พระเครื่อง

'การสะสมพระต้องศึกษาจากตำราให้มาก'
ธิติเดช ทองภัทร์ (หมู เกาะกง)

'การสะสมพระต้องศึกษาจากตำราให้มาก' ธิติเดช ทองภัทร์ (หมู เกาะกง)

10 ก.ค. 2554

บนเส้นทางเดินของนักสะสมพระเครื่อง แต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน หลายคนที่เริ่มต้นจากศูนย์ คือ ไม่มีคนในบ้านสะสมพระมาก่อน

          สมัยเด็กก็ไม่ได้ให้ความสนใจ เพราะสภาพสิ่งแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยให้ รวมทั้งไม่มีเงินพอจะเช่าบูชาพระได้ ในขณะที่บางคนโชคดี ที่พ่อแม่หรือญาติพี่น้องเพื่อนฝูงเป็นนักสะสมพระมาบ้างแล้ว พอถึงคราวตัวเองสนใจสะสมพระเครื่องขึ้นมาบ้าง ก็สะดวกสบายกว่าคนอื่นๆ

          อย่างเช่นกรณีของ ธิติเดช ทองภัทร์ (หมู) ผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรม และอีกหลายธุรกิจอยู่ที่ เกาะกง ประเทศกัมพูชา ผู้ได้รับการจุดประกายให้เกิดความสนใจสะสมพระเครื่องมาจากคุณพ่อ คือ พ.อ.วิชาญ ทองภัทร์ อดีตอาจารย์โรงเรียนนายร้อย จปร.และกรรมการเวทีมวยราชดำเนิน

          ธิติเดช ทองภัทร์ หรือ หมู เกาะกง เล่าย้อนอดีตของตัวเองว่า "สมัยที่ผมยังเรียนอยู่ชั้นประถม จนถึงชั้นมัธยม คุณพ่อมักจะพาครอบครัว รวมทั้งผมไปกราบไหว้พระอริยงสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติอยู่เสมอ อาทิ หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง หลวงปู่ขาว วัดถ้ำกลองเพล หลวงปู่เทสก์ วัดหินหมากเป้ง ฯลฯ

          ทำให้ผมมีจิตใจใฝ่ทางนี้มาตั้งแต่เด็กๆ ด้วยความที่คุณพ่อมีความคุ้นเคยกับหลวงพ่อหลวงปู่ชื่อดังในสมัยนั้น ทำให้หน่วยราชการองค์กรการกุศลต่างๆ ได้ให้คุณพ่อเป็นผู้ติดต่อประสานงานในการจัดสร้างวัตถุมงคล เพื่อหารายได้เป็นการกุศลให้วัดวาอารามหลายแห่ง เมื่อไปกราบไหว้พระอาจารย์ท่านใด ผมมักจะได้รับพระเครื่องของท่านกลับมาบ้านเสมอ จะเรียกว่าผมสะสมพระเครื่องมาตั้งแต่วัยเด็กก็ไม่ผิดนัก

          ขณะเดียวกัน ที่บ้านคุณพ่อมีตำราพระเครื่อง นิตยสารพระต่างๆ ผมก็ได้เอามาอ่าน เพื่อจะได้รู้ว่าพระที่มีอยู่นั้นเป็นอย่างไร และเมื่อได้ทราบข่าวการสร้างที่ไหน ที่ลงข่าวในนิตยสารพระ ผมสนใจมาก ถึงกับไปสั่งจองตามศูนย์พระด้วยตนเอง ที่จำได้แม่นคือ ผมเคยไปจองเหรียญหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ รุ่นเจริญพร และรุ่นอื่นๆ ที่บ้านของคุณจินตนา สุขสถิตย์ ซึ่งเป็นญาติของคุณชินพร สุขสถิตย์ ผู้จัดสร้างพระหลวงปู่ทิม หลายรุ่น ผมไปจองทั้งๆ ที่อยู่ในชุดนักเรียน

