พระเครื่อง

สัมมาสังกับโปกับโสเครติส

สัมมาสังกับโปกับโสเครติส

28 ส.ค. 2554

พึ่งตนพึ่งธรรม : สัมมาสังกับโป กับ โสเครติส : โดย...พิสุทธิ์ เกรียงบูรพา

          ไม่ผิดหรอกครับ ชื่อบทความน่ะ...หลายคนคงสงสัย “นักปราชญ์ชาวกรีก” เกี่ยวอะไรด้วย กับ “มรรคมีองค์ ๘” ของพระพุทธเจ้า? เดี๋ยวผมจะเล่าให้ท่านฟัง

          กว่า ๒๖๐๐ ปี ล่วงมาแล้ว ด้วยคำสอนอันทนต่อการต่อการพิสูจน์ ไม่ขึ้นกับกาลเวลา (อะกาลิโก) ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถึงวิธีแห่งการสิ้นสุดกรรม ที่เจ๋งที่สุด แต่พวกเราชาวพุทธส่วนใหญ่มองไม่ค่อยเห็นกันเลย จึงเที่ยววิ่งหาผู้วิเศษต่างๆ นานา ที่สามารถจะแก้กรรม ตัดกรรม สแกนกรรม เอกซเรย์กรรม ฯลฯ (อีกหน่อยคงมีอุลตร้าซาวน์กรรม และแกมม่าเรย์กรรม ตามมาติดๆ) ให้ตัวเองกันเป็นบ้าเป็นหลัง ดังมงคลตื่นข่าว มีแม้กระทั่งตาที่สาม จิตสัมผัส คนเห็นกรรม คนเห็นผี มั่วกันไปหมด

          ทั้งๆ ที่ พระพุทธองค์ก็ทรงตรัสสอน วิถีแห่งการสิ้นสุดกรรม อันใครจะเรียกว่า แก้กรรม ก็ดี ตัดกรรมก็ดี ฯลฯ ไว้ชัดเจนอยู่แล้ว...นั่นก็คือ มรรคา ทางประเสริฐอันประกอบด้วยองค์ ๘ (หรือไตรสิกขา) นั่นเอง หากเรียงกัน ตามภาคปฏิบัติ ก็ต้องเริ่มด้วย ปัญญา ศีล สมาธิ ... คือ สัมมาทิฐิ, สัมมาสังกัปโป, สัมมาวาจา, ฯลฯ จนถึงสัมมาสมาธิ อาจารย์พุทธทาสว่า ๘ องค์ประกอบ (Factors) รวมกันเป็นทางสายเดียว เดี่ยวไป เหมือนเส้นเชือกเส้นเดียว ที่ประกอบด้วยกอเชือกเล็กๆ ๘ ฝั้นอันไม่อาจแยกจากกันได้ และทางสายเดี่ยวนี่เองแหละ... ตัดกรรม ทำที่สุดแห่งทุกข์ให้ได้จริงๆ

          ย้ำอีกครั้ง “ตัดกรรม” คือเดินตามมรรคาอันประเสริฐแห่งพุทธองค์ ตามที่กล่าวมาแล้ว... มรรคมีองค์ ๘ หรือบางคนแบ่งแบบสิกขา ๓ (ไตรสิกขา) และถ้าผมเลือกเฟ้นมาเฉพาะ ปัญญาสิกขา ก็จะได้ มรรค มาเพียง ๒ องค์แรก คือ สัมมาทิฐิ และ สัมมาสังกัปโป นั่นเอง

          ๑. สัมมาทิฏฐิ (Right View) หรือ ความเห็นชอบ (ตั้งเข็มทิศทางที่ถูกต้อง) ความเห็นชอบคือเห็นอริยสัจ ๔ อันมี “ทุกขสัจ” เป็นจุดตั้งต้น เมื่อเห็นชีวิตอยู่ในทะเลทุกข์ ทุกคนที่เห็นเช่นนี้ก็อยากจะหาทางออกจากทุกข์ในที่สุด

          ๒.สัมมาสังกัปโป (Right Intention) หรือ ความดำริ/ ตั้งใจชอบ มรรคองค์นี้ ชาวพุทธเราส่วนใหญ่ได้แต่ท่องจำ ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก ตั้งใจชอบ ตั้งใจอะไร ตั้งใจไปเพื่ออะไร เป็นต้น ผมจึงอยากนำมาขยายความ ก็ไม่รู้เป็นไง เมื่อผมนึกจะอธิบายเรื่อง “สัมมาสังกัปโป” ทีไร เป็นต้องนึกถึง “โสเครติส” ทุกที ...  Socrates นักปรัชญาชาวเอเธนส์ผู้นี้ เกิดก่อนคริสต์ศักราช ๔๖๙ ปี เรียกได้ว่า คาบเกี่ยวพุทธกาล ช่วงที่พระพุทธเจ้าเรายังมีชีวิตอยู่ในวัยสนธยา มีเรื่องเล่าถึง วิธีการแปลกๆ ของแก เวลาจะรับลูกศิษย์ น่าสนใจอยู่เรื่องหนึ่ง

          สมัยนั้น นักปรัชญาหัวแถว ไม่มีใครดังเกินท่านโสเครติส ดังนั้นผู้คนมากมายจึงอยากสมัครเป็นศิษย์กับแกโดยตรง แคนดิเดตมีมากมาย จนบางทีแกเองก็เซ็งเหมือนกัน ครั้งหนึ่งมีชายคนหนึ่งอยากสมัครเป็นศิษย์ ครั้นเมื่อเห็นโสเครติสเดินผ่านมา ก็ปรี่เข้าไปเสนอหน้า แจ้งเจตจำนงทันที คุยไปเดินไป ไม่ให้เสียเวลา ว่างั้นเถอะ “เธออยากเป็นศิษย์ฉัน ก็จงเดินตามข้ามา”

