝันของเขา

            “ผมอยากเป็นนักร้องครับพี่ อยากให้พี่เมตตาสนับสนุนผมบ้าง”

            สำหรับบางคนแล้วนี่อาจเป็นเรื่องน่าขำที่จู่ๆ มีใครก็ไม่รู้มาขอแรงสนับสนุนให้เป็นนักร้อง ทว่าผมกลับไม่รู้สึกเช่นนั้นเลย ไม่รู้สึกว่าความฝันของใครคนหนึ่งเป็นเรื่องน่าขำหรือมองด้วยสายตาที่เหยียดหยามได้ เพียงแต่เวลานี้วงการเพลงได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว ด้วยเหตุปัจจัยสำคัญคือการละเมิดลิขสิทธิ์ทุกรูปแบบและพฤติกรรมการบริโภคแบบใหม่ของผู้ฟังเพลงยุคดิจิทัลที่ทำให้ซีดีกลายเป็นสินค้าใกล้ตกยุคคล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นกับเทปคาสเซทและแผ่นเสียงในอดีต

            เมื่อยอดจำหน่ายซีดีเพลงลิขสิทธิ์ลดลงอย่างมหาศาล บรรดาผู้บริหารค่ายเพลงต่างๆ ที่ยังประคองตัวอยู่ได้จึงต้องปรับกลยุทธ์ทางการตลาดครั้งใหญ่และระมัดระวังเรื่องการลงทุนให้แก่ศิลปินแต่ละราย ซึ่งแน่นอนว่าการปั้นศิลปินใหม่เป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงทางธุรกิจ ดังนั้น คนหนุ่มสาวที่อยากจะก้าวเข้ามาในวงการเพลงเวลานี้จึงมีโอกาสไม่มากนัก โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้มีเส้นสายใหญ่โตหรือมีเงินมากพอที่จะผลักดันให้เป็นศิลปินแบบ “ทางลัด” ได้

            แม้ว่าผมได้อธิบายให้นักการภารโรงรับรู้สภาพความเป็นจริงในวงการเพลง แต่ก็ไม่ได้ปิดประตูความฝันของเขาเสียทีเดียว รู้ดีว่าความฝันที่ถูกปิดตายอย่างฉับพลันเป็นเรื่องที่โหดร้าย จึงแนะนำให้เขาลองส่งซีดีที่บันทึกเสียงร้องของเขาไปที่ค่ายเพลงต่างๆ ที่ยังพอเปิดกว้างอยู่บ้าง

            เมื่อเขาได้ฟังผมอธิบายแล้วก็ขอตัวไปทำงาน เวลานั้นผมเห็นสีหน้าและแววตาที่ผิดหวังของเขา ทำให้รู้สึกสะเทือนใจลึกๆ นึกถึงอดีตของตัวเองที่เคยเคว้งคว้างอยู่บนเส้นทางของการแสวงหาโอกาสเช่นกัน

            ที่ผ่านมามีผู้คนที่หลากหลายเข้ามาขอให้ผมสนับสนุนในลักษณะนี้อยู่หลายครั้ง สะท้อนให้เห็นว่า “ภาพศิลปิน” ในสายตาของคนทั่วไปนั้นงดงาม แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าอาชีพศิลปินมีความยุ่งยากซับซ้อน ต้องพึ่งองค์ประกอบหลายอย่าง ต้องพบเจอและแบกรับสิ่งต่างๆ มากมาย

            เบื้องหลังความสุขที่มอบให้แก่ผู้ฟังเพลงคือภาระอันหนักอึ้งในการทำงานสร้างสรรค์และท่ามกลางธุรกิจที่มีความแหลมคม หากว่าคนที่อยากเป็นศิลปินได้มาเจอด้วยตัวเองก็อาจถอดใจหรือเลิกฝันถึงเลยก็เป็นได้

            ศิลปินอาจดูดีมีคุณค่าเพราะมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของประชาชน แต่การอยู่กับชื่อเสียงก็อาจกดดันและบางครั้งต้องเรียนรู้บนความเจ็บปวดเพื่อจะเข้าใจความไม่เที่ยงแท้อย่างถ่องแท้

            ช่วงที่ธุรกิจเพลงยังเฟื่องฟูนั้นศิลปินอาจหาเงินได้ง่าย แต่เมื่อหายนะมาเยือนวงการเพลง หลายสิ่งหลายอย่างก็เปลี่ยนแปลงไป บางคนต้องออกจากวงการไปประกอบอาชีพอื่นที่ช่วยให้อยู่รอดได้ บางคนมีหนี้สินรุงรังเพราะขาดความเตรียมพร้อมและหลงเพลินอยู่ในความประมาทมานาน สุดท้ายเมื่อไม่อาจแบกรับภาระก็ต้องหลบลี้หนีหน้าไปจากสังคม

            ค่ายเพลงต่างๆ ปิดตัวลงอย่างน่าใจหาย เหลือเพียงชื่อและผลงานจำนวนมากที่บางส่วนอาจกลายเป็นเพลงเก่าอมตะและอีกหลายส่วนเป็นเพลงเก่าที่ถูกลืม
 
 ธรรมชาติบรรเลงเพลง “อนิจจัง” ไม่จบสิ้น
 หลายคนฟังแต่ไม่เคยได้ยิน...
 หลายคนได้ยินแต่ไม่เคยเข้าใจ

            หากพิจารณาตามจริง หายนะที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากเหตุปัจจัยภายนอกเท่านั้น แต่การให้ค่าผลงานแบบ “สินค้าสำเร็จรูป” ของคนในวงการเพลงจำนวนไม่น้อยก็เป็นอีกเหตุปัจจัยที่ไม่อาจปฏิเสธ

            อย่างไรก็ตาม ถ้ารู้จักใช้ “โยนิโสมนสิการ” ย่อมค้นหาประโยชน์จากความหายนะได้ โดยเฉพาะการนำบทเรียนที่เจ็บปวดมาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชีวิตและการทำงาน ทั้งยังเป็นเครื่องพิสูจน์ความเข้มแข็งอดทนของศิลปิน ผู้บริหารค่ายเพลง และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ต้องการก้าวข้ามการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้อย่างแท้จริง

"}])