พระเครื่อง

'ซื้อพระติดรางวัลมั่นใจกว่า...สวยแท้แน่นอน'สมชาย (จงวิวัฒน์จิตต์)เพชรศุภมิตร

'ซื้อพระติดรางวัลมั่นใจกว่า...สวยแท้แน่นอน'สมชาย (จงวิวัฒน์จิตต์)เพชรศุภมิตร

19 มิ.ย. 2554

สมชาย เพชรศุภมิตร (นามสกุลเดิม-จงวิวัฒน์จิตต์) เป็นนักสะสมพระเครื่องผู้นิยมแต่พระสวยสมบูรณ์และดูง่ายเป็นหลัก โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งพระเข้าประกวดตามงานใหญ่ๆ จนเมื่อหลายปีก่อนชื่อ สมชาย จงวิวัฒน์จิตต์ เป็นที่รู้จักกันดีในวงการพระเครื่อง ในฐานะเจ้าของพระชนะเ

สมชาย เพชรศุภมิตร (หรือ สมชาย จงวิวัฒน์จิตต์) เป็นชาวบางกระบือ กทม.โดยกำเนิด เรียนจบ ม.๖ โรงเรียนวัดราชาธิวาส ม.๘ โรงเรียนอำนวยศิลป์ พญาไท  จากนั้นได้ออกมาช่วยทำงานที่บ้านขายของ

 ช่วงนั้นเป็นคนหนุ่มอายุ ๑๘ ปี มีโอกาสได้อ่านนิตยสารพระเครื่อง ลานโพธิ์ (ยุคที่ แล่ม จันท์พิศาโล เป็น บก.บริหาร) ได้พบเห็นภาพพระเครื่องต่างๆ และบทความที่น่าสนใจ นับเป็นการจุดประกายความสนใจสะสมพระเครื่องขึ้นมาท แต่ด้วยตัวเองไม่มีพื้นฐานด้านการดูพระมาก่อน จึงคิดหา ทางลัด สู่การเป็นนักสะสมพระเครื่องที่จะไม่ถูกคนอื่นหลอกต้ม คือ ต้องไปขอซื้อพระจากผู้ที่ได้รับรางวัลพระชนะเลิศตามงานประกวดพระต่างๆ ซึ่งนิตยสาร ลานโพธิ์ ได้นำรายชื่อเหล่านั้นมาลงไว้ หลังจากงานประกวดพระนั้นได้ผ่านไปแล้ว

 สมชาย เล่าว่า "การตามหาเจ้าของพระชนะเลิศแต่ละรายการ ตามลายแทงที่นิตยสารลานโพธิ์ได้ลงไว้นั้น ไม่ยากเลย เพราะส่วนใหญ่คนในวงการพระ หรือตามสนามพระ มักจะรู้กันดีอยู่แล้ว เมื่อไปพบเจ้าของพระองค์ที่ผมอยากได้ และขอซื้อเขา ย่อมแน่นอนว่า เขาจะต้องบอกราคาสูงกว่าพระทั่วๆ ไป ที่ไม่ได้ติดรางวัล แต่ผมก็พร้อมจะจ่ายเงินแม้ว่าจะมีราคาแพง เพราะผมถือว่า เป็นพระแท้และสวยถึงได้ติดรางวัล เมื่อ ๒๐ ปีก่อน ผมเคยซื้อ พระหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค พิมพ์ทรงปลากัด องค์สวยสมบูรณ์คมชัดมาก ติดรางวัลมาแล้วกว่า ๑๐ ครั้ง เจ้าของเปิดราคาไว้ที่ ๕ หมื่นบาท ซึ่งสูงมากสำหรับสมัยนั้น มาถึงทุกวันนี้พระองค์นี้หากจะขายต้องได้กว่า ๔ แสนบาท พระหลวงพ่อปาน อีกองค์พิมพ์ทรงปลาจีน เป็นพระติดรางวัลมาแล้วหลายครั้ง ผมซื้อมาในราคา ๔ หมื่นบาท ราคาทุกวันนี้ต้องได้ ๕ แสนบาทขึ้นไป นอกจากนี้ยังมีพระติดรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ที่ซื้อมาในราคาหลักหมื่นต้น มีคนมาขอซื้อผมในราคาหลักแสนกลาง ด้วยเหตุนี้ ผมจึงเห็นว่า การสะสมพระแท้ดูง่าย ย่อมเป็นหลักทรัพย์ที่ดีและมั่นคง ขายออกไปเมื่อไรก็ได้กำไรเมื่อนั้น"