          หลังจากได้รับคำแนะนำจากว่าที่อาจารย์ ชายผู้นั้นก็เดินตามโสเครติสไม่ลดละ ไม่ว่าจะเดินผ่านตลาด ผ่านถนนใหญ่น้อย แกจะไปไหนไปด้วยหมด จนกระทั่งเดินมาถึงริมฝั่งทะเลแห่งหนึ่ง โสเครติส ก็ยังไม่ยอมหยุด แม้จะสุดแผ่นดินแล้วก็ตาม แกค่อยๆ ย่ำเท้าต่อลงไปในทะเลเรื่อยๆ ต่อหน้าว่าที่ลูกศิษย์ที่หยุดชะงักอยู่ริมฝั่ง ด้วยความงงงวย จึงยังไม่เดินตามลงมา ผู้เป็นอาจารย์จึงหันหน้ามาตาม “เอ้า... รออะไรอยู่ ไฉนจึงไม่เดินตามข้าลงมา ไม่อยากเป็นศิษย์แล้วเหรอ?”

          ชายผู้นั้นจึงได้สติรีบเดินลุยน้ำทะเล ตามผู้ที่ตนปรารถนาจะให้เป็นอาจารย์ลงไปอย่างรวดเร็ว กลัวว่าถ้าช้าแล้วแกอาจเปลี่ยนใจ พอเดินไปจนน้ำทะเลลึกท่วมถึงครึ่งค่อนตัวทั้งคู่ โสเครติสหันมาหาศิษย์ กระทำสิ่งที่ไม่คาดคิด จับหัวศิษย์กดน้ำสุดแรง หวังจะไม่ให้ขึ้นมาหายใจได้เลย!... แต่ศิษย์ก็พยายามดันทุรัง สู้แรงอาจารย์ โผล่หัวขึ้นมาสูดอากาศได้เป็นครั้งคราว ผลุบๆ โผล่ๆ อย่างทุลักทุเล อยู่อย่างนั้น ๓-๔ ที โสเครติสจึงหยุด ท่ามกลางความตกใจของผู้คนริมฝั่งที่มองเห็น แล้วศิษย์ก็หอบแฮกๆ สักพัก จึงได้โอกาสพูดโวยวาย ต่อว่าอาจารย์ด้วยความโกรธ

          “ท่านทำแบบนี้กับข้าทำไมๆๆ ???” โสเครติส ทำเย็นใจ ไม่ได้รู้สึกผิดแต่อย่างใด หนำซ้ำยังถามกลับไปว่า “ตอนเจ้าอยู่ในน้ำ เจ้าตั้งใจนึกถึงอะไร?” ชายหนุ่มงง ยอมสงบอารมณ์ลง แล้วคิด ...
“ข้านึกถึงอากาศ ... ข้าอยากได้อากาศ ... ใช่แล้วข้าอยากได้อากาศ” โสเครติสกล่าวอย่างสรุปโดยพลัน “ใช่แล้ว เมื่อเจ้าอยู่ในน้ำ เจ้าต้องการอากาศ แม้ข้าผู้เป็นอาจารย์จะกดหัว ใช้สุดแรงยับยั้งไม่ให้เจ้าขึ้นมาสูดอากาศ เจ้ายังไม่ยอมจำนน เจ้ายังคงดื้อดึง แข็งขืน ยืนยันจะไขว่คว้าในสิ่งที่เจ้าต้องการ อย่างมิอาจมีใครมาห้ามปรามได้ ... เช่นนี้แล้วเจ้ายังจำเป็นต้องมีอาจารย์อีกหรือ?”

          ปรากฏว่า ชายหนุ่มผู้นี้บรรลุธรรมกลางทะเลนั้นเลยครับ นี่แหละครับ สัมมาสังกัปโป สไตล์โสเครติส นี่กระมังเป็นเหตุที่ท่านพุทธทาสภิกขุเน้นย้ำ ให้เริ่มจากการทำความชัดเจนที่มรรคองค์ที่เป็นปัญญา ๒ องค์นี้ก่อน (ปัญญาสิกขา) โดย มรรคองค์ ๑ สัมมาทิฐิ; คือต้องมองเห็นทิศทางที่ถูกต้อง (Address The Right View) ก่อน (อากาศ) แล้วจึงตามด้วย มรรคองค์ที่ ๒ สัมมาสังกัปโป; คือ มุ่งเจตจำนง (Express for The Target) ตรงไปเพื่อจะบรรลุเป้าหมายในการสนับสนุนมรรคองค์ที่ ๑ (ยันหัวโผล่ขึ้นมาจากน้ำเพื่อสูดอากาศให้จนได้) อย่างจริงจัง ใครก็ห้ามไม่ได้ แล้วมรรคองค์ถัดๆ ไป ตั้งแต่ ๓, ๔, ... จนถึง ๘ จะตามมาเองโดยปริยาย

          ฉันใดก็ฉันนั้น ...หากชาวพุทธเรา มีทิฐิที่ถูกต้องตามพุทธประสงค์ เป็นสัมมาทิฐิที่ชัดเจน หนักแน่นแล้วไซร้ สัมมาสังกัปโป ก็จะบังเกิดขึ้นจากก้นบึ้งหัวใจของพวกท่านเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีคนมาคอยกระตุ้น หรือแม้จะมีใครห้ามปรามก็มิอาจยับยั้งสังกัปโปท่านได้ นี่แหละ... สัมมาสังกัปโป ของเราชาวพุทธ

"}])