          คุณจินตนาเห็นผมเป็นเด็กถึงกับถามว่า คุณพ่อให้มาจองหรือ ผมตอบว่า เปล่า ผมจองของผมเองครับ ทำเอาคุณจินตนากล่าวชมผมว่า ดีจังเลย เป็นเด็กยังเล็กอยู่ก็รู้คุณค่าของพระเครื่องแล้ว"
 ความสนใจพระเครื่องของ หมู เกาะกง มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อจบการศึกษาและได้งานทำแล้ว จึงมีเงินของตัวเอง ทำให้แบ่งเงินส่วนหนึ่งไปจองพระที่สนใจบ้าง ซื้อพระจากสนามพระบ้าง

          เพราะคนในวงการพระไม่น้อยที่รู้จักกับคุณพ่อของหมูเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ทำให้หมูได้พระดีพระแท้มาโดยตลอด อย่างเช่น เฮียจุ้งตัง ชลบุรี อ.นิพัฒน์ จิตรประสงค์ สมาน คลองสาม ร้านทองลิ้มกุ่ยหลี ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ใหญ่ทุกท่านมักจะเมตตา หมู โดยเปิดราคาไม่สูงนัก ซึ่ง หมู บอกว่าพระทุกองค์ที่ได้มาในสมัยนั้น ก็ยังเก็บรักษาอยู่จนถึงทุกวันนี้ หากว่าจะขายต่อก็ได้กำไรหลายเท่าตัว

          "ที่ผมภาคภูมิใจมาก คือ พระกริ่งพระชัย พระรูปหล่อ ที่ได้มาจาก อ.นิพัฒน์ นั้นมีภาพอยู่ในหนังสือที่ท่านจัดพิมพ์ขึ้นมาด้วย หลายคนที่พบเห็นถึงกับขอซื้อผมต่อ แต่ผมไม่ขาย เพื่อจะได้เป็นพระองค์ครู เอาไว้ศึกษา จะได้จดจำจุดเด่นที่สำคัญๆ ของพระแต่ละองค์เอาไว้ให้แม่น อาศัยที่ผมเป็นคนที่ค่อนข้างละเอียด และจดจำได้ดี พระองค์ไหนได้ผ่านการส่องดูมาแล้ว ก็จะจดจำได้ตลอดเวลา

          โดยปกติ ทุกคืนก่อนนอน นอกจากผมจะสวดมนต์ไหว้พระแล้ว ผมจะหยิบพระองค์ใดองค์หนึ่งขึ้นมาส่องดูด้วยความตั้งใจจริง ในช่วงเวลานั้น จิตผมเป็นสมาธิดีมาก ผมคิดว่าตรงนี้เป็นสิ่งที่ดีงามของผู้สนใจสะสมพระทุกคน" หมู กล่าวถึงแนวทางที่ได้ปฏิบัติมา

          สิ่งสำคัญของการสะสมพระเครื่องที่ท่านผู้เริ่มสนใจสะสมพระเครื่อง คือ อย่าได้ซื้อพระแบบสะเปะสะปะ ซื้อไปเรื่อยโดยไม่รู้ว่าเป็นพระแท้หรือพระปลอม สมัยนี้วงการพระมี 'สื่อ' มากมาย ทั้งหนังสือตำราพระ นิตยสารพระ เว็บไซต์พระ รวมทั้งหนังสือพระที่แจกเป็นรางวัลในงานประกวดพระ ล้วนเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดี ให้ข้อมูลในทุกด้านอย่างละเอียด

          โดยเฉพาะภาพพระเครื่อง สวยงามคมชัดมาก ผู้ที่เริ่มสนใจสะสมพระจึงควรจะได้ศึกษาภาพพระต่างๆ จากหนังสือหรือตำราพระเหล่านี้บ้าง เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง เมื่อได้เห็นภาพพระแท้องค์จริงจากหนังสือพระแล้ว เมื่อไปพบเห็นพระตามที่ต่างๆ ก็พอจะบอกได้ว่าเป็นพระแท้หรือพระปลอม

          "ผมคิดว่าหนังสือภาพพระที่พิมพ์แจกเป็นรางวัล ตามงานประกวดพระแทบทุกแห่งในเวลานี้ เป็นหนังสือที่ดีมาก เพราะพระแต่องค์ที่นำลงพิมพ์ ผู้จัดทำได้กลั่นกรองมาแล้วเป็นอย่างดีว่าเป็น พระแท้แน่อน ถือเป็นตำราการศึกษาเรื่องพระต่างๆ ได้เลย สำหรับผม ก็ได้ศึกษาจากตำราพระเล่มเก่าๆ อย่างเช่นของท่านตรียัมปวาย อ.ประชุม กาญจนวัฒน์ อ.ต้อย เมืองนนท์ ล้วนเป็นหนังสือตำราพระที่ดีมาก

