
น.ท.รัฐโรจน์ อภิรัชช์รัศมีดับไฟใต้ด้วย"พระเครื่อง-พระธรรม"
น.ท.รัฐโรจน์ อภิรัชช์รัศมีดับไฟใต้ด้วย"พระเครื่อง-พระธรรม" : สรณะคนดัง เรื่อง/ภาพ..สุพิชฌาย์ รัตนะ
หัวใจสำคัญในการคลี่คลายความรุนแรงและสถาปนาความสันติสุขให้ปรากฏบนแผ่นดินจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นเหมือนเฉกเช่นวันวาน ด้วยยุทธศาสตร์พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ซึ่งแนวทางอันสำคัญที่จะนำพาเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานก้าวเข้าไปนั่งใน “ใจประชาชน” ได้สำเร็จ
ดังนั้นภารกิจการรุกทางทหารก็ถือว่ายังจำเป็นอยู่มิใช่น้อยสำหรับพื้นที่ซึ่งมีการเคลื่อนไหวรุนแรงของแนวร่วมก่อความไม่สงบ โดยหนึ่งในจำนวนอาจรวมถึงการป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบในพื้นที่ อ.บาเจาะ และ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นภารกิจความรับผิดชอบของ “หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ๓๒”
“น.ท.รัฐโรจน์ อภิรัชช์รัศมี” ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ๓๒ (ผบ.ฉก.๓๒) นาวิกโยธิน ลูกน้ำเค็มผู้มีถิ่นฐานภูมิลำเนาเดิมจาก จ.ชลบุรี ที่ลงมาปฏิบัติภารกิจในฐานะรั้วของชาติ ณ ดินแดนปลายด้ามขวานเป็นเวลานานแรมปี เปิดใจว่า พื้นที่ในความรับผิดชอบคือ “อ.บาเจาะ และอ.ยี่งอ” ที่ได้ชื่อว่าจุดที่แนวร่วมกลุ่มสำคัญเคลื่อนไหวรุนแรง เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ติดกับเทือกเขาบูโด จึงเอื้อให้ผู้ก่อความไม่สงบหลบหลีกการติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่หลังก่อความรุนแรงได้ง่ายกว่าพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะในเขต อ.บาเจาะ บางส่วนถูกจำกัดความในสายตาของฝ่ายความมั่นคงให้เป็นพื้นที่ “สีแดงจัด”
ไม่ว่าพื้นที่แห่งนี้จะมีอุณหภูมิสถานการณ์ความไม่สงบร้อนแรงเพียงใด สำหรับ “น.ท.รัฐโรจน์”แล้วกลับเลือกใช้วิธีเอาความสงบ และใช้หลักธรรมเข้าข่ม เพื่อสร้างสมาธิ เพิ่มพลังใจให้เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยการเปิดบท “สวดมนต์” ทุกรุ่งอรุณของวันใหม่ ซึ่งประกอบไปด้วย “คาถาชินบัญชร” บทสวด “อิติปิโส”และ “การแผ่เมตตา”
ไม่เพียงเท่านั้น หากการปฏิบัติหน้าที่ครั้งใดเกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มคนร้าย หรือผู้ก่อความไม่สงบจนถึงขั้นถึงแก่เสียชีวิต “ผบ.ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส ๓๒” จะกุลีกุจอเข้าวัดทำบุญเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แนวร่วมที่สูญเสียด้วยทันที
“เจ้าหน้าที่ทุกคนไม่มีใครมีเจตนาที่จะทำร้ายหรือเอาชีวิตกลุ่มก่อความไม่สงบ แต่ความจำเป็นในการป้องกันตัวจากการปะทะอาจนำมาซึ่งความตายได้ ดังนั้น เราต้องทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว” น.ท.รัฐโรจน์ กล่าว
นอกจากภารกิจในการปกป้องดูแลชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนแล้ว หนึ่งในภารกิจที่สำคัญของ น.ท.รัฐโรจน์ คือ การส่งเสริม ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในพื้นที่ เนื่องจากวัดหลายแห่งอยู่ในสภาพทรุดโทรม กอปรกับปัญหาความไม่สงบทำให้ญาติโยมเดินทางไปวัดลำบากขึ้น ส่งผลให้ ฉก.นราธิวาส ๓๒ ต้องดูแลวัด และพระสงฆ์ควบคู่ไปในคราวเดียวกัน
ทุกวันพระ จะเจียดเวลาจากการปฏิบัติหน้าที่ ไปเข้าวัดในพื้นที่นราธิวาส ซึ่งขึ้นอยู่กับโอกาสและสถานการณ์จะเอื้ออำนวย และที่ขาดไม่ได้ คือ จะอธิษฐานจิตขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยดลใจคนร้ายกลับใจวางมือจากการก่อความรุนแรง เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้มีความสุขอีกครั้ง โดยไม่ต้องเกิดการเผชิญหน้า แล้วนำไปสู่ความสูญเสียเหมือนที่ผ่านมา
