พระเครื่อง

 แพทย์ศิริราชตรวจอาการ'พ่อคูณ'9ก.ย.งดเยี่ยม

แพทย์ศิริราชตรวจอาการ'พ่อคูณ'9ก.ย.งดเยี่ยม

08 ก.ย. 2554

หลวงพ่อคูณเดินทางถึงรพ.ศิริราช แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดเตรียมส่องกล้องตรวจกระเพาะใส่ท่ออาหาร แจ้ง 9 ก.ย.งดเยี่ยม

        8 ก.ย.54 คณะแพทย์ พยาบาลโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา พร้อมด้วยลูกศิษย์ใกล้ชิด ได้นำตัวพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ส่งไปที่โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพฯ เพื่อทำการเจาะหน้าท้องให้อาหารทางสายยาง หลังจากทุกฝ่ายลงความเห็นว่า ปัจจุบันหลวงพ่อคูณชราภาพมาก และจะมีอายุครบ 88 ปี ในวันที่ 4 ต.ค.54 นี้ ซึ่งการฉันอาหารทางปากอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ จึงเห็นสมควรให้หลวงพ่อคูณเจาะหน้าท้องเพื่อให้อาหารทางสายยางเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน และการให้อาหารทางสายยางผ่านทางช่องท้องจะทำให้หลวงพ่อคูณมีสภาพจิตใจดีขึ้นกว่าการให้อาหารทางสายยางผ่านทางโพรงจมูก

        ทั้งนี้ หลวงพ่อคูณได้เดินทางไปโรงพยาบาลศิริราชโดยใช้เครื่องบินทำฝนหลวง CASA300 (กาซ่า300) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นเครื่องบินที่สามารถนำอุปกรณ์ทางการแพทย์ขึ้นไปติดตั้งบนเครื่องได้โดยมี นาวาอากาศโทมณฑล ชาวภูเวียง เป็นนักบินที่ 1 และพันตรีอัมรินทร์ นิติไกรฤกษ์ เป็นนักบินที่ 2 ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้มีคณะแพทย์จากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ประกอบด้วย นายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ นายแพทย์อนุชิต นิยมปัทมะ , นายแพทย์ธนากรณ์ อนันตเศรษฐ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินหายใจ และพยาบาลอีกจำนวน 2 คน ร่วมเดินทางไปด้วย พร้อมกับมีการเตรียมอุปกรณ์การแพทย์ และอุปกรณ์กู้ชีพฉุกเฉินเต็มรูปแบบ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น

        นอกจากนี้ ยังมีคณะลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดอีก 3 ราย ประกอบด้วย นายสมศักดิ์ ปริสุทโธ เหมทานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา , นายสมบูรณ์ โสตถิอนันต์ เลขานุการวัดบ้านไร่ และนายธวัชชัย เรืองหร่าย ไวยกรวัจกรวัดบ้านไร่ ติดตามไปดูแลหลวงพ่อคูณอย่างใกล้ชิดด้วย โดยใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 45 นาที ก่อนที่จะลงจอดที่ สนามบิน บน.6 กองทัพอากาศ

        สำหรับอาการโดยรวมของหลวงพ่อคูณนั้น นายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณฯ กล่าวว่า สภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น สภาพจิตใจดี สามารถพูดคุยโต้ตอบกับลูกศิษย์ได้ดี จิตใจแจ่มใสขึ้น ไม่มีอาการซึมเศร้า

        ส่วนอาการวัณโรคดีขึ้นเป็นลำดับ ไม่มีอะไรน่าห่วง ด้วยสภาพร่างกายของหลวงพ่อคูณ ขณะนี้ถือว่าพร้อมมากสำหรับการเจาะหน้าท้องเพื่อให้อาหารทางสายยาง ทั้งนี้หลวงพ่อคูณจะเข้ารับการเจาะหน้าท้องในวันที่ 9 ก.ย. และหากไม่อาการแทรกซ้อนหลวงพ่อคูณก็จะเดินทางกลับมาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาในวันจันทร์ที่ 12 ก.ย.นี้

