พระเครื่อง

คนไม่มีศาสนาเป็นคนไม่ดีหรือไม่

คนไม่มีศาสนาเป็นคนไม่ดีหรือไม่

28 ส.ค. 2554

ปุจฉา-วิสัชนา : คนไม่มีศาสนาเป็นคนไม่ดีหรือไม่ : พระไพศาล วิสาโล

          มน. รักมวลหมู่แมวแล้วก็รักคนอ่าน ปุจฉา : 

          นมัสการค่ะพระอาจารย์ มีเรื่องอยากจะเรียนถามท่านค่ะ ว่าท่านคิดอย่างไรกับคนที่ไม่นับถือศาสนาคะ (หรือนับถือตามในบัตรประชาชนเท่านั้น) แล้วการที่คนทั่วไปเขามองว่าคนไม่นับถือศาสนาดูเป็นคนหยาบช้า ป่าเถื่อน (ไม่มีศาสนาเป็นหลักศีลธรรมประจำใจเช่นใครเขา) ท่านคิดว่าอย่างไรคะ ดูเหมือนจะกลายเป็น 2 คำถามนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

          วิสัชนา : 

          คนที่ไม่นับถือศาสนา ไม่ได้แปลว่าเขาเป็นคนไม่ดี เป็นแต่เขายังไม่ปลงใจศรัทธานับถือในศาสนาใด จะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ อาตมาพบว่าคนที่ไม่นับถือศาสนานั้น หลายคนเป็นคนดี มีน้ำใจ รับผิดชอบส่วนรวม และมักจะมีศีลไม่ต่างจากชาวพุทธ ในทางตรงข้ามมีคนจำนวนไม่น้อยที่ประกาศตนว่านับถือศาสนา แต่เห็นแก่ตัว ไร้น้ำใจหรือไม่มีศีลด้วยซ้ำ

          ศาสนามิได้เป็นแหล่งที่มาของความดีอย่างเดียว ความเชื่อบางอย่างเช่น มนุษยนิยม ก็ส่งเสริมให้คนทำดี มีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ บางคนที่มีความเชื่อแบบนี้ถึงกับปฏิเสธการกินเนื้อสัตว์หรือการเอาสัตว์มาใช้ในการทดลองด้วยซ้ำ เพราะเห็นว่าเป็นการเบียดเบียนเพื่อนร่วมโลก (ในขณะที่บางศาสนาไม่ถือว่าการทำเช่นนั้นเป็นบาป)          

          สรุปก็คือ อย่าตัดสินคนที่รูปแบบหรือความเชื่ออย่างเดียว ต้องดูที่การกระทำด้วย คนที่มีความเชื่อสูงส่งหรือสวยหรู แต่ประพฤติตนย่ำแย่หรือถึงขั้นโหดร้ายป่าเถื่อนก็มีไม่น้อย อย่าลืมว่าการสังหารผู้คนที่บริสุทธิ์ในนามของศาสนา ก็มีให้เห็นอยู่เป็นประจำตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา

 

จู้จี้ขี้บ่นเอาแต่ใจจนคนอื่นระอาจะแก้ไขอย่างไร

          ชุลีกร วุฒิชีวัน ปุจฉา :  นมัสการพระอาจารย์ค่ะ มีคำถามจะกราบเรียนถามค่ะ คือดิฉันเป็นคนจู้จี้ขี้บ่นเอาแต่ใจตัวเอง จนคนรอบข้างที่บ้านเบื่อ เขาบอกว่าเราไม่ปล่อยวางไปทุกอย่าง ต้องการให้คนรอบข้างทำตามความต้องการของเราคนเดียว ถ้าไม่ทำเราก็จะหงุดหงิดทำให้บรรยากาศในบ้านเสียบ่อยๆ อย่างนี้ดิฉันควรจะปรับปรุงตัวเองอย่างไรคะ

          วิสัชนา : คุณควรปล่อยวางให้มากขึ้น ไม่เอาความเห็นหรือความต้องการของตนเองเป็นใหญ่ หากคุณตั้งมาตรฐานสูงไปหรือคาดหวังความสมบูรณ์แบบในทุกเรื่อง ก็ควรผ่อนลงมา คือ เรียกร้องหรือคาดหวังจากคนอื่นให้น้อยลง (แต่หากจะเข้มงวดกับตัวเองต่อไป ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง) ขณะเดียวกันก็มองแง่บวกบ้าง การมองแต่แง่ลบ จะทำให้เห็นแต่ข้อตำหนิอยู่เสมอ จึงอดบ่นไม่ได้ ถ้ามองเห็นด้านดีของคนอื่นหรือสิ่งที่คนอื่นทำบ้าง ก็จะบ่นน้อยลง มีแต่อยากชมเขา

          สิ่งที่คุณควรทดลองทำเป็นประจำก็คือ ชมคนอื่นบ้าง ใหม่ๆ จะรู้สึกว่าเป็นเรื่องยาก แต่อยากให้ลองตั้งกติกากับตัวเองว่า ทุกครั้งที่มีเรื่องตำหนิ ก็จะมีคำชมให้เขาด้วย ตำหนิ ๒ อย่าง ก็มีคำชม ๒ อย่างควบคู่กัน หรือไม่ก็ฝึกมองในแง่บวกบ่อยๆ เช่น เวลาเห็นข้อเสียหรือข้อบกพร่องของใครก็ตาม ก็ต้องมองให้เห็นข้อดีหรือข้อเด่นของเขาด้วยในจำนวนที่เท่ากัน

          หากคุณทำเช่นนี้ได้ เสียงบ่นจากตัวคุณจะน้อยลง คำชมจะมีมากขึ้น ไม่เพียงช่วยให้คุณเครียดน้อยลง มีความสุขมากขึ้นเท่านั้น หากบรรยากาศในบ้านของคุณ (และรอบตัวคุณ) ก็จะดีขึ้นด้วย

"}])