พระเครื่อง

ชั่วโมงเซียน-ใบกำกับพระเรื่องของคุณค่าและความสำคัญ

ชั่วโมงเซียน-ใบกำกับพระเรื่องของคุณค่าและความสำคัญ

13 มิ.ย. 2554

"ใบกำกับพระ" ปรากฏในบริบททางสังคมไทยเนิ่นนานมาแล้วจุดมุ่งหมายดั้งเดิมก็เพื่อเป็นเครื่องยืนยันหรือกำกับกับองค์พระในการบริจาคบูชาร่วมทำบุญของพุทธศาสนิกชนในอันที่จะบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะและการพระศาสนาต่างๆ นอกจากนี้อาจยังกำกับคาถาวิธีบูชาและวัตถุประสงค์การจ

พระเครื่องดังในอดีตที่มีใบกำกับองค์พระดังกล่าวมีตัวอย่างเช่น พระผงของขวัญวัดปากน้ำ พระเครื่องหลวงปู่ทวดวัดช้างให้ เป็นต้น แต่วัตถุประสงค์หลักของใบกำกับในอดีตนั้นมิได้ต้องการยืนยันว่าองค์พระที่พุทธศาสนิกชนทำบุญเป็นพระแท้ เนื่องจากในช่วงนั้นมิได้มีการทำเทียมเลียนแบบขึ้นหากแต่มาทำเทียมภายหลัง

  "ใบกำกับพระ" ที่ขึ้นชื่อจนมีความสำคัญและมีสนนราคาสูงมากเป็นสิ่งที่ผู้คนต้องการได้มาเคียงคู่กับองค์พระเครื่องได้แก่ ใบกำกับพระสมเด็จจิตรลดาหรือพระกำลังแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงจัดสร้างพระพิมพ์สมเด็จจิตรลดาด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เองนำไปประดิษฐานที่ฐานพระพุทธนวราชบพิตร พระพุทธรูปที่ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นแล้วพระราชทานไปยังจังหวัดต่างๆ จำนวนหนึ่ง แล้วทรงสร้างขึ้นแจกข้าราชบริพาร ข้าราชการ และพสกนิกรอีกจำนวนหนึ่ง

 มีเรื่องกล่าวขานกันว่าทุกครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเทพิมพ์ด้วยพระหัตถ์ ในยามดึกสงัดเพียงลำพังพระองค์เดียว มีเพียงเจ้าพนักงาน ๑ คน ที่คอยถวายสุธารส และคอยหยิบสิ่งของต่างๆ ถวายตามพระราชประสงค์ การผสมผงวัตถุมงคลจะทรงผสมให้พอดีที่จะพิมพ์ให้หมด ในแต่ละครั้งเท่านั้น

 ส่วนคำว่า "พระกำลังแผ่นดิน" นั้น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นผู้ขนานพระนามตามพระนามของพระองค์ท่านคือ "ภูมิพล" คำว่า "ภูมิ" แปลว่า "แผ่นดิน" คำว่า "พล" แปลว่า "กำลัง" จึงเป็นที่มาของพระนามองค์พระ "สมเด็จจิตรลดา" อีกพระนามหนึ่งว่า "พระกำลังแผ่นดิน"

 พระสมเด็จจิตรลดา จะพระราชทานให้แก่เฉพาะข้าราชบริพาร ข้าราชการหลายระดับ แต่ทราบกันภายในว่า ไม่ทรงโปรดให้เป็นข่าวแพร่สะพัด ผู้ที่ได้รับพระราชทานส่วนใหญ่ถือเป็น "ของดีของสูง" และเป็น "ส่วนพระองค์" โดยแท้ จึงไม่มีใครกล้าปริปากบอกใครต่อ

 ต่อเมื่อความศักดิ์สิทธิ์ในพระพุทธคุณของสมเด็จจิตรลดา ได้ปรากฏออกมา ความดังนั้นก็เก็บไม่อยู่ พสกนิกรของพระองค์อีกจำนวนมาก ต่างก็กราบบังคมทูลขอพระราชทานอย่างไม่ขาด จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นอีกจำนวนมาก นับเป็นพันๆ องค์ พระองค์ได้พระราชทานให้พสกนิกรผู้ประกอบแต่กรรมดี โดยมิได้เลือกชั้น วรรณะ

 นับตั้งแต่นักการเมือง นายทหาร นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ลงมาถึงระดับคนขับรถ คนทำสวน แม่ครัว และบรรดาข้าราชการทหารที่ออกไปร่วมรบในสมรภูมิต่างๆ เช่น เวียดนาม และลาว ผู้บังคับบัญชาในระดับสูง จะทำหนังสือกราบบังคมทูลขอพระราชทานให้แก่นายทหาร ตั้งแต่ชั้นสัญญาบัตร ลงมาถึงนายทหารชั้นผู้น้อย ในจำนวนที่ไม่มากนัก ซึ่งจะทรงมีพระราชวินิจฉัยด้วยพระองค์เองว่า จะมีพระบรมราชานุญาตหรือไม่ จำนวนเท่าใด แต่การขอพระราชทานจะต้องขอพระราชทานต่อพระองค์เท่านั้น จะไม่พระราชทานให้ผู้ใดที่ไม่ได้ขอพระราชทาน

 พระสมเด็จจิตรลดาทุกองค์ จะได้รับพระราชทานจากพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และจะมีใบพระราชทาน (ใบกำกับพระพิมพ์) ขนาดกว้างประมาณ ๑๒.๗ ซม. ยาว ๑๕.๘ ซม. พื้นสีขาว ด้านบนมีภาพพิมพ์องค์ พระสมเด็จจิตรลดา ประกอบอยู่ แต่ไม่ใช่องค์ที่พระราชทานให้ ขนาดจะใหญ่กว่าองค์พระจริงเล็กน้อย สีน้ำตาลเข้ม เป็นเอกสารส่วนพระองค์ เอกสารสำคัญฉบับนี้ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจะแจ้งให้มารับภายหลัง จากวันที่ได้รับพระราชทานองค์พระ โดยไม่มีหมายกำหนดที่แน่นอน
 