“ด้วยเหตุที่เราได้เข้าวัดในพื้นที่และมีโอกาสทำบุญ ทำอาหารถวายพระ ทำให้ผลกรรมดีที่เรารับใช้พระพุทธศาสนา ช่วยให้การทำงานในพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยความเสี่ยงเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ว่าจากเป็นงานทางยุทธวิธี หรืองานมวลชนก็ตาม” น.ท.รัฐโรจน์ กล่าว
พร้อมกันนี้ ผบ.ฉก.นราธิวาส ๓๒ ยังบอกด้วยว่า หลายครั้งที่กลับจากทำบุญที่วัด จะเกิดเรื่องราวที่ไม่คาดคิด เช่น แนวร่วมคนสำคัญในพื้นที่ติดต่อขอมอบตัว หรือบางครั้งสามารถจับกุมคนร้ายและยึดอาวุธรวมถึงอุปกรณ์ผลิตระเบิดได้จำนวนมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อความอยู่รอดปลอดภัยของผู้บริสุทธิ์ทั้งสิ้น หากแกนนำ หรือคนร้าย เอาอาวุธปืน ระเบิดจำนวนมากไปก่อเหตุก่อนที่เรายึดได้ นั่นหมายถึงอาจมีความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินเกิดขึ้นในพื้นที่ ตรงกันข้ามบ่อยครั้งที่กลับจากทำบุญที่วัดเจ้าหน้าที่ของหน่วยมักจะสกัดแผนก่อเหตุสำคัญได้ทุกคราว
เมื่อถามถึงพระเครื่องที่ติดตัวไม่เคยห่าง "น.ท.รัฐโรจน์" ได้อารธนาพระที่คล้องคอออกมาให้ชม พร้อมเล่าว่า นับแต่เดินทางมาทำหน้าที่ในดินแดนปลายด้ามขวาน ส่วนใหญ่จะนำเหรียญบูรพมหากษัตริย์ไทย ไม่ว่าจะเป็น เหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสิน เหรียญ ร.๕ เหรียญกรมหลวงชุมพร เหรียญกระทิงดำ ปลุกเสกโดย พระอาจารย์มนัส วัดทุ่งจันดำ จ.จันทบุรี
นอกจากนี้ยังมี “พระหลวงพ่อทวด หลังหนังสือ ปี ๒๕๐๕ และพระท่ากระดาน ติดตัวเสมอ ซึ่งพระเครื่องส่วนหนึ่งเป็นมรดกตกทอดจากผู้เป็นพ่อ ที่มอบให้ตั้งแต่เด็ก และแขวนติดตัวมาโดยตลอดไม่เคยห่างกาย โดยเฉพาะพระหลวงพ่อทวดที่ผู้เป็นพ่อมอบให้คล้องคอหลังจากที่ความมุ่งมั่นตั้งใจเข้ามาทำหน้าที่เป็นรั้วของชาติไทย
น.ท.รัฐโรจน์ พูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า “พระเครื่องเป็นเกราะป้องกันใจ ส่วนธรรมเป็นเครื่องดับทุกข์ทั้งกายและใจ ดังนั้นการทำงานในพื้นที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง เราต้องมีสิ่งที่คอยระงับทุกกายทุกใจ ซึ่งคงไม่มีอะไรดีไปกว่าพระเครื่องและพระธรรมที่จะคอยนำให้ชีวิตไปพบแต่สิ่งดีๆ ทั้งนี้ ก่อนออกไปทำงานผมจะสวดมนต์ขอให้อย่ามีความสูญเสีย หากพบคนร้ายขอให้เขาวางอาวุธและมอบตัว และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานทุกให้ปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่”
“ใจกอดโจร”
น.ท.รัฐโรจน์ สะท้อนอีกหนึ่งมุมมองให้ฟังว่า จุดมุ่งหมายหลักของ ฉก.นราธิวาส ๓๒ คือ ต้องการยกระดับชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวบ้านทุกคนทุกครอบครัวให้ดีขึ้นเป็นลำดับ แม้เส้นทางไปสู่เป้าหมายจะเต็มไปด้วยอุปสรรคและขวากหนามมากน้อยเพียงใดก็ตาม แต่หากเจ้าหน้าที่ทุกนายเอาใจเข้าหาชาวบ้านด้วยความพร้อมที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะการ “โอบกอดด้วยความรัก” ไม่ว่าชาวบ้านจะเป็นใคร หากเราเอารักมอบให้ด้วยการกอดด้วยใจ เมื่อนั้นเราจะได้ใจชาวบ้านที่จะนำมาซึ่งความร่วมมือจากคนในพื้นที่ในการให้ช่วยเหลือเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่อาจแฝงตัวเข้ามากบดานในหมู่บ้านเพื่อเตรียมก่อเหตุ
“แม้รู้ว่าเขาเป็นโจรเราก็กอด หากกอดโจรไม่ได้เราก็กอดลูก กอดหลาน กอดครอบครัวของเขา ซึ่งการโอบกอดด้วยไออุ่นรักโดยไม่เสแสร้งจะทำให้เราได้กลับมาซึ่งไมตรีที่ดีจากชาวบ้านอย่างแน่นอน”
น.ท.รัฐโรจน์ กล่าวอีกว่า การจะได้สวมกอดใจประชาชนในพื้นที่ร้อนแรงแห่งนี้ได้ ต้องนำยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ซึ่งนับเป็นยุทธศาสตร์ที่บ่งบอกถึงความเป็นอัจฉริยภาพของ “พ่อหลวง” ของเราอย่างแท้จริง และยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะช่วยเปิดประตูใจชาวบ้านให้เจ้าหน้าที่ทุกคนเข้าไปสวมกอดและนั่งในใจชาวบ้านได้ตลอดไปอย่างแน่นอน



