พระเครื่อง

ฝ่าวิกฤติเมืองไทย(3)หากพระพุทธเจ้าเสด็จมาในวันนี้

ฝ่าวิกฤติเมืองไทย(3)หากพระพุทธเจ้าเสด็จมาในวันนี้

22 ส.ค. 2554

ฝ่าวิกฤติเมืองไทย(3)หากพระพุทธเจ้าเสด็จมาในวันนี้ : คันฉ่องและโคมฉาย โดย ว.วชิรเมธี

เวลานี้ เราคนไทยต่างต้องการประชาธิปไตยที่แท้ และพยายามแสวงหาวิธีการที่จะทำให้เกิดขึ้นมาในประเทศชาติบ้านเมือง โดยกระบวนการต่างๆ แต่แล้วเราคงลืมไปว่า รากฐานของประชาธิปไตยที่แท้อยู่ที่ “ระบบการตัดสินใจของประชาชน” ถ้าเรามองข้ามวิธีคิด วิธีตัดสินใจของประชาชน แล้วมัวแต่ไปออกแบบ “เครื่องมือ” เพื่อสร้างประชาธิปไตย แต่ไม่ออกแบบวิธีการตัดสินใจของประชาชนให้เป็นรากฐานของประชาธิปไตยเสียก่อน ก็เชื่อได้เลยว่า การปฏิวัติ รัฐประหาร และการทำร้ายกันระหว่างคนไทยด้วยกันเองเพราะวิกฤติการเมืองจะยังคงมีอยู่ต่อไป ดังนั้น จึงขอฝากมายังเราคนไทยทุกภาคส่วนที่อยากให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยว่า เราต้องช่วยกันออกแบบวิธีตัดสินใจทางการเมืองของคนไทยให้เป็นประชาธิปไตยเสียก่อน ถ้าแก้เรื่องนี้ได้แล้ว รัฐธรรมนูญก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป เพราะหากเรายังมัวแต่แก้กลไก ไม่แก้ระบบการตัดสินใจของประชาชน ก็เชื่อเถิดว่า เมืองไทยจะยังไปไม่ถึงประชาธิปไตยที่แท้จริง ต่อให้ใช้เวลาอีก ๑๐๐ ปี ภาพเก่าๆ เช่นทุกวันนี้ ก็จะหวนกลับมาซ้ำรอยเดิมอีกไม่จบสิ้น หลวงปู่อานันทไมตรี พระภิกษุนักปราชญ์คนสำคัญคนหนึ่งของศรีลังกา ได้เขียนเรื่องสั้นเอาไว้เรื่องหนึ่ง ชื่อ “หากพระพุทธเจ้าเสด็จมาในวันนี้ จะมีอะไรเกิดขึ้น” เนื้อเรื่องที่ท่านเขียนนั้น อิงอยู่กับเหตุการณ์บ้านเมืองของศรีลังกาในช่วงที่เกิดสงครามกลางเมือง ซึ่งผู้คนแบ่งเป็นฝักฝ่าย จนต่างก็ตกอยู่ในภาวะ “มองคน ไม่เห็นว่าเป็นคน” หากแต่เห็นเพียงสีเสื้อหรือ “ฝักฝ่าย” ที่คนสังกัดอยู่ ผลก็คือ คนในชาติเดียวกัน ต้องลุกขึ้นมาเข่นฆ่ากัน โรคเห็นคนไม่ใช่คนนั้น หากกำเริบขึ้นมาแล้ว จะทำให้หูตาแห่งสติปัญญาฝ้าฟางได้มากเพียงใด พระภิกษุธรรมดาๆ รูปหนึ่ง เดินจาริกไปเรื่อยๆ ไปบนท้องถนน ไม่มีใครรู้ว่าพระรูปนั้นคือพระพุทธเจ้า พระองค์เสด็จมาถึงวัดแห่งหนึ่ง พระในวัดกำลังสนทนากับทายกเรื่องการเมือง เมื่อพระเหล่านั้นและทายกเห็นพระพุทธองค์ก็ถามว่า “ท่านสังกัดพรรคใด” พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า “เรามิได้สังกัดพรรคใด” พระสงฆ์เหล่านั้นและทายกคิดว่า น่าจะเป็นพระของพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม จึงมิได้ให้ความนับถือ กล่าวว่า “เราไม่มีสถานที่ให้ท่านพักค้าง” พระพุทธเจ้าทรงสดับดังนั้น ก็เสด็จจากวัดนั้นไปยังวัดอื่น ที่วัดใหม่นี้ก็ยิ่งมีการพูดคุยเกี่ยวกับการเมืองหนักยิ่งกว่า พระพุทธเจ้าไม่ทรงเข้าร่วมสนทนา จึงเสด็จไปยังวัดต่อไป ปรากฏว่าที่วัดนี้พระสงฆ์ได้ทูลถามพระพุทธองค์ว่า “ท่านสังกัดนิกายใด รามัญนิกาย สยามนิกาย หรืออมรปุรนิกา " พระองค์ตรัสว่า “เรามิได้สังกัดนิกายใด” พระเหล่านั้นได้ยินดังนั้นจึงรู้สึกไม่ชอบใจ เพราะไม่ได้เป็นพวกเดียวกับตน กล่าวว่า “อย่าโกรธเรานะ เราไม่มีที่พักเหลือ ทุกห้องเต็มหมดแล้ว”
"}])