 สมัยที่เพิ่งสนใจพระเครื่องใหม่ๆ สมชายเล่าว่า "จากการอ่านนิตยสารพระเครื่องเป็นประจำ ทำให้ทราบข่าวว่า วัดไหนมีการจัดสร้างพระเครื่อง และจัดพิธีวันไหน ก็จะไปทำบุญบูชาพระที่วัดนั้นโดยตรง นอกจากนี้ หากทราบว่า มีพระเกจิอาจารย์วัดไหนเก่ง ก็จะไปกราบไหว้ท่านถึงที่วัด พร้อมกับทำบุญบูชาพระเครื่องของท่านครั้งละมากๆ เช่น หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม จ.นครปฐม หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ จ.ปทุมธานี หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ จ.เพชรบุรี ฯลฯ ต่อมา เมื่อปี ๒๕๑๔ ผมเริ่มสะสมเหรียญยอดนิยม เป็นการเล่นพระแบบก้าวกระโดด ไม่เริ่มนับหนึ่งใหม่ เหมือนกับคนอื่นเขา โดยซื้อเหรียญติดรางวัลจากงานประกวดพระ ซึ่งแพงกว่าเหรียญทั่วๆ ไปก็ต้องทำใจ เพราะผมต้องการเหรียญสวยและมีหลักประกัน เก๊รับคืน ทำให้ผมได้แต่ของแท้ เพราะผมซื้อจากคนที่เชื่อถือได้เท่านั้น ซึ่งในวงการพระเขาจะรู้กันอยู่แล้วว่า คนไหนเล่นพระแท้ คนไหนเล่นพระเก๊ คนไหนเล่นพระลูกผสม คือ แท้ก็มีเก๊ก็เยอะ บางคนขายพระแท้ให้เรามาตลอด พอถึงวันดีคืนดีเขาจะสอดไส้ เอาพระเก๊ปะปนมาให้ก็มี คนประเภทนี้อยู่ได้ไม่นาน เดี๋ยวนี้หายสาปสูญไปแล้ว  เพราะความไม่ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพของตัวเอง"

 ที่ว่า สมชาย สะสมพระแบบก้าวกระโดด ก็ด้วยว่า เหรียญยอดนิยมชุดแรกๆ ที่ซื้อเข้ามา คือ เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ปี ๒๔๖๗ เนื้อทองแดง, เหรียญหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ปี ๒๔๖๖, เหรียญหลวงพ่อคง วัดซำป่าง่าม ปี ๒๔๘๓ เนื้อเงินลงยา แต่ละเหรียญล้วนสวยคมชัดชนิดติดรางวัลมาแล้วทั้งนั้น

 ก้าวต่อมา สมชาย หันมาสะสมพระตามรายการประกวดพระครั้งสำคัญๆ โดยจะเก็บเป็นชุดๆ เช่น ชุดพระเนื้อดินยอดนิยม ชุดเนื้อดินทั่วไป ชุดเนื้อผงทั่วไป ชุดหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ชุดปิดตามหาอุตย์ทั่วไป และที่มุ่งเน้นเป็นพิเศษในเวลานี้ คือ พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ เนื้อโลหะผสม ปี ๒๕๐๕

 "ผมเริ่มส่งพระเข้าประกวด ครั้งแรก คือที่ สำนักใหญ่แห่งใหม่ของ ธนาคารศรีนคร จำกัด สวนมะลิ ปี ๒๕๑๙ ซึ่งเป็นงานประกวดพระครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองไทย พระที่ได้รับการตัดสินแล้วจะวางโชว์ในตู้เป็นเวลานานหลายวัน เพื่อให้ผู้สนใจได้ศึกษากันอย่างใกล้ชิด และเป็นเวลานานพอสมควร ใครมีเวลาว่างไปยืนเกาะตู้โชว์พระเป็นวันๆ เขาก็ไม่ว่า ครั้งนั้นผมได้ส่งเหรียญเข้าประกวด ๒ เหรียญ คือ เหรียญหลวงพ่อคง วัดซำป่าง่าม ปี ๒๔๘๓ ได้รับรางวัลชนะเลิศ และเหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง เนื้อทองแดง ยันต์สี่ ปี ๒๔๖๗ ได้รับรางวัลที่ ๓ หลังจากนั้นผมได้สะสมพระโดยคัดเลือกเฉพาะองค์ที่สวยกริ๊บเท่านั้น เพื่อจะส่งเข้าประกวดในโอกาสต่อไป ตั้งเข็มเอาไว้เลยว่า จะต้องได้รับรางวัลโล่รวมของพระชุดนั้น ก็ได้สมหวังดังความตั้งใจทุกอย่าง เพราะพระที่ผมส่งเข้าประกวดเป็นพระสวยคมชัดจริงๆ พระด้อยความงามผมจะไม่ซื้อและไม่ส่งเข้าประกวดแต่อย่างใด เพราะเสียเวลาเปล่าๆ" สมชาย คนชอบพระสวย กล่าวในตอนหนึ่ง

