
"ปู"เป็นนายกฯโหรไม่ทำนาย-ฟันธง
"น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เป็นนายกฯ หรือไม่ได้เป็นนายกฯ" เป็นข้อถกเถียงในทุกวงสนทนาการเมืองก่อนการเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่เหลือเวลาอีกไม่ถึง ๒๐ วัน ก็จะรู้ผลแล้ว
แต่ด้วยความอยากรู้ล่วงหน้าสิ่งหนึ่งที่พอเป็นข้อมูลประกอบ คือ แบบสำรวจความนิยมพรรคการเมืองและผู้สมัครก่อนการเลือกตั้ง หรือที่เรียกว่า "โพลล์" นั่นเอง
นอกจากนี้แล้ว ยังมีข้อมูลอีกด้านหนึ่งที่คนไทยให้ความสนใจ และให้ความสำคัญไม่น้อยกว่ากัน คือ "คำทำนาย" ของหมอดู และโหรสำนักต่างๆ
"คม ชัด ลึก" ได้สอบถามโหรชื่อดังสำนักต่างๆ คำถามและประเด็นเดียว คือ "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เป็นนายกฯ หรือไม่ได้เป็นนายกฯ" แม้ว่าพระและโหรทุกสำนักจะให้คำตอบไปในทิศทางเดียวกันหมด แต่ได้ร้องขอไม่ให้ลงข้อความในส่วนของคำทำนาย ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งในวงการโหร เพราะที่ผ่านมาก่อนการเลือกตั้งมีการเปิดโรงแรมตั้งโต๊ะแถลงข่าวกันอย่างเป็นทางการ โดยแต่ละท่านได้ให้เหตุผลไว้ ดังนี้
อ.ธนกร สินเกษม นายกสมาคมโหรแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ บอกว่า บ่อยครั้งมักมีคนถามว่า "ยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกฯ หรือไม่?" แต่จะปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าดวงคุณยิ่งลักษณ์เป็นอย่างไร ซึ่งก่อนหน้านี้คนทั่วไปรู้เพียงว่า "คุณยิ่งลักษณ์เกิดวันพุธเท่านั้น" ทั้งนี้เมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติมล่าสุดว่า "คุณยิ่งลักษณ์เกิดวันพุธกลางคืน" ความชัดเจนของการทำนายก็มีมากขึ้น แม้จะมีข้อมูลที่ใช้คำนวณและทำนายดวงคุณยิ่งลักษณ์ครบทุกด้าน แต่ไม่มีโหรท่านใดกล้าออกมาทำนาย เพราะสภาพของบ้านเมืองไม่ปกติ สังคมแตกแยกอย่างรุนแรง คนแบ่งเป็นพวก เป็นพรรค เป็นฝ่าย หากทำนายว่าคุณยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกฯ แน่นอนที่สุดว่าต้องสร้างความไม่พอใจแก่ฝ่ายเสื้อเหลือง และอาจจะถูกเข้าใจต่อไปว่าเป็นโหรเสื้อแดง แต่ก็จะเป็นที่ถูกอกถูกใจของฝ่ายเสื้อแดง ขณะเดียวกันหากทำนายว่าไม่ได้เป็นนายกฯ ก็เป็นที่ไม่พอใจของฝ่ายเสื้อแดง พร้อมกับคำกล่าวหาว่าเป็นโหรเสื้อเหลือง
