พระเครื่อง

คันฉ่องและโคมฉาย - ธรรมะสำหรับนักบริหาร (13)
ภาคพิเศษ ทางออกประเทศไทย

คันฉ่องและโคมฉาย - ธรรมะสำหรับนักบริหาร (13) ภาคพิเศษ ทางออกประเทศไทย

15 ก.ค. 2554

ผู้บริหารทุกคน เมื่อบริหารงานไปได้ระดับหนึ่งแล้วอย่าหลงตัวเองว่าองค์กรนั้นถ้าขาดฉันแล้วไปต่อไม่ได้ ควรเตือนตัวเองเอาไว้บ่อยๆ ว่าถ้าขาดฉันแล้วมันจะไปได้ดี เพื่อจะได้ไม่หลงตัวเอง

          ผู้บริหารจำนวนมาก ทันทีที่ประสบความสำเร็จก็ล้มเหลวในวันนั้น เพราะทันทีที่ประสบผลสำเร็จก็เริ่มหลงตัวเอง และนี่แหละคือจุดจบของผู้บริหาร ฉะนั้นจำนิทานเรื่องนี้ไว้ วันหนึ่งถ้าเราประสบความสำเร็จ ก็อย่าไปหลงตัวเองว่าเราต้องเป็นหนึ่งในตองอูเท่านั้น จนไม่ยอมบริหารจัดการ อำนาจ ความรับผิดชอบให้กับผู้อื่นเลย
 ผู้บริหารที่ดีจึงไม่ใช่ผู้ที่แบกหนักที่สุด ผู้บริหารที่ดีคือผู้ที่แบกหนักพอสมควร และกระจายภาระให้คนอื่นแบก และประการสำคัญที่สุด ผู้บริหารจะไม่ทำงานจนป่วยตาย
 
          ทางออกประเทศไทย
          ถาม : ขณะนี้บ้านเมืองกำลังอยู่ในภาวะสับสนวุ่นวาย เพื่อให้ประเทศชาติดีขึ้น ก็เลยอยากจะขอให้ท่านว. ช่วยแนะทางออกที่ดีที่สุดสำหรับพวกเราและประเทศชาติด้วยค่ะ
 
          ถ้ามองในมุมของธรรมะ ความขัดแย้งนี้มันเป็นธรรมดา แต่สิ่งที่ไม่ธรรมดาคือ เราปล่อยให้ความขัดแย้งนั้นมันกลายเป็นความรุนแรง มนุษย์ต่างจากสัตว์ตรงที่เวลาขัดแย้งกันจะไม่กัด แต่สุนัขก็ดี ไก่ก็ดีเวลาขัดแย้งก็กัดก็จิก นี่คือสัตว์ สัตว์ขาดศักยภาพในการหักห้ามใจ จึงได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ แต่มนุษย์มีศักยภาพในการหักห้ามใจ จึงได้ชื่อว่ามนุษย์เพราะมนุษย์แปลว่า ผู้มีใจสูง

          ในรอบหลายปีมานี้นี้วุฒิภาวะของคนไทยลดลงไปมาก เราเข้าสู่สังคมผลประโยชน์เต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นกันทั่วโลก โลกนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยโลภาภิวัตน์ คือความโลภ วิกฤติต้มยำกุ้งที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๔๐ นี้ตามหลักมันไม่ควรจะเกิดแล้ว โลกน่าจะได้รับบทเรียนแล้ว แต่มันไปเกิดที่ประเทศต้นขั้วเลย ที่อเมริกา

          นี่แหละคือสิ่งที่เป็นคลื่นใต้น้ำและมันโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำเป็นความขัดแย้งในสังคมไทยลึกๆ ความขัดแย้งทั้งหมดมันเป็นเรื่องของการบริหารจัดการที่ไม่ลงตัว เช่นการบริหารจัดการอำนาจที่ไม่ลงตัว การบริหารจัดการทรัพยากรที่ไม่ลงตัว การบริหารจัดการโอกาสในเข้าถึงแหล่งเงินและแหล่งทุนที่ไม่ลงตัว การบริหารความสัมพันธ์ที่ไม่ลงตัวระหว่างคนในสังคม และปะทุออกมาเป็น ความขัดแย้ง และเราจึงไปเรียกร้องหามาตรการทางกฎหมาย ไปเรียกร้องหาสันติวิธี บางทีเรียกร้องในลักษณะสามวันเจ็ดวันก็จบ

          อาตมาเองถูกสัมภาษณ์ วันก่อนมีผู้สื่อข่าวมาสัมภาษณ์ บอกว่าพระอาจารย์ก็เทศน์บ่อยมากอะไรก็ไม่ดี ผมก็หงุดหงิด หงุดหงิดพระด้วย อาตมาก็ถามว่า ปัญหานี้รากของมันซักเจ็ดสิบปีได้คุณจะให้อาตมาเทศน์แล้วให้ปัญหามันหายวันนี้เลยไหม เทศน์เสร็จปุ๊บพอกลับกันแล้วมันหายเลยไหม คนที่ทำอย่างนั้นได้มีคนเดียวคือเผด็จการ ถ้าเห็นว่าประชาธิปไตยมันทำให้หงุดหงิด ลองเผด็จการสักห้าปีไหม เห็นไหม ก็ไม่เอา

 

"}])