 จากการที่โฆษกบนเวที ประกาศชื่อผู้ชนะการประกวดพระโต๊ะนั้นโต๊ะนี้ ซึ่งมีชื่อของ สมชาย จงวิวัฒน์จิตต์ ได้รับการกล่าวถึงอยู่ตลอดเวลา สมชายบอกว่าดีใจมาก เป็นความสุขที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้มุมานะที่จะแสวงหาแต่พระสวยสมบูรณ์แท้ดูง่ายอย่างจริงจัง ครั้งหนึ่ง เมื่อรู้ว่าเจ้าของพระองค์ที่อยากได้นั้นอยู่ที่ไหนก็จะมุ่งหน้าไปหาทันที ไกลแค่ไหนก็ไปให้ได้ เมื่อพบเจ้าของพระ เขาบอกไม่ขาย ก็ต้องคะยั้นคะยอขอซื้อเขาให้ได้ ตรงจุดนี้ก็ต้องใช้ พลังเงิน เป็นตัวช่วย ทำให้สมชายได้พระสวยแท้อยู่เสมอ จนกลายเป็นนักล่ารางวัลชื่อดังในเวลาต่อมา

 "ตลอดเวลากว่า ๓๐ ปีที่ผ่านมา ผมได้ส่งพระเข้าประกวดนับครั้งไม่ถ้วน โดยเลือกส่งเฉพาะงานใหญ่ๆ เท่านั้น ได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย เฉพาะที่เป็นพระชุด (แต่ละโต๊ะ) ผมได้รับรางวัลไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ รางวัล หากเป็นพระชนะเลิศแต่ละรายการ ก็มีไม่น้อยกว่า ๓,๐๐๐ รางวัล มาถึงทุกวันนี้ ผมก็ยังส่งพระเข้าประกวดอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ลดจำนวนลงเท่านั้น โดยผมจะมุ่งให้ได้รางวัลชนะเลิศโต๊ะใดโต๊ะหนึ่ง เอาสัก ๒-๓ โต๊ะก็พอ ส่วนใหญ่เป็นประเภทพระเนื้อผงทั่วไป เพราะผมยังมีความสุขอยู่กับงานประกวดพระ และวงการพระเสมอ ในรอบสัปดาห์ ผมจะหาเวลาว่างวันใดวันหนึ่งไปเดินชมพระตามสนามพระทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นที่ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ท่าพระจันทร์ ตั้งฮั่วเส็ง ตลาด อ.ต.ก. ห้างเซ็นทรัลพระราม ๓  ฯลฯ หากพบพระสวยดูง่ายและถูกใจ ผมจะซื้อทันที ผมมีหลักการซื้อพระอยู่ว่า อยากได้พระสวยต้องยอมลงทุน แพงไม่ว่าขอให้สวยจริงก็แล้วกัน พระพิมพ์ไหนที่มีอยู่แล้ว หากไปพบองค์ที่สวยกว่า ต้องซื้อเอาไว้ก่อน แล้วค่อยขายองค์เก่าที่มีอยู่เดิม ซึ่งสวยน้อยกว่าออกไป วิธีนี้ทำให้ผมได้พระสวยคมชัดอยู่เสมอๆ" สมชาย กล่าว จากการที่มีพระแท้สวยดูง่ายอยู่ในครอบครองจำนวนมาก ทำให้ สมชาย ได้อาศัยพระแท้องค์จริงเหล่านี้เป็น องค์ครู สำหรับการศึกษาหารายละเอียดต่างๆ บนองค์พระ จนจดจำได้เป็นอย่างดี เมื่อไปพบเห็นพระที่ไหนที่เป็นพระพิมพ์เดียว ก็สามารถบอกได้ว่าเป็นพระแท้ หรือพระปลอม

 แม้ว่าจะดูพระเป็น แต่ สมชาย ก็ไม่เคยประมาทในการซื้อพระแบบหวังฟลุ๊ค พระแต่ละองค์ที่ซื้อ คนขายต้องรับประกันให้ด้วย ถึงจะจ่ายเงินออกไป นับเป็นความรอบคอบที่นักสะสมพระคนรุ่นใหม่ควรจะยึดเป็นตัวอย่าง

 สำหรับพระเครื่องที่ใช้ติดตัวเป็นประจำ คือ พระรอด กรุวัดมหาวัน พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ รุ่นปลดหนี้ ตะกรุดหลวงปู่โต๊ะ ลูกอมหลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก ฯลฯ

 สมชาย ไม่ได้เปิดร้านขายพระ แต่มักจะไปเดินชมพระตามสนามพระทุกแห่ง และตามงานประกวดพระรายการใหญ่ๆ เฉพาะที่จัดใน กทม. และยินดีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนนักพระเครื่อง หรือผู้นิยมการประกวดพระเครื่อง ติดต่อสอบถามได้ที่โทร.๐๘-๑๙๙๑-๑๐๐๐

0 ตาล ตันหยง 0

"}])