ในขณะที่ อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ บอกว่า ถ้านับจากวันนี้อีก ๒๐ วัน ก็รู้แล้วว่าใครจะได้เป็นนายกฯ ถ้าถามเป็นการส่วนตัวตอบได้ แต่ถามเพื่อนำไปเสนอเป็นข่าวต่อสาธารณชนไม่ขอทำนาย เพราะหากทำนายออกไปย่อมมีผลต่อผู้ทำนายโดยตรง ขณะเดียวกันคำทำนายสามารถให้คุณให้โทษผู้ถูกทำนายเช่นกัน แม้ว่าคำทำนายจะไม่มีความแม่นยำที่เรียกว่า ๑๐๐% แต่คนไทยส่วนใหญ่ก็เชื่อในคำทำนาย กรณีที่โหรไม่ทำนายคุณยิ่งลักษณ์ได้หรือไม่ได้เป็นนายกฯ เพราะโหรมีลูกศิษย์ทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้ง ๒ สี หากทำนายไปลูกศิษย์จะเข้าใจว่าโหรเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ซึ่งแตกต่างจากในอดีตทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง โหรจะออกมาทำนายได้โดยอิสระ ไม่ต้องกลัวว่าจะมีผลกระทบต่อลูกศิษย์
อย่างไรก็ตาม อ.ภิญโญ ได้วิเคราะห์ตามจุดการเคลื่อนของดวงดาวไว้ว่า หลังวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ มีดาว ๒ ดวง คือ ดาวพฤหัส ซึ่งอยู่ในราศีเมษ และดาวเสาร์อยู่ในราศีกันย์ ความสำคัญของดาว ๒ ดวงนี้ เป็นดาวคู่แห่งการเปลี่ยนแปลงยุคสมัย รัฐบาลชุดใหม่ที่จะเกิดขึ้นถือว่าเป็นรัฐบาลที่เชื่อมต่อไปสู่การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยในอนาคต ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๔ ถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๕
ด้าน หมอกิจจา ทวีกุลกิจ หรือ หมอนิด โหรการเมืองชื่อดังหนึ่งเดียวที่กล้าทำนายว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทยชนะล้านเปอร์เซ็นต์ อาจจะได้เสียงสูงถึง ๒๔๐ เสียง บวกลบไม่เกิน ๒๐ คะแนน พรรคประชาธิปัตย์ได้ ๑๘๐ เสียง ถือว่าเริ่มมีกลิ่น ถ้าถึง ๒๐๐ แปลว่ากลิ่นโชยมาเลย แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ แต่เป็นได้แต่ไม่นาน หากยังดื้อดึงตระกูลชินวัตรอยู่ยาก ที่สำคัญคือ หากแกนนำ นปช.เข้ามารับตำแหน่งสำคัญๆ ของบ้านเมือง ให้นับเวลาถอยหลังได้เลยว่า รัฐบาลอยู่ได้ไม่กี่เดือน เพราะมีคนจองกฐินไว้ล่วงหน้าแล้ว และเป็นกฐินสามัคคี ๔ เหล่า
เมื่อโหรไม่กล้าฟันธง!
อ.ลักษณ์ เรขานิเทศ หรือเจ้าของฉายา โหรฟันธง เลขาธิการสถาบันพยากรณ์ศาสตร์ บอกว่า ตลอดระยะเวลากว่า ๒๐ ปีที่ผ่านมา โหรมักจะถูกถามชะตาบ้านดวงเมืองในวาระสำคัญของบ้านเมือง เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ ปรากฏการณ์ทางดวงดาว รวมทั้งเมื่อจะมีการเปลี่ยนทางการเมือง ไม่ว่าจะยุบสภา ปฏิวัติ และเลือกตั้งใหม่ ซึ่งในอดีตก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองปี ๒๔๗๕ เรื่องการพยากรณ์ดวงเมืองกับดวงบุคคลเป็นความลับ แต่หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยเฉพาะหลังปี ๒๕๐๐ เริ่มมีการทำนาย เพราะมันเกิดมีบุคคลสาธารณะที่มีความเป็นมาเป็นไป อยากรู้ว่าชีวิตเป็นอย่างไร
