
พระพุทธบาท๙รอยมหัศจรรย์แห่งหิน ณ ทุ่งขนาน จ.จันทบุรี
พระพุทธบาท๙รอยมหัศจรรย์แห่งหิน ณ ทุ่งขนาน จ.จันทบุรี : ท่องไปในแดนธรรม โดย ไตรเทพ ไกรงู
“พระบาทพลวง” บนยอดเขาคิชกูฏ จ.จันทบุรี ถือว่าเป็นรอยพระพุทธบาทที่สูงที่สุดในประเทศไทย และในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศไปนมัสการกันเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้แล้ว เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๒ มีการค้นพบครั้งสำคัญของร่องรอยพระพุทธบาทที่ตำบลทุ่งขนาน อ.สอยดาว ซึ่งมีจำนวนมากถึง ๙ รอยในอาณาเขตติดต่อกัน ๔ หมู่บ้านได้แก่ บ้านเตาถ่าน บ้านซับตารี บ้านสวนส้ม และบ้านเขาพริก ซึ่งแต่ละรอยที่พบมีความยาวไม่ต่ำกว่า ๑ เมตร โดยเฉพาะที่บ้านสวนส้มนั้นมีความยาวถึง ๔ เมตรด้วยกัน ทั้งนี้รอยพระพุทธบาทที่พบบริเวณนี้มีลักษณะเหมือนเป็นการก้าวเดินขึ้นภูเขา แต่ละรอยห่างกันประมาณ ๑๐ เมตร มีด้วยกันทั้งหมด ๔ รอย
มีเรื่องเล่าว่า สมัยช่วงสงครามเขมรแดง มีชาวเขมรกลุ่มหนึ่งหนีภัยสงครามเข้ามาหลบในถ้ำเขาน้อยแห่งนี้ ปืนใหญ่ซึ่งยิงมาจากฝั่งเขมรมาตกที่ลานหินบริเวณถ้ำเป็นจำนวนมากแต่ไม่ระเบิด สถานที่แห่งนี้จึงเป็นที่พักพิงชั่วคราวและหลบภัยสงครามของชาวเขมรกลุ่มนั้นจนเหตุการณ์สงบลง ปัจจุบันยังเป็นจุดผ่อนปรนเขตแดน โดยมีการแลกเปลี่ยนสินค้าการเกษตรระหว่างประเทศกันมายาวนาน และมักจะมีชาวเขมรนำเครื่องสักการบูชามากราบไหว้สถานที่แห่งนี้อยู่เป็นประจำ
ชาวบ้านในพื้นที่เชื่อกันว่า สถานที่แห่งนี้เป็นเมืองลับแล เพราะเคยมีคนเห็นดวงไฟขนาดใหญ่ลอยวนเวียนไปมาบริเวณรอยพระพุทธบาทในวันพระขึ้น ๑๕ ค่ำ และยังได้ยินเสียงบรรเลงดนตรีไทยเป็นประจำ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปในขณะนั้น จนมาวันหนึ่งมีพระธุดงค์มาจากทางภาคเหนือ และได้มาปักกลดเจริญภาวนาอยู่ภายในถ้ำเขาพระที่บ้านเตาถ่าน ทราบภายหลังว่า ท่านชื่อ พระอาจารย์ครูบาสันยาสี เป็นศิษย์กรรมฐานสายหลวงพ่อฤาษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี โดยท่านได้บอกกับชาวบ้านว่า นิมิตเห็นสถานที่แห่งนี้หลายครั้ง จึงตัดสินใจดั้นด้นออกตามหาจนมาพบในที่สุด
ช่วงก่อนหน้าที่ครูบาฯ จะเข้ามาพำนักในพื้นที่แห่งนี้ ชาวบ้านเล่าว่า มีพระธุดงค์แวะเวียนมาปักกลดเจริญภาวนาหลายกลุ่มด้วยกัน แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน ต้องย้ายออกจากพื้นที่ เนื่องจากเกรงกลัวอาถรรพณ์ที่มักจะมาปรากฏให้เห็นอยู่เป็นประจำ หนึ่งในพระธุดงค์กลุ่มหนึ่งเคยเล่าให้ชาวบ้านฟังว่า เคยเห็นลูกไฟขนาดใหญ่สีขาวลอยอยู่บริเวณหน้าถ้ำเขาพระและจมหายลงไปในดิน