 ด้วยเหตุดังกล่าวนอกจากพระสมเด็จจิตรลดาจะเป็นที่เสาะแสวงหาด้วยสนนราคาหลักล้านแล้ว ใบกำกับพระสมเด็จจิตรลดายังจัดเป็นเอกสารกำกับพระที่มีราคาสูงมากด้วยราคาที่เคยเริ่มตั้งแต่ หนึ่งหมื่นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วสูงขึ้นมาเป็นสามหมื่น ห้าหมื่น จนกลายเป็นเจ็ดถึงแปดหมื่นต่อ ๑ ใบในปัจจุบัน จนมีผู้ทำเทียมเลียนแบบแต่ก็มีวิธีพิจารณาไม่ว่าจะเป็นเส้นประ หรือลายกระดาษตัวพิมพ์ ตรายางที่ประทับ เป็นต้น

ใบกำกับพระกริ่งและพระชัยวัฒน์วัดตรีฯ

   ด้วยเหตุที่มีการทำเทียมเลียนแบบพระเครื่องกันอย่างมากมายใน พ.ศ. ๒๕๕๔ นี้ ทางวัดตรีทศเทพได้นำพระกริ่งและพระชัยวัฒน์พระพุทธนวราชบพิตร วัดตรีทศเทพ ๒๕๓๐ ออกให้ประชาชนบริจาคบูชา โดยจัดทำใบกำกับพระควบคู่กับใบอนุโมทนาบัตรด้วยเพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าเป็นพระกริ่งและพระชัยวัฒน์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จประกอบพิธีเททองในวันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๐ โดยมีประชาชนให้ความสนใจจำนวนมากจนพระกริ่งและพระชัยวัฒน์ที่เก็บไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๐ เหลือจำนวนน้อยลงทุกที นับเป็นการยืนยันให้เห็นถึงความสำคัญของใบกำกับพระที่เชื่อถือได้ประการหนึ่งและเป็นเพราะประวัติความเป็นมาตลอดจนพิธีสร้างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเททองอีกประการหนึ่ง

         พระกริ่งและพระชัยวัฒน์พระพุทธนวราชบพิตร พ.ศ.๒๕๓๐ วัดตรีทศเทพวรวิหาร นั้นเป็นพุทธปฏิมาที่สร้างขึ้นตามคติที่สืบทอดมาแต่โบราณ ในรูปพระไภษัชคุรุพุทธเจ้าคราวบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ องค์พระประทับนั่ง ปางมารวิชัย เหนือฐานผ้าทิพย์ บนบัลลังก์บัวเล็บช้างคว่ำและหงาย ด้านหน้าเป็นบัวคว่ำ-บัวหงาย ๗ คู่ ด้านหลังเป็นบัวคว่ำ-บัวหงาย ๒ คู่ พระหัตถ์ซ้ายทรงครอบน้ำมนต์หรือวชิระ โดยยึดตามรูปแบบของพระกริ่งวัดตรีทศเทพ พ.ศ.๒๔๙๒  และสร้างตามตำรับการสร้างพระกริ่งสายวัดบวรนิเวศวิหารอันลือชื่อ
 
  ในคราวจัดสร้าง เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๐ ทางวัดได้ให้บริจาคบูชาจำนวนหนึ่ง และต่อมาคณะกรรมการวัดโดยบัญชาของพระเดชพระคุณพระพรหมมุนีให้สำรวจตรวจนับพระกริ่งพระชัยวัฒน์ที่เหลือ สรุปแล้วเหลือจำนวนทั้งสิ้นอย่างละ ๖๐๓ องค์ ตามที่ได้กราบเรียนท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต และได้มีบัญชาอนุมัติให้นำออกให้ประชาชนได้บริจาคบูชาเพื่อร่วมบุญในการยกช่อฟ้าพระอุโบสถหลังใหม่วัดตรีทศเทพ และบูรณะเสนาสนะตลอดจนใช้ในการพระศาสนาอื่นๆ

 “พระกริ่ง พระชัยวัฒน์ นวราชบพิตร วัดตรีทศเทพวรวิหาร มหามงคลวาร เฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบพระนักษัตร ๕ ธันวาคม ๒๕๓๐”บรรจุในกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเดิม ด้านหน้า อัญเชิญอักษรพระปรมาภิไธย ภปร ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ ด้านในจารึกอักษร "ภปร" ซึ่งเป็นกล่องดั้งเดิมที่ใช้บรรจุองค์พระในคราวแรก นอกจากนี้ ทางวัดยังได้ออกใบอนุโมทนาบัตรและใบกำกับพระกริ่งและพระชัยวัฒน์พระพุทธนวราชบพิตรให้ผู้บริจาคบูชาอีกด้วย ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดีของสาธุชนที่จะได้บริจาคบูชาในการยกช่อฟ้า บูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถให้แล้วเสร็จ ตลอดจนการสร้างเสนาสนะต่างๆ ในพระอารามหลวง โดยได้รับพระกริ่งและพระชัยวัฒน์อันมีคุณค่ายิ่งที่จะหาไม่ได้ในอนาคตกาล ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพื่อบริจาคบูชาได้ที่กุฏิอเนกประสงค์ วัดตรีทศเทพ กทม. โทร.๐-๒๒๘๑-๓๐๐๓ และ ๐๘-๙๘๗๒-๒๗๐๑

อ.ราม

"}])