พระเครื่อง

'พ่อคูณ'ดีขึ้น'ถั่วแระ'รุดเยี่ยม

'พ่อคูณ'ดีขึ้น'ถั่วแระ'รุดเยี่ยม

02 ก.ย. 2554

แพทย์เผย 'หลวงพ่อคูณ' อาการเริ่มดีขึ้น แต่ยังอ่อนเพลียและซึมเศร้า ด้าน 'ถั่วแระ - สมจิตร' รุดเยี่ยม

          2 ก.ย.54 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าอาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งพักรักษาอาการอาพาธวัณโรคปอด อยู่ที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ วีไอพี 9821 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 8 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้เป็นระยะเวลานานถึง 4 เดือนแล้วตามข่าวที่เสนอไปอย่างต่อเนื่อง

          ความคืบหน้าล่าสุด คณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ออกประกาศหนังสือแถลงการณ์เรื่อง อาการอาพาธพระเทพวิทยาคม หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ โดยระบุว่า อาการโดยรวมหลวงพ่อคูณอยู่ในเกณฑ์ดี  สามารถรับอาหารเหลวทางสายยางผ่านเข้าทางโพรงจมูกได้ดี แต่ยังมีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย น้ำหนัก 40 กิโลกรัม ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปอดด้วยวิธีพิเศษ ปรากฏว่า น้ำในช่องปอดด้านซ้ายและรอยโรคหายไปเกือบหมดแล้ว

          ขณะนี้ยังคงมีปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข คือเนื่องจากพระเทพวิทยาคมฉันอาหารเองทางปากได้ปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ประกอบกับการให้สารอาหารลงสู่กระเพาะทางสายยางผ่านทางจมูก ได้สร้างความไม่สะดวกสบายและในระหว่างให้สารอาหารทางสายยางนั้น มีอาการสำลักลงปอด เกิดอาการปอดอักเสบหลายครั้ง

          ทีมคณะแพทย์ได้ปรึกษาไปยังคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลถึงแนวทางในการรักษา และการนำส่งพระเทพวิทยาคมไปทำการรักษาต่อที่โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งทางคณาจารย์ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้ให้ความเห็น ดังนี้ 1. พระเทพพิทยาคม ควรได้รับสารอาหารทางสายยางผ่านทางหน้าท้อง 2. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลพร้อมที่จะนำทีมคณาจารย์มาทำหัตถการให้ที่โรงพยาบาลมหาราชฯ เอง โดยไม่ต้องนำส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งทางโรงพยาบาลศิริราชเตรียมพร้อมที่จะดูแลรักษาอาการของหลวงพ่อคูณ เพียงแต่รอความชัดเจนของศิษยานุศิษย์และทางจังหวัดก่อน

          วันนี้ในเวลาเดียวกัน นายศรสุทธา  กลั่นมาลี  หรือ ถั่วแระเชิญยิ้ม  นายกสมาคมศิลปินตลกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ร.อ.สมจิตร  จงจอหอ นักชกมวลสากลสมัครเล่นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิค กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ปี 2008 และชาวมาเลเซียกว่า 10 คน ได้เข้าเยี่ยมอาการอาพาธหลวงพ่อคูณ แต่ไม่สามารถเข้าถึงได้เนื่องจากแพทย์งดเยี่ยม  พร้อมกล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงและมีความศรัทธาหลวงพ่อจึงเดินทางมาเยี่ยมในวันนี้ และอยากให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรงหายจากอาการอาพาธโดยเร็ว โดยได้เข้าไปนั่งกราบที่หน้าห้องกระจกเพียงได้เห็นหลวงพ่อคูณนอนหลับอยู่บนเตียงขณะกำลังรับการพ่นยาขยายหลอดลม

          ต่อมานายสมศักดิ์ ปริสุทโธเหมทานนท์ รอง ผวจ.นครราชสีมา ลูกศิษย์ใกล้ชิด พร้อมด้วยนายฤทธิรงค์ สมอุดร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครราชสีมา และ นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจและหลอดเลือด แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ ได้เข้าตรวจอาการพร้อมด้วยคณะทีมแพทย์ทุกคน โดยใช้เวลากว่า 30 นาที

          จากนั้นก็ได้ร่วมหารือเรื่องอาการหลวงพ่อคูณ พร้อมกันนี้ นพ.พินิศจัย  กล่าวว่า " การตรวจอาการหลวงพ่อก็รู้ตัวรู้เรื่องดี แต่มีอาการอ่อนเพลียอยู่บ้างซึ่งค่อยๆดีขึ้นเป็นลำดับ เพราะหลังติดเชื้อปอดค่อนข้างรุนแรงและอักเสบจากภาวะสำลัก ฉะนั้นกว่าจะฟื้นดีเหมือนเดินคงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังหยุดยาฆ่าเชื้อเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา ตอนนี้ไข้ก็ไม่มี 

          นพ.พินิศจัย กล่าวว่า การเจาะหน้าท้องให้อาหารทางสายยางเล็กๆเราทำตามทาง รพ.ศิริราชจะขึ้นมาทำให้ด้วยตัวเอง ฉะนั้นการที่เรามัวแต่รอจะให้ให้ท่านเสียประโยชน์ ทุกวันนี้อันหนึ่งที่หลวงพ่อดูซึมๆ ทำให้คณะแพทย์กังวลมาก ตอนนี้หลวงพ่อมีอาการเริ่มจะซึมเศร้าให้เห็น เพราะทุกวันก็นอนโดนเจาะเลือด ให้อาหารทางสายยางทางจมูก หมอก็ไม่ให้ฉันทางปากจึงกลัวสำลัก ปากก็แห้ง คอก็แห้ง อยู่แต่ในห้อง ตนคิดว่ามันเป็นอะไรที่อธิบายได้ว่า บางทีหลวงพ่อคงจะเบื่อ

          ซึ่งเท่าที่ตนสังเกตดูวันที่เราลองเอาสายยางออกแล้วให้ท่านฉันเองหลวงพ่อดีขึ้นชัดเจน มีผลมาก ตรงนี้อาจารย์ผู้ใหญ่หลายคนให้คำแนะนำว่าการมีสายอยู่ในจมูกมันมีผลทางจิตใจกับคนไข้มาก ฉะนั้นตนคิดว่า เมื่อถึงเวลาที่จำเป็นต้องทำเราก็ต้องดำเนินหน้าต่อไป นพ.พินิศจัย กล่าว

"}])