          ผมคิดว่าคนที่ได้อ่านหนังสือตำราเหล่านี้จะมีความรู้ดีขึ้น ส่งผลให้ได้พระแท้ด้วย ผมจึงเห็นว่า ท่านที่รักการสะสมพระเครื่อง ต้องหมั่นศึกษาจากหนังสือตำราพระให้บ่อยๆ" หมู กล่าวแนะนำอีกตอนหนึ่ง

          นอกจากนี้ หมู ยังกล่าวถึงวงการพระเครื่องว่า เซียนพระส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นผู้ชำนาญในการดูพระได้ทุกประเภท เราจึงควรจะรู้ว่าคนไหนเก่งพระอะไร หากเราสนใจพระประเภทนั้น เราก็ไปหาคนนั้น ขอความรู้จากเขา ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งผมคิดว่าเซียนพระส่วนใหญ่ซึ่งเป็นคนดีอยู่แล้ว มักจะไม่ปฏิสธในเรื่องเหล่านี้ ที่สำคัญเราต้องซื้อพระจากเขาบ้าง เพื่อจะได้เป็นการผูกสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกัน

          แต่ก่อนที่เราจะไปขอความรู้จากเซียนพระคนใดคนหนึ่ง เราต้องรู้ก่อนว่าเซียนคนนั้นเป็นผู้รู้จริงไหม มีน้ำใจไมตรีหรือเปล่า และที่สำคัญ เป็นผู้มีคุณธรรม หรือไม่ ถ้าหากมีทุกอย่างตามนี้ก็เข้าไปหาเขาได้เลย เมื่อได้พระแท้องค์จริงมาแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องศึกษาหาข้อมูลต่างๆ บนองค์นั้นเอาไว้ให้มากที่สุด   

          การศึกษาพระแท้องค์จริง และได้ดูพระบ่อยๆ จะทำให้ดูพระเป็นเร็วขึ้น นอกจากนี้การสะสมพระต้องมีการคบหาสมาคมกับผู้อื่นบ้างตามสมควร เพื่อจะได้รู้แนวการสะสมพระของเรานั้นเป็นอย่างไร ถูกหรือผิด ก็มีโอกาสได้รู้จากผู้อื่น หากเล่นพระอยู่คนเดียวในวงแคบๆ โอกาสจะดูพระเป็นได้พระแท้ ย่อมยากไปด้วย

          "ทุกวันนี้ผมยังซื้อพระเข้าบ้านอยู่เสมอ โดยเลือกซื้อแต่พระสวยแท้ดูง่าย ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นพระเนื้อดิน ชิน ผง พระกริ่ง รูปหล่อ เหรียญพระคณาจารย์ รวมทั้งพระท้องถิ่นในภาคตะวันออก ก็ได้สะสมเอาไว้มากพอสมควร นอกจากนี้ยังได้ให้ความร่วมมือในงานประกวดพระตามที่ต่างๆ ด้วยการบริจาคเงินช่วยการจัดงาน หรือประมูลพระ เพื่อเอารายได้ไปใช้ในกิจการกุศลต่างๆ

          โดยผมเห็นว่า การจัดงานประกวดพระในทุกวันนี้ เป็นงานกุศลอย่างแท้จริง มีการนำเงินไปช่วยเหลือสาธารณกุศลหลายแห่ง การที่เราร่วมบริจาคเงินช่วยการจัดงานก็ดี ประมูลพระก็ดี หรือส่งพระเข้าประกวดก็ดี ถือได้ว่าเป็นผู้มีส่วนช่วยเหลือการกุศลของงานนั้นๆ ด้วย การทำบุญไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดย่อมทำให้ผู้ทำบุญมีจิตใจเบิกบานอยู่เสมอ และเกิดความปลาบปลื้มปีติในกุศลผลบุญที่ได้ทำไว้" หมู กล่าวในตอนท้าย

ตาล ตันหยง

"}])