ต่อมาบริเวณหน้าถ้ำเขาพระแห่งนี้ ครูบาสันยาสีได้พาชาวบ้านช่วยกันขุดดินขึ้นมา ด้วยมั่นใจในนิมิตว่าจะต้องพบอะไรบางอย่างที่ต่อไปจะต้องเป็นสถานที่สำคัญในพุทธศาสนาสืบไป เมื่อขุดลงไปได้ระยะหนึ่งก็ปรากฏว่ามีโขดหินรูปร่างแปลกประหลาดเล็กบ้างใหญ่บ้างสลับกันอย่างสวยงาม เป็นที่ตื่นตะลึงต่อสายตาผู้พบเห็นในครั้งแรกอย่างยิ่ง จึงร่วมกันบูรณะอย่างระมัดระวัง จนขยายพื้นที่ขุดพบเป็นวงกว้าง ดังที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม เพื่ออำนวยความสะดวกและให้ข้อมูลและในการนำเข้าชมสถานที่ ซึ่งใช้เวลาในการนมัสการรอยพระพุทธบาททั้ง ๙ แห่งภายใน ๑ วัน ก็สามารถไปเที่ยวชมได้จนครบทุกแห่ง สอบถามข้อมูลและเส้นทางได้ที่โทร.๐๘-๗๑๔๗-๑๔๐๗ และ ๐๘-๐๑๐๔-๑๑๔๙
มหัศจรรย์แห่งแสงในถ้ำเขาพระ
ครูบาสันยาสี บอกว่า ภายในถ้ำเขาพระยังมีช่องสุริยันจันทราอยู่กลางถ้ำ ทุกวันพระขึ้น ๑๕ ค่ำแสงอาทิตย์และพระจันทร์จะดิ่งลงมาตรงกลางช่องพอดี เมื่อมานั่งสมาธิภาวนาตรงจุดนี้จะมีความสงบเร็วและนานมาก เหมือนมีพลังบางอย่างดลบันดาลให้เป็นเช่นนั้น และในซอกหินแห่งหนึ่งยังปรากฏร่องรอยคล้ายเกล็ดพญานาคประทับอยู่ด้วย ซึ่งในตอนกลางคืน เมื่อส่องไฟฉายเข้าไปบริเวณนั้นยังมองเห็นเป็นเสมือนภาพ ๓ มิติ รูปเศียรพญานาค บางทีเห็นเป็นภาพกลุ่มคนโบราณ
ในช่วงแรกที่มาพำนักอยู่ตรงนี้ก็พบกับอุปสรรคบ้างเล็กน้อย เกิดจากความเข้าใจผิดของเจ้าของสถานที่ เนื่องจากเป็นที่ดินของเอกชนรายหนึ่ง คิดว่าเราจะมาบุกรุกและยึดครองที่ตรงนี้ไว้เป็นสมบัติส่วนตัว ซึ่งเดิมทีตั้งใจจะมาพำนักชั่วคราว แต่ชาวบ้านละแวกนั้นนิมนต์ให้อยู่ประจำ จนในที่สุดเจ้าของสถานที่ก็ได้อนุญาตให้ตั้งเป็นสำนักปฏิบัติธรรมได้ พร้อมทั้งถวายปัจจัยจำนวนหนึ่งเป็นทุนในการก่อสร้างอีกด้วย
“ตอนอาตมาเข้ามาอยู่ตรงนี้ใหม่ๆ มีแต่คนปรามาสว่า คงอยู่ได้ไม่นาน แต่พอซักพักก็เริ่มมีชาวบ้านเข้ามาทำบุญ พอเห็นว่าเราทำเพื่อทำนุบำรุงศาสนาก็เริ่มอาสาเข้ามาช่วยเหลือ ช่วงแรกการเดินทางเข้ามาลำบากมาก ล่าสุดทางจังหวัดได้ทำถนนจากปากทางหมู่บ้านเข้ามาที่สำนักฯ และชาวบ้านช่วยกันปรับปรุงภูมิทัศน์ จนปัจจุบันน่าจะพูดได้เต็มปากว่า สถานที่แห่งนี้ในอนาคตจะเป็นแหล่งท่องเที่ยงเชิงพุทธที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี” ครูบาสันยาสี กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ ๑๒ กันยายน นี้ พระอาจารย์ครูบาฯ ได้ขอบอกบุญมายังสานุศิษย์ทั่วไปให้ไปร่วมพิธีหล่อรูปเหมือนบูรพาจารย์ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ขนาดเท่าองค์จริง เพื่อประดิษฐานในสำนักปฏิบัติธรรมให้สานุศิษย์ได้บูชากราบไหว้ เพื่อรำลึกถึงพระคุณท่าน ซึ่งในงานจะมีพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่พระอาจารย์ครูบาจัดเตรียมไว้เพื่อสงเคราะห์ญาติโยมอีกด้วย