กรณีคำถาม "ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป" นั้น หากดูจากพื้นดวงคน และดวงเมืองรู้ได้ทันทีว่า ใครจะเป็นนายกฯ พร้อมที่จะฟันธงได้ว่าคุณยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ แต่ครั้งนี้การทำนายจะเกรงว่าเป็นการชี้นำ แล้วส่งผลกระทบต่อความรู้สึกต่อคนในประเทศ ที่แยกเป็นสีเป็นฝ่ายต่างๆ หากทำนายไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เป็นนายกฯ ต้องมีฝ่ายหนึ่งไม่ชอบอย่างรุนแรง โดยจะสาปแช่งรวมไปถึงเกลียดผมอย่างแรง เพราะในหลังๆ นี้ พยายามที่จะปลีกตัวไปสร้างบุญสร้างกุศล พาคนทำบุญ ไม่อยากมายุ่งอยู่ในวงการ
โหรฟันธงบอกด้วยว่า ในปี ๒๕๕๔ นี้ หลังจากวันที่ ๔ พฤษภาคมที่ผ่านมา ดาวพฤหัสบดี ซึ่งเป็นดาวตัวแทนของความเจริญรุ่งเรือง ความยุติธรรม ความถูกต้อง ความสำเร็จ โคจรทับชะตาเมือง ฟ้าดินจึงน่าจะรับรู้ และจัดระบบให้ประเทศไทยไปในทางที่ดี หลังจากวันที่ ๒๔ พฤษภาคมที่ผ่านมา มุมหนึ่งของดาวราหู คือ ความมืดมน ความเลวร้าย ที่เกิดจาก โลภะ โทสะ และโมหะ ดาวราหูโคจรเข้าสู่จุดมรณะของดวงเมืองในราศีพิจิก แสดงว่า สิ่งดีๆ จะเกิดขึ้นกับบ้านเมือง คนคิดดีทำดี กตัญญู รู้คุณ จะได้ดี คนชั่ว คนโกง คนอกตัญญู คนไม่นับถือคุณงามความดี จะล้มหายตายจาก ไม่ได้รับการยอมรับ จะถูกลงโทษจากฟ้าดิน และประชาชน ธาตุฟ้าเปลี่ยนไปแล้ว แต่คนหรือประชาชนยังป่วย วนเวียนอยู่ในกิเลสตัณหา
การที่จะเปลี่ยนแปลงดวงชะตาของคนไทยมีอยู่ ๓ ประการ ๑.ถ้าคิดดีทำดีเมื่อไร ก็จะเปลี่ยนเมื่อนั้น ๒.โหรหรือนักโหราศาสตร์บอกข้อมูลของฟ้าให้รู้ให้ทราบแล้วรอปรากฏการณ์พิเศษบนท้องฟ้า และ ๓.ใช้ควบระหว่างรหัสฟ้าและรหัสดิน รหัสฟ้าเปลี่ยนมาแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รหัสดินในการเลือกตั้งครั้งนี้คนไทยจะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ และจะมีพรรคใดพรรคหนึ่งได้คะแนนเสียงเกินครึ่งหนึ่งแน่นอน อาจจะมากถึง ๓๒๐ เสียง ส่วนพรรคอันดับ ๒ คะแนนจะทิ้งห่างเป็นหลักร้อยคะแนน
"ในดวงเมืองมีเค้าลางดวงปฏิวัติเกิดขึ้น ต้องระวัง เหตุเพราะราหูที่โคจรเข้าบริเวณมรณะของชะตาเมือง เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา เป็นจุดที่ไปเล็งดาวอังคารซึ่งเป็นตัวแทนทหาร นักรบ ในพื้นชะตาดวงเมืองเดิม อาจจะเกิด โลภะ โทสะ และโมหะ นำไปสู่การใช้อำนาจ หากมีปรากฏการณ์ที่ไม่ชอบธรรม ม็อบเชียร์หรือต้านนายกฯ ไม่ใช่เรื่องที่น่าเกรงกลัว แต่สิ่งที่น่ากลัวคือประชาชนที่ลุกฮือทั้งประเทศออกมาต่อกรคณะผู้ที่ออกมาล้มล้างระบบประชาธิปไตย" โหรฟันธงกล่าวทิ้งท้า
เรื่อง... "ไตรเทพ ไกรงู"
ภาพ... "อนันต์ จันทรสูตร"