 

แพทย์เตรียมส่องกล้องตรวจกระเพาะ"พ่อคูณ"9ก.ย.งดเยี่ยม

 

         ศาสตราจารย์คลินิคนายแพทย์ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล พร้อมด้วยคณะแพทย์ศิริราชพยาบาล ที่ให้การรักษาอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ และคณะแพทย์จากโรงพยาบาลมหาราชราชสีมา ร่วมกันแถลงแนวทางการรักษาอาการว่า หลวงพ่อคูณ มีโรคพื้นฐานประกอบด้วยโรคเบาหวาน หลอดเลือดหัวใจ และวัณโรคปอดซึ่งอยู่ในสภาพควบคุมได้ดี แต่มีปัญหาเรื่องของโรคหลอดเลือดสมองที่มีอาการเพิ่มขึ้นทีละน้อย ส่งผลให้แขนขาอ่อนแรงและระบบการกลืนมีความบกพร่อง สมองที่สั่งการควบคุมระบบกลืนไม่ดี ส่งผลให้เกิดอาการสำลัก ปอดอักเสบ ทำให้ 3 เดือนที่ผ่านมา ฉันอาหารได้น้อย ส่งผลให้น้ำหนักตัวลดลงถึง 6 กิโลกรัม

         ศาสตราจารย์คลินิคนายแพทย์ธีรวัฒน์  กล่าวว่า ส่วนขั้นตอนการรักษานั้น แพทย์ได้วางแผนการรักษาโดยจะทำการใส่ท่อป้อนอาหารผ่านทางหน้าท้องเข้าสู่กระเพาะอาหารโดยตรงแทนการใส่สายอาหารทางจมูก ซึ่งจะมีการใช้กล้องส่องตรวจกระเพาะอาหารในเช้าวันที่ 9 ก.ย.   โดยข้อดีของการรักษาด้วยวิธีนี้ คือ ไม่ต้องทำการผ่าตัดเพื่อเปิดหน้าท้อง บาดแผลมีขนาดเล็ก คนไข้ฟื้นตัวเร็ว ซึ่งท่ออาหารจะสามารถอยู่กับผู้ป่วยได้นาน 6 เดือน-1 ปี ช่วยลดการสำลักซ้ำๆไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนกับระบบการหายใจ นอกจากนี้ยังช่วยให้หลวงพ่อคูณได้รับสารอาหารครบถ้วนและเพียงพอ

         ศาสตราจารย์คลินิคนายแพทย์ธีรวัฒน์  กล่าวว่า ทั้งนี้ภายหลังจากแพทย์ใส่ท่อในช่องท้องแล้ว จะดูอาการบาดแผล รวมถึงภาวะแทรกซ้อน ซึ่งหากภายใน 2-3 วันนี้ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ก็จะนิมนต์หลวงพ่อคูณกลับไปรักษาอาการอาพาธต่อที่โรงพยาบาลมหาราชราชสีมาต่อ ขณะที่คณะแพทย์ให้ความมั่นใจเต็มร้อยในการรักษาอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณ โดยขอให้ศิษยานุศิษย์ไว้วางใจได้และขอความร่วมมือประชาชนและศิษยานุศิษย์ งดเข้าเยี่ยมเพื่อให้หลวงพ่อคูณได้พักผ่อนเพียงพอ ซึ่งแพทย์จะอนุญาตเฉพาะแพทย์ พยาบาลและผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงจำกัดผู้ปฏิบัติหลวงพ่อคูณเพียง 6 คนเท่านั้น

         อย่างไรก็ตามจากการเข้าตรวจเยี่ยมอาการเพื่อประเมินสภาพร่างกายและจิตใจของหลวงพ่อคูณเมื่อมาถึงโรงพยาบาลศิริราชพบว่า ร่างกายโดยทั่วไปสมบูรณ์สมควรตามวัย มีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย แสดงสีหน้าตอบรับการสนทนาจากคณะแพทย์ได้ดี 

"}])